“จักรภพ–สุไพรพล” โอด โดนไอโอถล่มยับ ปม คนละครึ่งพลัส
หลังจาก นายสุไพรพล (ป๊อบ) เพ็ญแข ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขตบางพลัด–บางกอกน้อย พร้อมด้วย นายจักรภพ เพ็ญแข และทีมงาน ลงพื้นที่ย่านชุมชนวัดภาณุรังษี บางพลัด เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องของประชาชน ปรากฏว่าในโลกออนไลน์กลับเกิดกระแสโจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะจาก “ไอโอ” ที่พากันใช้คำว่า “คนละครึ่งพลัสล้มเหลว” มาใส่ร้ายว่าเป็นคำพูดของป๊อบ ทั้งที่ความจริง เจตนาคือสะท้อนเสียงชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา ว่าโครงการนี้ ดี แต่ยังไปได้ไกลกว่าเดิม ไม่ได้ปฏิเสธนโยบายแต่อย่างใด
นายจักรภพ ระบุว่า ชาวชุมชนบางพลัดให้การต้อนรับอบอุ่น หลายคนเข้ามากอดและพูดคุยเพราะเคยต่อสู้ร่วมกันในขบวนประชาธิปไตยหลายสิบปีก่อน แต่สิ่งที่ได้ยินซ้ำ ๆ จากแม่ค้าและประชาชน คือความจริงด้านเศรษฐกิจของโครงการคนละครึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัว ตนและป๊อบ มองว่าโครงการคนละครึ่งดี ชาวบ้านชอบ เราสองคนก็ชอบ แต่สิ่งที่พี่น้องสะท้อนคือ ความเจ็บปวดที่เกิดจากการขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้า ทำให้ประหยัดจริงแค่ไม่กี่บาท นี่คือสิ่งที่เราต้องแก้ไข ไม่ใช่ปฏิเสธโครงการ
นายสุไพรพล กล่าวเสริมว่า ความตั้งใจของโครงการคนละครึ่งคือช่วยลดค่าครองชีพ แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการบางส่วนกลับปรับราคาขึ้น ก่อนเข้าร่วมโครงการ ทำให้ส่วนลดที่ประชาชนควรได้รับหายไปทันที พอลดราคาด้วยคนละครึ่งแล้ว ประชาชนจึงประหยัดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวกับ ภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องดูแลราคาให้เข้มงวดกว่านี้ ไม่ใช่เอาแต่โฆษณาว่าโครงการดีอย่างเดียวโดยไม่แก้จุดบอดเชิงระบบ
“โครงการคนละครึ่งพลัสจะยิ่งมีผลดี หากรัฐออกแบบ “แพ็คเกจนโยบาย” หลายชุดมาช่วยเสริมกันเหมือนยุครัฐบาลไทยรักไทยที่ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ขึ้นๆ ลงๆ และไม่ฝากความหวังไว้กับนโยบายเดียว หากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสทำโครงการนี้ต่อ ก็อยากพัฒนาให้ประชาชนมีเงินใช้เต็มเดือน ไม่ใช่แค่ต้นเดือน และรัฐต้องควบคุมราคาสินค้าให้เข้มแข็งเพื่อหยุดการฉวยโอกาสขึ้นราคาก่อนเริ่มโครงการ เจตนาของเราคืออยากให้ประชาชนเหลือเงินในกระเป๋ามากที่สุด” นายสุไพรพล กล่าว
อย่างไรก็ตามในช่วงบ่าย นายจักรภพ และนายสุไพรพล ได้เดินทางไปยัง “ร้านกาแฟบางอ้อ” ที่มีการจัดจัดเป็น แกลเลอรีศิลปะขนาดเล็ก–อบอุ่น–สวยงามสไตล์โฮมเมด ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของย่านบางอ้ออย่างลึกซึ้ง โดยแกลเลอรีแห่งนี้สร้างและดูแลโดย อาจารย์ภูมิ ภูติมหาตมะ ศิลปินรุ่นใหม่สายเลือดศิลปากร ผู้พัฒนาสถานที่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง จนกลายเป็นเพชรซ่อนเร้น ทางศิลปะกลางชุมชนดั้งเดิม โดยอาจารย์ภูมิเล่าว่า ร้านนี้อยู่ในย่านมุสลิมเก่าแก่ บรรยากาศสบาย ๆ ใช้วัตถุดิบฮาลาลทั้งหมด แม้ร้านเองจะไม่ใช่มุสลิมโดยตรงก็ตาม แต่ตั้งใจให้ทุกคนเข้าถึงได้
นายสุไพรพล กล่าวว่า บางพลัดคืออัตลักษณ์ล้ำค่า มีของดีมากกว่าที่คนในกรุงเทพฯ นึกถึง และหากได้รับโอกาสเป็นตัวแทนเขต ตั้งใจจะร่วมทำงานกับคนเก่งและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างอาจารย์ภูมิ บางพลัดจะต้องเป็นเขตที่คนภูมิใจ วัฒนธรรมต้องถูกสืบต่อ คนในพื้นที่ต้องมีรายได้มากพอที่จะรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชนไว้ได้นานที่สุด