โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำท่วมภาคใต้ “ลากยาว” ฉุดเศรษฐกิจไทย เปิดลิสต์หุ้น “เสี่ยงลบ-ได้อานิสงส์บวก” ลุ้น ธปท. ลดดอกเบี้ย

Thairath Money

อัพเดต 26 พ.ย. 2568 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2568 เวลา 06.09 น.
ภาพไฮไลต์

ปีนี้ภาคใต้ต้องเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่ที่ลากยาวกว่าที่หลายคนคาดไว้ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ฝนตกหนักตามฤดูกาล แต่เป็นสถานการณ์ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และภาคธุรกิจในวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด

ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระทบผู้คนในพื้นที่ แต่ยังสะเทือนถึงสัญญาณด้านเศรษฐกิจระดับประเทศ จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่ทุกฝ่ายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมของนักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุน เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่าอาจเป็น “ตัวเร่งสำคัญ” ที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องทบทวนทิศทางนโยบายการเงินในช่วงปลายปี

โดยเฉพาะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยประคองส่งเสริมสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนแรงจากปัจจัยเฉียบพลันอย่างอุทกภัย และเพื่อให้มีทิศทางสอดคล้องกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเศรษฐกิจสั่นไหว ตลาดหุ้นย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงด้านลบอย่างเดียว เพราะในทุกวิกฤติ มักเกิดโอกาสของบางกลุ่มธุรกิจควบคู่กันไป

Thairath Money ชวนเปิดมุมมองนักวิเคราะห์ในประเด็นที่ “นักลงทุนต้องรู้” ท่ามกลางความผันผวนเช่นนี้ สถานการณ์ต่างๆ ล้วนสำคัญต่อทิศทางหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

น้ำท่วมหนัก เปิดโอกาส ธปท. ลดดอกเบี้ยช่วย

มุมมองจาก นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้มีความรุนแรงกว่าปีปกติอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าการประเมินเบื้องต้น โดยคาดว่าจะกินเวลานาน 2-3 สัปดาห์ และต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูต่อเนื่อง

ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ เนื่องจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 5-8% ของ GDP รวม โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (สัดส่วน GDP ราว 1.5%) ที่ได้รับความเสียหายใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การค้าชายแดน, ภาคเกษตร (ยางพารา), และการท่องเที่ยว

ด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้ จึงมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม 2568 เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) มีมุมมองสอดคล้องกัน โดยมองปัจจัยภายนอกประกอบกับปัจจัยภายใน กล่าวคือ มีความคาดหวังสูงถึง 84% (อ้างอิง CME FED Watch) ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

เมื่อรวมกับสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ที่สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย และตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นการเพิ่มน้ำหนักและความน่าจะเป็นที่ ธปท. จะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ

เปิดผลกระทบด้านลบหุ้นไทย ไม่ลึกอย่างที่คิด

แม้ภาพข่าวอุทกภัยในภาคใต้จะดูรุนแรงและอาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุน แต่จากการวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดทุนอย่างละเอียด พบว่า "บาดแผล" ที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ไม่ได้ลึกอย่างที่หลายคนกังวล

ซึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลกระทบเชิงลบจะถูกจำกัดวงอยู่ในเฉพาะกลุ่มและเฉพาะพื้นที่ ดังนี้

  • หุ้น STA หรือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยางธรรมชาติแบบครบวงจร ผลกระทบน้ำท่วม จ.สงขลา มีผลราว 5% ของกำลังผลิต
  • หุ้นกลุ่มธนาคารและเช่าซื้อ หลักประกันโดยเฉพาะรถยนต์เสียหายจากน้ำท่วม กระทบหุ้นที่มีสินเชื่อเชื่อมโยงเช้าซื้อหรือจำนำทะเบียนสูง อาทิ ธนาคาร (KKP, TISCO, TTB) เช่าซื้อ (MTC, SAWAD) ที่ระยะสั้นคาดต้องมีการออกมาตรการช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์พื้นฐานประเมินสัดส่วนสินเชื่อไม่มาก เพราะจำกัดเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบในภาคใต้
  • หุ้นกลุ่มประกัน ที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายจากการเคลมความเสียหายจากน้ำท่วม
  • หึ่นกลุ่มค้าปลีก ส่วนใหญ่มีสาขาราว 1-3 แห่ง และสัดส่วนรายได้น้อยกว่า 1% ของรายได้รวม
  • หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว CENTEL มีโรงแรม 1 แห่ง (จาก 16 แห่งในไทยที่บริษัทเป็นเจ้าของ) ส่วน ERW โรงแรมแบรนด์ Hop Inn จำนวน 2 แห่ง (จาก 79 แห่งในไทย)
  • หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล BDMS มีโรงพยาบาลในพื้นที่หาดใหญ่ 1 แห่ง สัดส่วนรายได้ต่ำกว่า 2%

เปิดผลกระทบด้านบวกหุ้นไทย

ในวิกฤติภัยธรรมชาติ มักเกิดอุปสงค์ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูตามมา ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างและรับเหมา ซึ่งมุมมองจาก ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมและแบบจำลอง GISTDA แสดงให้เห็นพื้นที่ท่วมลึกระดับ 1.5-2.0 เมตร และมีความเสี่ยงท่วมสูงถึง 4-5 เมตร

ซึ่งความเสียหายระดับนี้หมายถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัย จึงประเมินว่าหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่

  • กลุ่มรับเหมา-วัสดุก่อสร้าง STEC, CK, TASCO, SCC, SCGD, TOA
  • กลุ่มค้าปลีกวัสดุ HMPRO, DOHOME, BJC

ขณะที่มุมมองจาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุข้อมูลพื้นที่ประสบภัยกว่า 3.3 แสนไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชุมชนและเส้นทางคมนาคม ระดับน้ำท่วมลึก 1.0-2.5 เมตร ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยา ต่อความต้องการสินค้าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด โดยเลือกหุ้นเด่นในกลุ่มนี้คือ HMPRO และ GLOBAL เป็นต้น

ด้าน บล.กรุงศรี มองว่า หุ้นกลุ่มจำหน่ายสินค้าซ่อมแซ่มและปรับปรุงบ้าน อาทิ HMPRO ที่แม้ยอดขายระยะสั้นอาจจะสะดุด แต่มีการสาขาในพื้นที่มากสุด (3 แห่ง) DOHOME (1 แห่ง) GLOBAL (ไม่มี) ช่วงฟื้นฟูมีโอกาสเห็นยอดขายเพิ่มกลับมาชดเชยได้ ส่วนหุ้นโรงไฟฟ้าอย่าง EGCO คาดเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าขนอมช่วยชดเชยโรงอื่นในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำท่วมภาคใต้ “ลากยาว” ฉุดเศรษฐกิจไทย เปิดลิสต์หุ้น “เสี่ยงลบ-ได้อานิสงส์บวก” ลุ้น ธปท. ลดดอกเบี้ย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...