โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอายุการใช้งาน F-16 ทอ. ไทย

News In Thailand

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 03.21 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เปิดอายุการใช้งาน F-16 ทอ. ไทย

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านการบินทางทหารมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าเริ่มเผชิญข้อจำกัดในการรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ แม้กองทัพอากาศไทยจะมีเครื่องบินขับไล่ F-16A/B ประจำการรวมราว 59-60 ลำ แต่การจัดหาเครื่องบินใหม่ต้องใช้งบประมาณสูง กองทัพอากาศจึงเลือกแนวทางเพิ่มขีดความสามารถด้วยการปรับปรุงเครื่องบินที่มีอยู่ ผ่านโครงการปรับปรุงช่วงครึ่งอายุการใช้งาน หรือ Mid-Life Upgrade (MLU)

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน ระบบอาวุธ และการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ F-16 สามารถใช้งานอาวุธยุคใหม่ได้ พร้อมกับโครงการ Falcon Up และ Falcon Star ที่ปรับปรุงโครงสร้างเครื่องบิน ช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปอีกประมาณ 10 ปี โดยกองทัพอากาศวางแผนปลดประจำการ F-16 ลำสุดท้ายในปี 2583

แม้จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยมากว่า 40 ปี เครื่องบินขับไล่ F-16A/B หรือ บข.19 ยังคงเป็นกำลังหลักในการคุ้มครองน่านฟ้าไทย โดยประจำการในฝูงบินหลัก ได้แก่ ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 ตลอดเวลาที่ผ่านมา F-16 ได้ปฏิบัติภารกิจด้านการป้องปราม การสกัดกั้น และภารกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง

ในการปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้น การป้องกันอธิปไตยของชาติกลายเป็นเวทีสำคัญที่ F-16 แสดงศักยภาพทั้งด้านการครองอากาศและการโจมตีสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน ด้วยความแม่นยำและรุนแรง สร้างผลกระทบต่อขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้าม และช่วยเปลี่ยนสมดุลของสถานการณ์การรบ

กองทัพอากาศระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการมีวิสัยทัศน์ในการจัดหาระบบอาวุธที่เหมาะสม การปรับปรุงตามช่วงเวลา และการฝึกฝนกำลังพลอย่างต่อเนื่อง โดย F-16 มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการยุทธบดินทร์ และต่อเนื่องถึง ยุทธการศตวรรษ (Operation Century) ซึ่งกองทัพบกประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพื่อสดุดีการเสียสละของ จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต ทหารไทยนายแรกที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี

ด้านประวัติการจัดหา F-16 ของไทย พลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจนำ F-16 เข้าประจำการ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคด้านการเมืองและการเจรจากับสหรัฐอเมริกา จนสามารถจัดหาเครื่องบินตามคุณลักษณะที่กองทัพอากาศต้องการได้ครบถ้วน นักบินไทยรุ่นแรกที่ไปฝึกบินในสหรัฐฯ หลายคนต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ

การปรับปรุง F-16 ของกองทัพอากาศไทย โดยเฉพาะรุ่น F-16 MLU ทำให้เครื่องบินมีขีดความสามารถใกล้เคียงกับ F-16 รุ่นใหม่ในหลายประเทศ มีการติดตั้งเรดาร์รุ่นใหม่ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเชื่อมโยงข้อมูล Link-16 หมวกบินติดศูนย์เล็ง และรองรับอาวุธทันสมัย เช่น AIM-120 AMRAAM, IRIS-T, JDAM และ Maverick

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีฝูงบิน F-16 ประจำการหลัก 2 ฝูงบิน ได้แก่ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี และฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช โดยฝูงบิน 403 เป็นฝูงที่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐาน eMLU อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนฝูงบิน 103 อยู่ระหว่างแผนปลดประจำการและเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen E/F รุ่นใหม่

ในภาพรวม F-16 ถูกออกแบบตามทฤษฎีความคล่องแคล่วทางพลังงาน เป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบาที่มีความคล่องตัวสูง สามารถทำแรงจีได้ถึง 9G บินด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 2 มัค มีเพดานบินสูง และรองรับการรบทั้งระยะประชิดและระยะเกินสายตา ด้วยระบบ Fly-by-Wire และคอมพิวเตอร์ควบคุมการบินที่ทันสมัย

แม้จะเป็นเครื่องบินรุ่นเก่า แต่ด้วยการปรับปรุงโครงสร้าง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการบำรุงรักษาอย่างเข้มงวด ทำให้ F-16 ของกองทัพอากาศไทยยังคงมีขีดความสามารถในการรบระดับสูง และสามารถใช้งานต่อไปได้อีกหลายสิบปี

กองทัพอากาศย้ำว่า F-16 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบินขับไล่ในอดีต แต่ยังเป็นกำลังสำคัญของปัจจุบันและอนาคต ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบภายใต้แนวคิด The Unbeatable Air Force

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...