คปภ. สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตัวแทนประกันชีวิต ฉ้อโกงเบี้ยประกันกว่า 100 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 05.16 น. • The Bangkok Insightคปภ. สั่งเพิกถอนใบอนุญาต ตัวแทนประกันบริษัท ไทยประกันชีวิต ฉ้อโกงเบี้ยประกันกว่า 100 ล้าน หลอกลูกค้าให้ส่วนลด-ทองคำ แต่ไม่ส่งเงินเข้าบริษัทประกัน เข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย
จากกรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีตัวแทนประกันชีวิตระดับ TOP ของบริษัท TH กลายเป็น Scammer หลอกเงินค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 100 ล้านบาท บริษัทฯ ปัดรับผิดชอบ คปภ. นิ่ง นั้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนที่จะปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยทีมป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย ได้ตรวจพบการกระทำการฉ้อฉลประกันภัยราย นางสาวจันเกตุ ทับบุญ (นางสาวจันเกตุฯ) ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ที่กระทำการหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้าให้กับ นางสาวจันเกตุฯ
ทั้งนี้ พบพฤติกรรมหลอกลวงว่าจะให้ส่วนลดเงินค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 15% ของเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือ ให้ทองคำเป็นการตอบแทนในการทำสัญญาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัย (เบื้องต้นตรวจพบผู้เสียหาย 12 ราย) หลงเชื่อและชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับนางสาวจันเกตุฯ นางสาวจันเกตุฯ ก็มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด และได้มีหนังสือเรียกให้นางสาวจันเกตุฯ มาชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ต่อสำนักงาน คปภ. แล้ว
สำนักงาน คปภ. ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในการสอบสวนโดยพิจารณาแล้วเห็นว่า นางสาวจันเกตุฯ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือประชาชนอีกทั้ง นางสาวจันเกตุฯ มิได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกกรณีหนึ่งด้วย
การกระทำของนางสาวจันเกตุฯ จึงเป็นความผิดตามมาตรา 81/1 (1) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนจึงมีคำสั่งที่ 75/2568 ลงวันที่ 10 ธ.ค. 2568 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของนางสาวจันเกตุ ทับบุญ แล้ว
สำนักงาน คปภ. ขอเรียนว่า การกระทำดังกล่าวของนางสาวจันเกตุฯ ถือได้ว่ามีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิต แต่ไม่ดำเนินการส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้บริษัทฯ เมื่อการหลอกลวงดังกล่าวของนางสาวจันเกตุฯ ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เอาประกันภัย เป็นพฤติกรรมการทุจริตหลอกลวงที่เข้าข่าย ฉ้อฉลประกันภัย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของสาธารณชนต่อภาพรวมของธุรกิจประกันภัย เบื้องต้นจึงเพิกถอนใบอนุญาตทันที
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ จึงได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานคดี ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงพร้อมทั้งพยานหลักฐานเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวจันเกตุฯ ในฐานความผิดฉ้อฉลประกันภัยตามมาตรา 114/3 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนางสาวจันเกตุฯ มาให้ปากคำ สำหรับความคืบหน้าในคดี สำนักงาน คปภ. จะรายงานให้ทราบต่อไป
สำหรับการกำกับดูแลบริษัทประกันภัย นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้เชิญบริษัทฯ มาพบตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2568 และได้สั่งการให้บริษัทฯ ตรวจสอบข้อมูลและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งให้ประเมินหาสาเหตุและความบกพร่องของระบบการควบคุมภายใน รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไม่ให้กระทบสิทธิ ผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยจากการกระทำของตัวแทนประกันชีวิตในสังกัด
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้บริษัทฯ กำหนดแนวทางการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก โดยให้รายงานให้สำนักงาน คปภ. ได้รับทราบ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยละเอียด และหากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของนายทะเบียน เพิ่มเติมจะได้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป และจะไม่นิ่งเฉยให้ผู้กระทำการฉ้อฉลประกันภัย กระทำความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยและประชาชน โดยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด
สำหรับการชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยนั้น สำนักงาน คปภ. ได้ออกนโยบายซึ่งเป็นมาตรการจัดการปัญหาเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทุจริต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. บริษัทประกันภัยต้องกำหนดนโยบายให้การรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยโอนเข้าบัญชีของบริษัท โดยตรงเท่านั้น พร้อมจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัย และระบบตรวจสอบการรับชำระจากผู้เอาประกันภัย
2. ในกรณีชำระเป็นเงินสดผ่านตัวแทนประกันภัย บริษัทต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ตัวแทนประกันภัยแจ้งผ่านระบบให้บริษัทรับรู้ว่ามีการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยและโอนเงิน เข้าบัญชีของบริษัทภายในวันทำการถัดไป และห้ามมิให้นายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดารับชำระค่าเบี้ยเป็นเงินสดโดยตรง หากฝ่าฝืน บริษัทต้องยกเลิกสัญญาและส่งข้อมูลให้สำนักงาน คปภ. บันทึกในระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย
หากผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนพบปัญหาจากการประกันภัยสามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงาน คปภ. หรือ สายด่วน คปภ. 1186
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คปภ. เอาจริง กวาดล้างแก๊งขายประกันต่างประเทศ
- 'บรรยง' ชำแหละ 3 ข้อ เงื่อนไขประกันสุขภาพ Copayment เอาเปรียบผู้บริโภค
- เช็กเลย!! คปภ. ออกประกาศใหม่ 2 ฉบับ ป้องกันลูกค้าประกันชีวิต-วินาศภัย
ติดตามเราได้ที่