10 มหาวิทยาลัยแพงที่สุดในโลก ปี 2025
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HELLO! Magazine Thailandการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ “แพงที่สุด” มักจะพิจารณาจาก Total Cost of Attendance (COA) ซึ่งรวมทั้งค่าเล่าเรียน (Tuition), ค่าที่พัก (Room & Board), ค่าหนังสือ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ โดยในปี 2025 มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับต้นๆ เนื่องจากค่าครองชีพและค่าเทอมที่พุ่งสูงขึ้น
นี่คือรายชื่อ 10 มหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในโลก (โดยประมาณการต่อปีการศึกษา) สำหรับปี 2025:
อันดับ มหาวิทยาลัย ประเทศ ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณ (ต่อปี) 1 Harvey Mudd College
เว็บไซต์: https://www.hmc.edu สหรัฐอเมริกา ~$98,000 (3.4 ล้านบาท) 2 University of Chicago
เว็บไซต์: https://www.uchicago.edu สหรัฐอเมริกา ~$92,000 (3.2 ล้านบาท) 3 University of Pennsylvania (UPenn)
เว็บไซต์: https://www.upenn.edu สหรัฐอเมริกา ~$91,000 (3.1 ล้านบาท) 4 Columbia University
เว็บไซต์: https://www.columbia.edu สหรัฐอเมริกา ~$90,000 (3.1 ล้านบาท) 5 New York University (NYU)
เว็บไซต์: https://www.nyu.edu สหรัฐอเมริกา ~$90,000 (3.1 ล้านบาท) 6 Dartmouth College
เว็บไซต์: https://home.dartmouth.edu สหรัฐอเมริกา ~$89,000 (3.0 ล้านบาท) 7 University of Oxford
เว็บไซต์: https://www.ox.ac.uk สหราชอาณาจักร ~$88,000 (3.0 ล้านบาท) *สำหรับนักศึกษาต่างชาติ 8 University of Southern California (USC)
เว็บไซต์: https://www.usc.edu สหรัฐอเมริกา ~$87,500 (3.0 ล้านบาท) 9 Brown University
เว็บไซต์: https://www.brown.edu สหรัฐอเมริกา ~$87,000 (3.0 ล้านบาท) 10 ETH Zurich
เว็บไซต์: https://ethz.ch/en.html สวิตเซอร์แลนด์ ~$84,000 (2.9 ล้านบาท) *รวมค่าครองชีพในซูริก
ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับค่าเทอมในปี 2025
- สหรัฐอเมริกาครองแชมป์: มหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League และมหาวิทยาลัยเอกชนเฉพาะทาง (เช่น Harvey Mudd ที่เน้นด้าน STEM) มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด เนื่องจากไม่มีการอุดหนุนจากรัฐบาลสำหรับนักศึกษาทั่วไป
- ค่าครองชีพคือตัวแปรหลัก: มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่อย่าง New York City (Columbia, NYU) หรือ Zurich (ETH Zurich) แม้บางแห่งค่าเทอมอาจจะไม่สูงที่สุด แต่ค่าที่พักและค่าอาหารในเมืองเหล่านี้ทำให้นักศึกษาต้องจ่ายเงินรวมสูงกว่าที่อื่น
- หลักสูตรเฉพาะทาง: ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นระดับปริญญาตรี แต่หากเป็นระดับ MBA หรือ แพทยศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงไปถึงปีละ $100,000 – $120,000
- ทุนการศึกษา: แม้ค่าใช้จ่ายจะดูสูงมาก แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ มีนโยบาย Need-blind admission นโยบายการรับเข้าเรียนที่สถาบันการศึกษา (ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา) จะพิจารณาใบสมัครโดย “ไม่นำสถานะทางการเงิน” ของผู้สมัครมาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจรับเข้าเรียน ฝ่ายคัดเลือกจะดูแค่ ความสามารถ (Merit) ผลการเรียน กิจกรรมและศักยภาพส่วนตัวล้วนๆ โดยที่พวกเขาจะไม่รู้เลยว่าครอบครัวของคุณมีเงินจ่ายค่าเทอมหรือไม่ โดยจะช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนตามฐานะทางการเงินจริงของผู้เรียน
*อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้คำนวณคือประมาณ 34-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลนี้เป็นการประมาณการเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันไปตามคณะและประเภทของที่พักที่เลือก