โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา เผยยอดพลเรือนเขมร เซ่นไทยโจมตี พุ่ง 12 เจ็บ 74 อ้างจับไส้ศึก ชี้เป้าไทยถล่มสะพาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 07.56 น.
Photo: FreshNews

กัมพูชา เผยยอดพลเรือนเขมร เซ่นไทยโจมตี พุ่ง 12 เจ็บ 74 อ้างจับไส้ศึก ชี้เป้าไทยถล่มสะพาน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม เฟรชนิวส์ รายงานอ้างนายเนต เพียกตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารนิเทศของกัมพูชา แถลงในวันนี้ว่า ยอดพลเรือนชาวกัมพูชาที่เสียชีวิตจากการโจมตีของฝ่ายไทยเพิ่มขึ้นเป็น 12 รายแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 74 ราย ทั้งยังทำให้มีประชาชนต้องพลัดถิ่นเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 400,000 คน

รัฐมนตรีกระทรวงสารนิเทศกัมพูชากล่าวว่า กองทัพไทยใช้อาวุธหนักหลากชนิด รวมถึงเครื่องบินรบและกระสุนลูกปรายในการรุกรานอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ตลอด 8 วันที่ผ่านมาของการรุกรานด้วยอาวุธ กองทัพไทยได้มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน รวมถึงบ้านเรือน หมู่บ้าน ถนน สะพาน โรงเรียน โรงพยาบาล เจดีย์และวัด การโจมตีดังกล่าวซึ่งเกี่ยวข้องกับอาวุธหนัก การทิ้งระเบิดทางอากาศ คลัสเตอร์บอมบ์ และใช้ควันพิษ เป็นผลให้มีพลเรือนกัมพูชาผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 11 ราย รวมถึงทารก 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 59 ราย ณ วันที่ 14 ธันวาคม และยังทำให้ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อหนีการรุกรานด้วยอาวุธรวม 120,814 ครอบครัว หรือจำนวน 403,601 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 208,266 ราย และ เด็ก 97,209 ราย

รัฐมนตรีกระทรวงสารนิเทศของกัมพูชากล่าวย้ำด้วยว่าไทยจะต้องรับผิดชอบต่อการรุกรานดินแดนของกัมพูชาและการจงใจมุ่งเป้าหมายต่อพลเรือนซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน

วันเดียวกัน เฟรชนิวส์ยังอ้างรายงานจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของกัมพูชาอ้างว่า ตำรวจกัมพูชาได้จับกุมชายชาวกัมพูชารายหนึ่งซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นสายลับให้กับฝ่ายไทย ซึ่งวางแผนจะทำลายสะพานในพื้นที่ชายแดนช่องกัล-เสรยนาม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชา เผยยอดพลเรือนเขมร เซ่นไทยโจมตี พุ่ง 12 เจ็บ 74 อ้างจับไส้ศึก ชี้เป้าไทยถล่มสะพาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...