โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม Nvidia จึงครองบัลลังก์ชิป AI และจะรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.54 น.

Nvidia คือเบื้องหลังพลังประมวลผลของ ChatGPT และโมเดล AI ทั่วโลก ด้วยชิปที่เร็ว แรง และพัฒนาไม่หยุด แต่คำถามสำคัญคือ ในวันที่การแข่งขันด้านชิปเริ่มร้อนแรงขึ้น ผู้นำอย่าง Nvidia จะยังครองบัลลังก์ได้นานแค่ไหน

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นับตั้งแต่เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์แบบกำเนิด (Generative AI) กลายเป็นกระแสข่าวครั้งแรกในปี 2565 นักลงทุนทั่วโลกก็เทเงินลงทุนมหาศาลเข้าสู่บริษัท Nvidia Corp. ด้วยความเชื่อมั่นว่าตำแหน่งผู้นำในด้านฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ของบริษัทจะสร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาล

และการคาดการณ์นั้นก็ให้ผลตอบแทนงดงาม ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มูลค่าตลาดของNvidia พุ่งแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทมีแนวโน้มจะทำกำไรสุทธิในปีนี้ มากกว่ายอดขายรวมของคู่แข่งหลักสองรายรวมกัน อีกทั้งการลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล (data center) จากบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกยังบ่งชี้ว่ากระแสทองคำแห่งยุค A ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่พุ่งทะยานอย่างรุนแรงและข้อตกลงด้าน AI ที่บางส่วนยังไม่ชัดเจน ได้ทำให้บางฝ่ายในอุตสาหกรรมเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเร็วเกินไปหรือไม่ และเมื่อกระแสสงบลง จะมีงานหรือธุรกิจที่สร้างกำไรเพียงพอที่จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เหล่านี้จริงหรือเปล่า

เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ปฏิเสธเสียงวิจารณ์ที่ว่า AI เป็นฟองสบู่ที่จะต้องแตกในไม่ช้า เขาเดินสายทั่วโลกเพื่อโน้มน้าวผู้นำประเทศที่ยังสงสัยในเทคโนโลยีนี้ และล็อบบี้ให้สหรัฐผ่อนคลายข้อจำกัดด้านความมั่นคงที่ห้ามบริษัทขายชิปประสิทธิภาพสูงให้จีน ซึ่งเป็นตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ชิป AI ที่ขายดีที่สุดของ Nvidia

สินค้าที่ทำรายได้มากที่สุดของ Nvidia ตอนนี้คือ ตระกูลชิป Blackwell ตั้งชื่อตามนักคณิตศาสตร์ David Blackwell ผู้ซึ่งเป็นนักวิชาการผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่ National Academy of Sciences เช่นเดียวกับตระกูล Hopper ที่ออกมาก่อนหน้า Blackwell ถูกพัฒนาต่อยอดจากชิปกราฟิก (GPU) ที่ใช้ในวิดีโอเกม โดยมีตั้งแต่รุ่นการ์ดเดี่ยว ไปจนถึงระบบคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์

ทั้ง Hopper และ Blackwell มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่ติดตั้งชิปของNvidia สามารถเชื่อมต่อกันเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่หนึ่งเดียว เพื่อจัดการข้อมูลมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการฝึกสอนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI training) ที่ใช้พลังคำนวณสูงมาก

นอกจากนี้ Nvidiaยังปรับปรุงชิปให้รองรับ Inference หรือขั้นตอนการประมวลผลเพื่อให้ AI จำแนกสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น แยกแยะแมวกับสุนัข ซึ่งเป็นความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดปัจจุบัน

ชิป Blackwell ยังมีรุ่น GB200 Superchip ที่รวม GPU Blackwell 2 ตัว เข้ากับ CPU Grace ซึ่งเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลคำสั่ง (โดย Grace ตั้งชื่อตาม Grace Hopper เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า)

อะไรทำให้ชิป AI ของ Nvidia พิเศษกว่าคู่แข่ง

Nvidiaก่อตั้งขึ้นในปี 1993 และเป็นผู้นำด้านชิปกราฟิก (GPU) สำหรับเกมมาโดยตลอด GPU มีโครงสร้างที่ประกอบด้วยคอร์ประมวลผลนับพัน สามารถทำงานแบบขนาน (parallel computing) ได้พร้อมกันหลายชุด ซึ่งทำให้สร้างภาพ 3 มิติที่ซับซ้อนได้ เช่น เงาและแสงสะท้อนในเกม

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 วิศวกรของNvidia ค้นพบว่าสามารถดัดแปลง GPU ให้ใช้กับงานคำนวณประเภทอื่นได้ และนักวิจัยด้าน AI ก็พบว่าชิปแบบนี้ช่วยให้การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่เป็นจริงได้

AI แบบกำเนิด (Generative AI) เรียนรู้โดยการดูดซับข้อมูลจำนวนมหาศาล เช่น ข้อความ ภาพ หรือเสียง ยิ่งดูดซับมากเท่าไร ยิ่งแม่นยำขึ้น และต้องผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกนับพันล้านครั้ง ซึ่งต้องใช้พลังคำนวณมหาศาล

Nvidia ระบุว่า Blackwell ให้ประสิทธิภาพในการฝึก AI สูงกว่า Hopper ถึง 2.5 เท่า ชิปนี้ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์จำนวนมากจนไม่สามารถผลิตได้เป็นชิปเดียว จึงใช้เทคนิคเชื่อมต่อสองชิปเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทำงานเสมือนเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ

ความต้องการชิป AI ยังพุ่งไม่หยุด

ลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ ต้องการชิปเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพื่อฝึกสอนโมเดล AI ใหม่ ๆ Nvidiaเปิดเผยว่าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รายได้จากหน่วยธุรกิจศูนย์ข้อมูลอาจสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ใน 5 ไตรมาสข้างหน้า ทำให้แม้นักวิเคราะห์ที่มองบวกที่สุดยังต้องปรับประมาณการเพิ่มขึ้น และเพียงสัปดาห์เดียว มูลค่าตลาดของNvidia ก็เพิ่มขึ้นอีกกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกันบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอย่าง Microsoft, Amazon, Meta และ Google ต่างประกาศลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ใน AI และศูนย์ข้อมูล ขณะที่ OpenAI ก็เร่งจัดซื้อกำลังประมวลผลเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต

คู่แข่งของ Nvidia: AMD และ Intel

AMD (Advanced Micro Devices) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปกราฟิกรายใหญ่อันดับสอง เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ในตระกูล Instinct เพื่อแข่งขันกับNvidia และจะเปิดตัวรุ่น MI450 ในปีหน้า ซึ่งได้รับเลือกใช้แล้วโดย Oracle และ OpenAI

ส่วน Intel ผู้ผลิตชิปประมวลผล (CPU) รายใหญ่ของโลก กำลังพยายามกลับเข้าสู่ตลาด AI โดยมุ่งระดมทุนเพื่อเสริมฐานะทางการเงิน แม้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่เทียบเท่าNvidia ในปีนี้ แต่ Intel ก็เลือกที่จะจับมือแทนแข่ง โดยพัฒนาชิปผสมระหว่าง Intel และNvidia สำหรับพีซีและศูนย์ข้อมูล

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

คู่แข่งที่ทำให้ยอดขายของNvidia สะเทือนมากที่สุดกลับไม่ใช่ AMD หรือ Intel แต่คือ รัฐบาลสหรัฐและจีน ในเดือนเมษายน Nvidiaต้องบันทึกขาดทุนจากสต็อกสินค้าถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากสหรัฐฯ สั่งห้ามขายชิป H20 ให้บริษัทจีน แม้ภายหลังรัฐบาลสหรัฐจะอนุญาตให้ขายต่อได้ แต่จีนก็ออกมาตรการตอบโต้ โดยสั่งให้บริษัทภายในประเทศหลีกเลี่ยงการใช้ชิปของNvidia

เจนเซน หวง จึงเดินทางไปวอชิงตันเพื่อพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อชี้แจงว่าการทำธุรกิจกับจีนคือผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐเอง เพราะหากสหรัฐไม่เป็นผู้จัดหาชิปให้โลก จีน โดยเฉพาะบริษัท Huawei Technologies จะเข้ามาแทนที่ และนั่นอาจทำให้สหรัฐสูญเสียความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี

แนวคิดนี้เริ่มได้รับความสนใจในสภาคองเกรส และประธานาธิบดีทรัมป์ถึงขั้นเอ่ยชื่อผลิตภัณฑ์ของNvidia ในการพูดคุยกับผู้นำจีน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงใดที่เปิดทางให้Nvidia กลับมาขายชิปให้จีนได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม Nvidiaยังคงเป็นมหาอำนาจแห่งยุค AI ที่ไม่มีใครเทียบได้ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และส่วนแบ่งตลาดกว่า 90% ของ GPU สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วโลก

แต่ในขณะที่บริษัทเร่งขยายอาณาจักรด้วยนวัตกรรมและการล็อบบี้ทางการเมือง ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าคือ ฟองสบู่ AI จะเติบโตต่อ หรือแตกก่อนที่ผลกำไรจะตามทันการลงทุนมหาศาลนี้กันแน่

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...