โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บสย. ประกาศ 4 กลยุทธ์ปี 69 ยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อ ลุยใช้ Credit Scoring คิดค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 05.15 น.

บสย. เปิดยอดค้ำประกัน 11 เดือนปี 68 กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ดันมาตรการใหม่ ค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท พร้อมประกาศทิศทางปี 69 ชู 4 กลยุทธ์หลัก ยกระดับกลไกค้ำประกันสินเชื่อ ลุยใช้ Credit Scoring คิดค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยง

12 ธ.ค. 2568นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน 11 เดือน ปี 2568(ม.ค. – พ.ย.) บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 35,781 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ดำเนินการโดย บสย. 51% และ โครงการตามมาตรการรัฐ 49% ก่อให้เกิด สินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 46,635 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 45,337 ราย สามารถ รักษาการจ้างงาน 467,249 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการค้ำประกันได้มากกว่า 147,776 ล้านบาท

โดยปีนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น พบว่า 85% เป็นกลุ่ม ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) และสามารถช่วยกลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (ลูกค้าใหม่) เข้าถึงสินเชื่อ เป็นสัดส่วนถึง 70% ของจำนวน SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา

สำหรับโครงการตามมาตรการรัฐ PGS 11“บสย. SMEs ยั่งยืน” ตั้งแต่เปิดโครงการ (กรกฎาคม 2567) ถึง 30 พฤศจิกายน 2568 มียอดค้ำประกัน 46,147 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 66,821ราย เฉพาะโครงการ ค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ ภายใต้มาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” และ “กระบะ (มือสอง) พี่ มีคลังค้ำ” มี ยอดค้ำประกัน 1,106 ล้านบาท สามารถช่วย SMEs เข้าถึงรถกระบะเชิงพาณิชย์ 1,662 คัน

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปีที่ บสย. ขยายการค้ำประกันไปยังกลุ่มรถกระบะ เพื่อช่วย SMEs รายย่อย กลุ่มอาชีพอิสระ เกษตรกร และ ธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก ซื้อรถกระบะเป็นเครื่องมือทำมาหากินได้ง่ายขึ้น โดยตลอดปี 2569 บสย. จัดเตรียมวงเงิน ประมาณ 3,700 ล้านบาท สิ้นสุดรับคำขอค้ำประกันในวันที่ 30 ธันวาคม 2569

สำหรับประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. การบริการ 33.2% 2. อาหารและเครื่องดื่ม 10.3% และ 3. เกษตรกรรม 7.9% ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีสัดส่วนค้ำประกัน 51% สะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ อุตสาหกรรมหลักในประเทศ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ และการลงทุนที่ขยายตัวช่วงไฮซีซั่น

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ยังประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ SMEs ลูกหนี้ที่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม จ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” หรือ มาตรการ 3 สี (ม่วง เหลือง เขียว)

โดยตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2565 ถึงปัจจุบัน สามารถ ช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลมไปแล้วถึง 23,664ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 15,439 ล้านบาท (เฉพาะ ม.ค. - พ.ย. 2568 ปรับโครงสร้างหนี้5,250ราย คิดเป็นมูลหนี้3,588 ล้านบาท) และสามารถช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” 882 ราย เกือบ 50% เป็นกลุ่มเปราะบาง เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 34 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย.

ชู Quick Big Win 5 หมื่นล้าน เติมสภาพคล่อง SMEs

นายสิทธิกร เปิดเผยว่า จากความผันผวนทางเศรษฐกิจ และปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นตลอดปีนี้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะปัญหาสภาพคล่องและการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สะท้อนจากสภาพสินเชื่อ SMEs ที่หดตัว ต่อเนื่อง ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ยัง หดตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนอยู่ที่ -1% จากระยะเดียวกันของปีก่อน และนับเป็นการติดลบ 5 ไตรมาสติดต่อกัน

โดยการหดตัวดังกล่าวมาจากสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่หดตัวหนักขึ้นจาก -3.3% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ มาอยู่ที่ -4% ใน ไตรมาสล่าสุด เนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตสูงและมีประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องปรับเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขันระยะยาว

จากสภาพดังกล่าวเป็นที่มาของนโยบายของรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง เปิดตัว มาตรการค้ำประกัน สินเชื่อ“บสย. Quick Big Win” วงเงินค้ำประกัน 50,000 ล้านบาท จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อเติมสภาพคล่องให้ SMEsอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ตามประเภทของ SMEs ได้แก่

(1)โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Quick LG วงเงินค้ำประกัน 5,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 1 แสนบาท – 100 ล้านบาท ตอบโจทย์ SMEs ที่ต้องใช้หนังสือค้ำประกัน เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือจัดซื้อจัดจ้าง ของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจ

(2)โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Go Big วงเงินค้ำประกัน 35,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 2 แสน บาท – 40 ล้านบาท ตอบโจทย์ SMEs ทั่วไป และ SMEs ขนาดเล็ก ธุรกิจซัพพลายเชนที่ต้องการสินเชื่อเกิน 1 ล้าน บาท

(3)โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win วงเงินค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 1 หมื่นบาท – 1 ล้านบาท ตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs กลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท เฉพาะโครงการนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้นำ Credit Scoring Model และ Risk-based Pricing (RBP) มาใช้ประเมิน ความเสี่ยงของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อของ SMEs ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับ ได้มากขึ้น

พร้อม 4 จุดเด่น ประกอบด้วย

  • ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก มุ่งลดภาระทางการเงินให้ SMEs
  • ชำระค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง1% ต่อปีตามวงเงินคงเหลือในปีที่ 4
  • คิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง (RBP) โดยใช้ บสย. Credit Scoring
  • ชดเชย NPL ในอัตราสูง (Max Claim) เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อให้SMEs มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” ถือเป็น“มาตรการพิเศษ” เพื่อช่วยเหลือ SMEs ในภาวะเศรษฐกิจที่มีปัจจัยลบรอบด้าน มีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ด้วยการ จ่ายเคลม (จ่ายค่าประกันชดเชย) ในอัตราสูง (Max Claim) เมื่อเทียบกับโครงการค้ำประกันสินเชื่อโครงการอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับทั้ง SMEs และสถาบันการเงิน เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และทำให้สถาบันการเงินมีความ เชื่อมั่นในการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มให้กับ SMEs มากยิ่งขึ้น

นายสิทธิกร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นกลไกหลักในการดูแลผู้ประกอบการรายเล็ก โดยให้ความคุ้มครองการค้ำประกันสินเชื่อตั้งแต่ 10,000 บาท สูงสุดที่ 40 ล้านบาทต่อราย โดยบสย. ยังคงมุ่งเน้นการช่วยกลุ่มเปราะบางและรายเล็ก หรือกลุ่ม Micro SME สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการวงเงินสินเชื่อสูงกว่า 40 ล้านบาทขึ้นไปนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างเตรียมกลไกเข้ามาดูแลการค้ำประกันสินเชื่อในส่วนที่ เกินกว่าขีดจำกัดสูงสุดของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โดยกลไกนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มที่อยู่ในแผน reinvented Thailand และกลุ่มธุรกิจใหม่ (S-Curve) ด้วย

“การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ทับซ้อนกัน โดย บสย. จะดูแลกลุ่มตัวเล็กจนถึง 40 ล้านบาท ขณะที่ ธปท. จะเข้ามารับช่วงดูแลกลุ่มขนาดใหญ่ต่อไป การบูรณาการนี้จะช่วยส่งผ่านนโยบายของรัฐไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ก้าวสู่ปีที่ 35 เร่งยกระดับ กลไกค้ำประกันสินเชื่อ

นายสิทธิกร เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้ยกระดับองค์กรในด้านต่างๆ ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการช่วยเหลือ SMEs และเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติโดยทิศทางในปี 2569 ชู 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อพลิกโฉม การช่วยเหลือ SMEs ในประเทศไทย ที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

1. บูรณาการข้อมูล TCG Score ของ บสย. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบาย กระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายย่อย คนตัวเล็ก ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึง สินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น และมีต้นทุนทางการเงินสอดคล้องกับระดับความเสี่ยง

“บสย. Scoring มาใช้เพื่อ ประเมินความเสี่ยงผู้ขอค้ำประกันและกำหนดค่าธรรมเนียมค้ำประกันตามความเสี่ยง หรือ Risk-Based Pricing ของลูกค้า ไม่ใช่ทุกรายจะถูกค้ำประกันด้วยอัตราเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นตัวกำหนดว่ารัฐบาลควรอุดหนุนในอัตราเท่าใด เช่นหากการ Scoring ชี้ว่าลูกค้าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือ ต้องการความช่วยเหลือบสย. จะใช้ข้อมูลนี้ในการ ขอเงินงบประมาณอุดหนุนเพิ่มขึ้น เพื่อจูงใจให้ธนาคารเข้าปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มเป้าหมายเหล่านั้น”

2. ยกระดับสำนักงานเขต บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 11 แห่งทั่วประเทศ ก้าวสู่ “ศูนย์กลางทางการเงิน” (Digital Branch in Branch) เชื่อมต่อกับสถาบันการเงินต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น นำ ข้อมูลของ SMEs ที่มารับคำปรึกษาหรือใช้บริการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ผ่านสำนักงานเขต และ LINE OA : @tcgfirst คัดกรอง ผ่าน บสย. Credit Scoring และส่งต่อข้อมูลให้สถาบันการเงินที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสของ SMEs ในการเข้าถึง สินเชื่อได้มากยิ่งขึ้น

3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อ (Specific Segment Guarantee) จากปัจจุบัน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มี ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นตามกลุ่มลูกค้า (Product by Segment) 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากพิษ เศรษฐกิจต่างๆ, กลุ่มที่ต้องการเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ, กลุ่มเปราะบาง พ่อค้า แม่ค้า Startup, ธุรกิจที่ปรับตัวเข้า สู่สังคมคาร์บอนต่ำ และกลุ่มที่ต้องการเช่าซื้อรถกระบะเป็นเครื่องมือทำมาหากิน

จากนี้จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค้ำประกันสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการ SMEs ในกลุ่มต่างๆ อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะทำให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นกลไก ค้ำประกันหลัก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของ SMEs ได้อย่างแท้จริง

4. เดินหน้าแก้หนี้ “กลุ่มเปราะบาง” สำหรับลูกหนี้ที่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม จ่ายเคลม เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ผ่าน มาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” หรือ มาตรการ 3 สี “ม่วง เหลือง เขียว” เน้นยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ ตัดเงินต้น เพิ่มขึ้น พร้อมลดต้นสูงถึง 30% เพื่อช่วยกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ สามารถปลดหนี้ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ในโครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่มุ่งช่วยเหลือ ลูกหนี้รายย่อย ปลดหนี้ แก้หนี้อย่างยั่งยืน

สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) นายสิทธิกร กล่าวว่า หลายเรื่องที่ NaCGA จะทำนั้น ทาง บสย. ปัจจุบันได้หยิบยกมาดำเนินการเองแล้ว เช่น กลไก Digital Branch in Branch ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้เชื่อมต่อกับพันธมิตร ทำให้เกิดกระบวนการขอสินเชื่อแบบรวมศูนย์

“เมื่อลูกค้าเข้ามาพูดคุยกับ บสย. ไม่ว่าจะที่สาขาหรือบนแพลตฟอร์ม ลูกค้าจะได้รับการประเมินเกรด หรือ Scoring และ ลูกค้าสามารถยื่นคำขอสินเชื่อไปยังธนาคารที่ต้องการ โดย บสย. มีระบบที่สามารถใช้เอกสารชุดเดียวโดยจะมีการประมวลเพื่อส่งคำขอไปยังทุกธนาคารได้ โดย บสย. ได้ร้องขอให้ธนาคารที่เป็นพันธมิตร อนุญาตให้ บสย. Track Journeyเพื่อติดตามว่าลูกค้าที่ยื่นเรื่องไปที่ธนาคารนั้น ๆ ได้รับการดูแลอย่างไร”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...