นายก ส.วิศวกรโครงสร้างฯ คาดฐานรองรับ 30 ตันหลุด หล่นทับโบกี้รถไฟดับ 22 ศพ
เมื่อวันที่ 14 ม.ค. จากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนลอนเชอร์ (Launching crane) ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ตกลงมาทับรถไฟที่สีคิ้ว จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายว่า โครงเหล็กเครนลอนเชอร์ดังกล่าว เป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching truss) ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ (Support) ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว โดยฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว
สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้
เครนก่อสร้าง ‘รถไฟรางคู่-โคราช’ หล่นทับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-อุบลฯ ผู้โดยสารดับ 22 ราย
- อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายฐานรองรับตัวกลางไปวางบนเสาต้นถัดไป
- ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตัวต่อตัน ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี ทำให้รถไฟคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
- ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน
- สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับล่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าว กับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่ ทำไมจึงร่วงลงมาได้
สำหรับเหตุการณ์คล้ายกันที่โครงเหล็ก Launcher ร่วงลงมาเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง คือการก่อสร้างสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุช เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2566 และเหตุการณ์ Launcher ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ถล่มลงมาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2567 ทั้งสองเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องในมาตรความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ