โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.ประณามละเมิดยิงช่องบก ส่งหนังสือประท้วงจี้ ‘กัมพูชา’ แสดงความรับผิดชอบแล้ว

The Reporters

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 10.30 น.

กระทรวงการต่างประเทศ ประณามละเมิดยิงช่องบก ส่งหนังสือประท้วงจี้ 'กัมพูชา' แสดงความรับผิดชอบแล้ว ขอหยุดทำลายบรรยากาศการเจรจา ปฏิเสธข้อหารุกล้ำดินแดน

วันนี้ (8 ม.ค. 68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ประเด็นแรกกรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามายังพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศมีความจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ประณามการยิงเข้ามาโดยกองกำลังกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

อย่างที่ทุกท่านทราบ ฝ่ายไทยได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่และไม่ได้ใช้อาวุธกลับ แต่เราตอบโต้ด้วยการติดต่อไปยังฝ่ายกัมพูชาโดยทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามร่วมกัน ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC)

นอกจากนี้ไทยยังได้มีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด อย่างจริงใจ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้ส่งข้อความไปยังนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา

ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาโดยภูมิภาคทหารที่ 4 และกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้มีหนังสือถึงฝ่ายไทย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเหตุระเบิดของกระสุนที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ขณะกองกำลังกัมพูชากำลังจัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมทั้งได้แสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งทำให้ทหารบาดเจ็บ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมและระหว่างมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีกในอนาคต

“ฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำรงช่องทางสื่อสารโดยตรง ทั้งในระดับส่วนกลางและพื้นที่เช่นกรณีนี้ ซึ่งเป็น 1 ในข้อกำหนดของถ้อยแถลงร่วม จะช่วยให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียดและความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกัน สอดคล้องกับเจตนารมย์ที่จะมุ่งหาทางออกร่วมกันโดยสันติวิธี” นายนิกรเดช กล่าว

ประเด็นที่สอง คือกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาประท้วงว่าฝ่ายไทยได้เข้ายึดครองและปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่ของกัมพูชานั้น ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย-กัมพูชา โดยความมั่นคงได้ชี้แจงไปแล้วในเบื้องต้น ประเทศไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ทั้ง 2 ฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 อย่างเคร่งครัด การคงกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันภายหลังการหยุดยิงถือเป็นการปฏิบัติตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม ถือเป็นมาตรการลดความตึงเครียดที่ได้ตกลงร่วมกัน และไม่ได้ตีความเป็นการยึดครองดินแดนแต่อย่างใด

ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลของฝ่ายกัมพูชา ว่าไทยผวกดินแดนกัมพูชาโดยมิชอบ และเรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาโดยสันติ ขอยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงภายในพื้นที่ของฝ่ายไทยหลังการหยุดยิงและเป็นไปตามข้อ 6 ของถ้อยแถลงร่วมที่กำหนดให้ต้อง 2 ฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการยั่วยุใดๆ ที่อาจจะนำไปสู่ความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปฏิบัติการทางทหารหรือรุกล้ำเขตแดน หรือที่ตั้งของอีกฝ่าย

ฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดงทางบกร่วมกับฝ่ายกัมพูชา โดยมีกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) อย่างไรก็ดี การดำเนินการเรื่องเขตแดนไม่ควรอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ตึงเครียด ควรบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินมาตรการลดความเครียดต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม โดยเฉพาะซึ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ฝ่ายไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาทวิภาคีมาโดยตลอด และพร้อมกับขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการเขตแดนร่วมโดยเร็ว ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการภายใน ซึ่งต้องรอจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปจะแล้วเสร็จ โดยจะเสนอวันจัดประชุมJBC ครั้งต่อไป พร้อมร่างระเบียบวาระการประชุมให้ฝ่ายกัมพูชาทราบ

ฝ่ายไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นและความจริงใจในการหาทางออก การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย เพื่อสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...