เปิดระเบียบ กกต. ออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้ง ชวนจับตาประชามตินอกเขตวันจริง-นอกราชอาณาจักร
22 ธันวาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 (ระเบียบกกต. ออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้งฯ)
สาระสำคัญของระเบียบ กกต. ฉบับนี้ คือการปรับเปลี่ยนระเบียบ กกต. ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ประชามติฯ) ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีร่วมมือกับกกต. ที่สามารถกำหนดวันออกเสียงประชามติ ให้ “ตรง” กับวันเลือกตั้งทั่วไปได้ ทั้งนี้ ระเบียบฉบับนี้ใช้เฉพาะการออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ ให้เป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ วันที่ 20 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ถึงระเบียบ กกต. ซึ่งพบว่ามีจุดที่น่าสังเกตหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อกำหนดว่าด้วยการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ออกไป การกำหนดวันลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง รวมถึงสถานที่เพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริงที่มีรายละเอียดต้องติดตาม
8 กุมภา รับบัตร 3 ใบ กาบัตรเลือกตั้งก่อนค่อยกาบัตรประชามติ แต่นับคะแนนพร้อมกัน
ระเบียบ กกต. ออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้งฯ เผยแพร่ตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีสีแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ประกอบด้วยรายละเอียด คือ มีประเด็นคำถาม และช่องสำหรับกากบาทออกเสียง 3 ช่อง
ช่องซ้าย กากบาทเพื่อออกเสียง “เห็นชอบ”
ช่องขวา กากบาทเพื่อออกเสียง “ไม่เห็นชอบ”
ส่วนช่องขวาล่าง กากบาทหากไม่ประสงค์แสดงความคิดเห็น โดยรายละเอียดว่าบัตรดี-บัตรเสีย ให้ใช้ระบบเดียวกันกับบัตรเลือกตั้งโดยทั่วไป
ประชาชนที่จะไปเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้รับบัตร 3 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ และบัตรออกเสียงประชามติอีก 1 ใบ เดินเข้าคูหา 2 ครั้ง ดังนี้
คูหาที่ 1 ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ นำไปหย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้ง
เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ให้เดินต่อไปแสดงตนเพื่อออกเสียงประชามติ
คูหาที่ 2 กากบาทในบัตรออกเสียงประชามติ แล้วนำไปหย่อนลงหีบบัตรออกเสียงประชามติ
สำหรับการออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง ผู้ใช้สิทธิ์จะได้บัตรประชามติเพียงใบเดียว โดยกกต.ไม่อำนวยการจัดการออกเสียงประชามติล่วงหน้า
ส่วนการนับคะแนน ระเบียบ กกต. ฉบับนี้ระบุให้นับคะแนนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติพร้อมกัน โดยถ้าบัตรเลือกตั้งไปปนอยู่ในหีบบัตรประชามติ ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่งให้ประธานกปน. เพื่อนำไปมอบให้กับกปน. ที่กำลังนับคะแนนเลือกตั้ง สส. อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
วันลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง ใช้ “ห้วงเวลา” เดียวกับวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
ข้อ 105 ของระเบียบ กกต. ออกเสียงประชามติพร้อมเลือกตั้งฯ ระบุว่า ภายใต้บังคับมาตรา 41 ของ พ.ร.บ. ประชามติฯ เมื่อ กกต.กำหนดระยะเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ให้ กกต. ประกาศกำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตโดยให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า
จากระเบียบดังกล่าว ทำให้เมื่อกกต. กำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-นอกราชอาณาจักรแล้ว ก็ให้กกต. กำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง ในช่วงเวลาเดียวกับที่เปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-นอกราชอาณาจักร
เช่น การเปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-นอกราชอาณาจักร กำหนดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 - 5 มกราคม 2569 เมื่อจะมีประชามติพร้อมกันกับการเลือกตั้ง ก็จะเปิดลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง ในระยะเวลาเดียวกันกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
ทว่าในการลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตครั้งนี้ อาจจะต้องรอความชัดเจนจากกกต. ซึ่งจะต้องรอนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้มีการออกเสียงประชามติเสียก่อน
ทั้งนี้ วีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงต่อสื่อมวลชนว่า เนื่องจากการทำประชามติมีลักษณะ "ออกเสียงที่ไหน นับคะแนนที่นั่น" จึงให้มีการออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เหมือนกัน โดยขอให้สื่อช่วยเผยแพร่เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศให้มีการออกเสียงประชามติ และเปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขต เพราะเวลาอาจกระชั้นชิดมาก วีระยกตัวอย่างว่า หากนายกรัฐมนตรีประกาศเกี่ยวกับออกเสียงประชามติวันที่ 2 มกราคม 2569 ก็อาจจะมีเวลาลงทะเบียนประชามตินอกเขตในวันที่ 3-5 มกราคม 2569 เท่านั้น เพื่อให้ได้ไปสิทธิออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ที่สะดวก
ส่วนสถานที่สำหรับออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น ระเบียบ กกต. ฉบับนี้ระบุว่า ให้ กกต. ประจำเขตกำหนดให้ “ที่เลือกตั้งกลาง” นอกเขตเลือกตั้ง เป็นที่ออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย
ตัวอย่าง เช่น นาย A มีภูมิลำเนาที่เชียงราย แต่เข้ามาทำงานและพักอยู่ที่แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งไม่ตรงกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เขาต้องไปเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 1 ครั้ง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ที่ที่สำนักงานเขตพระนครจัดให้เป็นที่เลือกตั้งกลาง และไปออกเสียงประชามตินอกเขตอีก 1 ครั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ที่ที่เขาไปเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อสัปดาห์ก่อน
ทั้งนี้ วิธีการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง สามารถทำได้เช่นเดียวกับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต คือ ทั้งการยื่นด้วยตัวเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น ยื่นทางไปรษณีย์ และยื่นออนไลน์
ประชามติ “นอกราชอาณาจักร” ต้องรอความชัดเจน
ข้อ 127 ของระเบียบ กกต. ฉบับนี้ระบุว่า ให้ กกต. รวมผลคะแนนการออกเสียงประชามติจากรายงานผลการรวมคะแนนออกเสียงประชามติทั่วประเทศ รวมทั้งการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร
โดยในระเบียบฉบับนี้ ไม่กล่าวถึงการออกเสียงประชามติผ่านไปรษณีย์ และการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ทั้งที่ในมาตรา 12 ของพ.ร.บ. ประชามติฯ ระบุไว้ว่า การออกเสียงประชามติสามารถออกเสียงทางไปรษณีย์ หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือออกเสียงทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือออกเสียงโดยวิธีอื่นได้ โดยวิธีการนั้นสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก และอาจใช้วิธีลงคะแนนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธี และใช้ในเขตออกเสียงหนึ่งหรือหลายเขตออกเสียง ทั้งยังมีบทบัญญัติที่กล่าวถึงการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย
และหากเปรียบเทียบกับระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป จะพบว่า มีระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักรออกมาเฉพาะกรณี ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะมีระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรอีกฉบับหนึ่งก็ได้ หรืออาจจะใช้ข้อกำหนดตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 และที่แก้ไขเพิ่มเติมก็ได้
ไอลอว์สอบถามสายด่วน กกต. 1444 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เกี่ยวกับกรณีการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ผู้รับสายตอบว่า ให้รอคณะรัฐมนตรีมีประกาศให้มีการออกเสียงประชามติเสียก่อน
ทั้งนี้ วีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. ระบุในการประชุมชี้แจงสื่อมวลชน เรื่อง “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ว่า การนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรจะมีลักษณะเดียวกันกับการออกเสียงประชามตินอกเขตวันจริง คือ ออกเสียงที่ไหน นับคะแนนที่นั่น ส่วนรายละเอียดการเปิดลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรว่าจะเป็นอย่างไร จะเป็นไปตามที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของแต่ละประเทศกำหนด