โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นานาชาติแสดงท่าทีอย่างไร ต่อปฏิบัติการสหรัฐในเวเนซุเอลา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 14.03 น.

3 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า หลายประเทศออกมาแสดงท่าทีต่อปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาในวันเสาร์ที่ 3 ม.ค.

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย

รัสเซียระบุว่า สหรัฐฯ ได้กระทำการรุกรานด้วยอาวุธต่อเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ “น่ากังวลอย่างยิ่งและไม่อาจยอมรับได้”

รัสเซียย้ำว่า ลาตินอเมริกาควรเป็น “เขตแห่งสันติภาพ” ตามที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2014 และเวเนซุเอลาต้องได้รับสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก โดยเฉพาะการใช้กำลังทางทหาร

รัสเซียยังสนับสนุนข้อเรียกร้องของรัฐบาลเวเนซุเอลาและผู้นำประเทศในลาตินอเมริกา ที่ต้องการให้มีการประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลย์ ของอาร์เจนตินา

มิเลย์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคของโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “เสรีภาพกำลังก้าวไปข้างหน้า เสรีภาพจงเจริญ”
เขายังเผยแพร่วิดีโอที่กล่าวถึงมาดูโรว่าเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาค และสนับสนุนแรงกดดันที่ทรัมป์ใช้กับกรุงการากัส โดยระบุว่า “ยุคของท่าทีที่อ่อนข้อในประเด็นนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว”

กระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก

เม็กซิโกออกแถลงการณ์ประณามและปฏิเสธการใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายในดินแดนเวเนซุเอลา โดยระบุว่าเป็นการกระทำฝ่ายเดียว และเป็นการละเมิดมาตรา 2 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

เม็กซิโกย้ำว่า การเจรจาและการทูตเป็นหนทางที่ชอบธรรมและมีประสิทธิภาพเพียงทางเดียวในการแก้ไขความขัดแย้ง พร้อมแสดงความพร้อมสนับสนุนความพยายามใด ๆ ที่ช่วยส่งเสริมการเจรจา การไกล่เกลี่ย และการรักษาสันติภาพในภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร

สตาร์เมอร์ระบุว่า ต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน และจะหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงพันธมิตรต่าง ๆ พร้อมย้ำอย่างชัดเจนว่าสหราชอาณาจักรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว และทุกฝ่ายควรยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ของเบลารุส

เบลารุสออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาอย่างรุนแรง โดยโฆษกของลูกาเชนโกอ้างคำกล่าวของผู้นำเบลารุสที่เตือนว่า เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็น “เวียดนามครั้งที่สอง” ซึ่งสหรัฐฯ เองก็ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีกาเบรียล โนโบอา ของเอกวาดอร์

ประธานาธิบดีกาเบรียล โนโบอา ของเอกวาดอร์ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “เวลาของอาชญากรนาร์โก-ชาวิสตาทั้งหมดกำลังจะมาถึง โครงสร้างของพวกเขาจะพังทลายไปทั่วทั้งทวีป”

เขายังส่งสารถึง มาเรีย โครินา มาชาโด, เอดมุนโด กอนซาเลซ และประชาชนชาวเวเนซุเอลา ว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะทวงคืนประเทศของคุณ และเอกวาดอร์คือพันธมิตรของคุณ”

กระทรวงการต่างประเทศอุรุกวัย

รัฐบาลอุรุกวัยระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ในเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิดด้วยความกังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรายงานการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

อุรุกวัยย้ำจุดยืนคัดค้านการแทรกแซงทางทหารของประเทศหนึ่งในดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง และเน้นย้ำความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ

คายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู)

คัลลาสระบุว่า ได้หารือกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตอียูประจำกรุงการากัสแล้ว โดยอียูกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อียูย้ำว่าไม่ยอมรับความชอบธรรมของนิโคลัส มาดูโร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ และใช้ความอดกลั้น

ประธานาธิบดีกาเบรียล โบริช ของชิลี

โบริชโพสต์บน X แสดงความกังวลและประณามการกระทำทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา พร้อมเรียกร้องให้มีทางออกอย่างสันติสำหรับวิกฤตที่ประเทศกำลังเผชิญ

เขาย้ำว่าชิลียึดมั่นในหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงการห้ามใช้กำลัง การไม่แทรกแซง และการเคารพอธิปไตยของรัฐ

ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบีย

เปโตรระบุว่า รัฐบาลโคลอมเบียมีความกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานเหตุระเบิดและกิจกรรมทางอากาศที่ผิดปกติในเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรง

โคลอมเบียย้ำความยึดมั่นต่อหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ และปฏิเสธการใช้กำลังทางทหารฝ่ายเดียวที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพลเรือน

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

คาเมเนอีกล่าวว่า เมื่อประชาชนตระหนักว่าศัตรูกำลังพยายามยัดเยียดอำนาจเหนือประเทศ รัฐบาล และประชาชน จำเป็นต้องยืนหยัดต่อต้านอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อศัตรู

กระทรวงการต่างประเทศสเปน

สเปนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียด ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และดำเนินการทุกอย่างตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ
สเปนยังแสดงความพร้อมที่จะมีบทบาทสนับสนุนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและผ่านการเจรจา

นายกรัฐมนตรีคัมลา เพอร์ซาด-บิสเซสซาร์ ของตรินิแดดและโตเบโก

ผู้นำตรินิแดดและโตเบโกระบุว่า สหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาเมื่อเช้าวันเสาร์ พร้อมย้ำว่าประเทศของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว และยังคงรักษาความสัมพันธ์อย่างสันติกับประชาชนเวเนซุเอลา

โรเดอริช คีเซอเวตเทอร์ ส.ส.พรรคคริสเตียนเดโมแครตของเยอรมนี

เขากล่าวว่า ภายใต้การนำของทรัมป์ สหรัฐฯ กำลังละทิ้งระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาซึ่งยึดถือมาตั้งแต่ปี 1945 พร้อมมองว่าสถานการณ์ในเวเนซุเอลาเป็นการย้อนกลับไปสู่แนวคิดอิทธิพลแบบเดิมที่ยึด “กำลัง” แทนกฎหมายระหว่างประเทศ

ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรค Reform UK ของอังกฤษ

ฟาราจกล่าวว่า การกระทำของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเป็นเรื่องนอกกรอบและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่หากทำให้จีนและรัสเซียต้องคิดให้รอบคอบขึ้น ก็อาจเป็นผลดี พร้อมแสดงความหวังว่าชาวเวเนซุเอลาจะเริ่มต้นใหม่ได้โดยปราศจากมาดูโร

จูเซปเป คอนเต อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี และผู้นำฝ่ายค้าน

คอนเตระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาไม่มีฐานทางกฎหมาย และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมเตือนว่า หากกฎเกณฑ์ถูกใช้กับศัตรูแต่ไม่ใช้กับมิตร ไม่มีใครจะรู้สึกปลอดภัยได้อีก

มาร์ค เวลเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการกฎหมายระหว่างประเทศ แชทแธมเฮาส์

เวลเลอร์ระบุว่า กฎหมายระหว่างประเทศห้ามการใช้กำลังเป็นเครื่องมือทางนโยบาย เว้นแต่จะได้รับมติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือเป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยอาวุธโดยตรง ซึ่งกรณีเวเนซุเอลาไม่เข้าเงื่อนไขใด ๆ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย อีวอนน์ เมเวงกัง

อินโดนีเซียระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ในเวเนซุเอลาเพื่อความปลอดภัยของพลเมือง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างสันติ ผ่านการลดความตึงเครียดและการเจรจา และย้ำความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เลบานอน

ฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ประณามสิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานก่อการร้ายและพฤติกรรมอันธพาลของสหรัฐฯ” ต่อเวเนซุเอลา พร้อมประกาศยืนหยัดสนับสนุนรัฐบาลและประชาชนเวเนซุเอลาอย่างเต็มที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...