'นโยบายคูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย' 1 ในชุดนโยบายเกษตรพรรคเพื่อไทย ที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเกษตรไทย ด้วยการ 'ร่วมลงทุนกับเกษตรกร'
จั๋ง พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเผย [ชุดนโยบายเกษตร พรรคเพื่อไทย | EP.2] ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2025 ย้ำ เพื่อเกษตรกรไทย ไร้จน #เพื่อไทยทำได้ โดยอธิบายว่า
หลังจากที่ผมเล่าเรื่องหลักคิดของนโยบายประกันกำไรพืชผลเกษตร 30% ที่เป็นการสร้างหลักประกันกำไรจากการผลิต วันนี้ผมขอนำเสนออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเกษตรไทย นั่นคือ “นโยบายคูปองเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย”
นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การแจกคูปองเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่นี่คือการ “ร่วมลงทุนกับเกษตรกร” เพื่อเปลี่ยนจากการทำเกษตรที่ต้องแบกรับความเสี่ยง มาเป็นการทำเกษตรที่มีข้อมูลนำทางและมีอนาคตที่กำหนดได้เองครับ
วัตถุประสงค์หลักคือการลงทุนเพื่อเปลี่ยนชีวิต ไม่ใช่แค่แจกเพื่อบรรเทา
เราเชื่อว่าการยกระดับเกษตรไทยจะทำเพียงแค่แจกเงินให้เปล่าไม่ได้ แต่ต้องเริ่มจากการเปลี่ยน “ต้นทุนการผลิต” และ “วิธีการผลิต” ให้เกษตรกรสามารถแข่งขันได้จริงในตลาดโลก
1. เลือกปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ตลาดต้องการ
เราจะส่งเสริมการใช้คูปองควบคู่กับการลงทะเบียนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลว่าในแต่ละพื้นที่ควรเลือกปลูกอะไรที่เหมาะสมและขายได้ราคาดี
แลกเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า: เกษตรกรสามารถนำเมล็ดพันธุ์เดิมมาแลกเป็นเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงที่ให้ผลผลิตต่อไร่ดีขึ้น และเป็นสายพันธุ์ที่ตลาดโลกกำลังมองหา เพื่อแก้ปัญหาการปลูกพืชที่คนซื้อไม่ต้องการจนราคาตกต่ำครับ
2. ลดต้นทุนด้วยการใช้ปุ๋ยที่ตรงจุด เราจะเปลี่ยนวิธีการใส่ปุ๋ยแบบเดิม ที่เน้นปุ๋ยสูตรสำเร็จมากเกินไปจนดินเสียและเปลืองเงิน มาเป็นการใช้ปุ๋ยสั่งตัดที่แม่นยำเหมาะสมกับสภาพดินครับ
ตรวจดินก่อนใช้ปุ๋ย: เกษตรกรจะได้รับสิทธิ์ซื้อปุ๋ยราคาพิเศษผ่านคูปอง หลังจากที่ได้ตรวจวิเคราะห์ดินในพื้นที่จริงแล้วเท่านั้น
ใช้ปุ๋ยถูกสูตรตามสภาพดิน: เมื่อรู้ว่าดินขาดแร่ธาตุอะไร เราจะสนับสนุนปุ๋ยสั่งตัดที่ตรงกับความต้องการของดินในแต่ละแปลง ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และรักษาความสมบูรณ์ของดินให้ยั่งยืน
เปลี่ยนจากการ “ลองผิดลองถูก” เป็นการ “ทำเกษตรด้วยความมั่นใจ”
นี่คือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่หัวใจสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรไทยทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
•มีข้อมูลรองรับ: ก้าวข้ามการเพาะปลูกแบบคาดเดาผลลัพธ์ มาเป็นการปลูกที่รู้ล่วงหน้าด้วยผลวิเคราะห์ดินและข้อมูลความต้องการของตลาด
•เพิ่มมูลค่าผลผลิต: เน้นการปลูกพืชคุณภาพดีที่ขายได้ราคาสูง แทนการปลูกเยอะแต่ได้ราคาต่ำ
•สร้างความมั่นคงในอาชีพ: เมื่อต้นทุนลดลงและกำไรแน่นอนที่ 30% เกษตรกรจะสามารถวางแผนอนาคตและหลุดพ้นจากวงจรหนี้สินได้จริง
นโยบายคูปองนี้จึงไม่ใช่การแจกเงินแบบไร้เงื่อนไข แต่คือการจับมือร่วมกันระหว่างรัฐและเกษตรกร เพื่อเปลี่ยนจากการเกษตรที่ต้องเสี่ยงโชคทุกฤดู ไปสู่การเกษตรที่มีเทคโนโลยี มีข้อมูล และมีกำไรที่มั่นคงครับ