จัดเต็ม! คลิปภาพ-เสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก หิ้วทองคำหนัก 246 บาท ติดสินบนปปช.
จัดเต็ม ! คลิปภาพ-เสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก หิ้วทองคำหนัก 246 บาท ติดสินบน กรรมการ ป.ป.ช. แฉแผนประทุษกรรม เปิดโปงขบวนการ “บิ๊กโจ๊ก” ใช้นอมินีกว้านซื้อทองแท่ง
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุตจริตและประพฤติมิชอบ แถลงข่าวกรณีที่มีผู้กล่าวหา ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 ราย โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด(ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานฯ โดยมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 6 ราย
สำหรับพฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้นายสามารถ ส่งมอบทองคำ จำนวน 2 กล่อง รวมน้ำหนักทองคำ 246 บาท ทองคำให้กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ (ผู้กล่าวหา) เพื่อให้นำทองคำแท่งดังกล่าวไปมอบให้กับ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง เพื่อจูงใจให้ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลรับผิดชอบสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกตกเป็นผู้ต้องหาซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ช่วยเหลือทางคดีให้มีมติไม่ชี้มูล ความผิดทางอาญาและวินัยโดยกำชับให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ บันทึกวิดีโอขณะส่งมอบทองคำเก็บไว้
ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำแท่งดังกล่าว ไปมอบให้กับ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง โดยผ่าน นาย ส. รปภ.ประจำตัว ที่ ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ กรุงเทพมหานคร
ภายหลังจากที่ได้รับมอบทองคำแล้วในห้วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2567 กรรมการ ป.ป.ช. ได้เรียกผู้ต้องหาในคดีไปชี้แจงข้อเท็จจริงและเร่งสอบกระบวนการสอบสวนและต่อมาคณะอนุกรรมการมีมติไม่ชี้มูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและได้ทำการส่งสำนวนดังกล่าวไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568
ก่อนแถลงข่าวคณะตำรวจได้เปิดคลิปหลักฐาน ที่เป็นภาพเหตุการณ์การส่งมอบทองคำระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับ นาย ส. โดยเริ่มจากเปิดให้เห็นทองแท่งในรถ ก่อนนำไปส่งมอบให้ และถ่ายภาพตามไปถึงรถคันดังกล่าวเคลื่อนตัวออกไป จากนั้น ได้เปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับ ผู้ต้องหารายอื่น ๆ ที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการรับสินบนทองคำ และ การพิจารณาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า หลักฐานการซื้อทองมีอย่างชัดเจน ทองคำแท่งชุดดังกล่าวมีความพิเศษทำให้ผู้ขายจำได้ว่าขายให้ผู้ต้องหาจริง ในการตรวจค้นจุดต้องสงสัยมีหลักฐานการซื้อทองที่กรณีการติดสินบนนำไปก่อเหตุชัดเจน อีกทั้งตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่าทองดังกล่าวที่ซื้ออยู่กับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัว ของคณะกรรมการปปช อีกทางรถที่มารับก็คือรถประจำตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาจะต่อสู้คดีอย่างไรเป็นสิ่งในเรื่องกระบวนการถูกพิจารณาตามกระบวนการของศาลยุติธรรมอย่างไรก็ตามคดีสินบนทองคำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะพนักงานสอบสวนมาอย่างรอบคอบเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานตรวจสอบข้อมูล ทั้งทางอิเล็กทรอนิกส์และทางกายภาพนำไปสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษการตรวจค้น คณะกรรมการซึ่งในที่สุดคดีสินบนก็ไปผูกพันกับคณะกรรมการขององค์กรอิสระ
คดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผ่านการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนมาอย่างรอบคอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องเว็บพนันเครือข่ายมินนี่ เว็บพนันของพิมพ์วิไลที่นำไปสู่การออกหมายจับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และคดีการตกแต่งบัญชีทรัพย์สินของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเริ่มต้นมาจากการขายพระให้กับเซียนพระ มีค่านายหน้าส่วนนั้นมาถึง อดีต รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่นำไปซื้อปืนซึ่งปรากฎในการแสดงบัญชีทรัพย์สิน คดีต่างๆ เดินทางมายาวนานมาก พยานหลักฐานมีจำนวนมาก
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขยายความในคดีสิบนทองคำเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำพยานหลักฐานเข้ามามอบให้ตำรวจเอง พร้อมให้การยืนยันว่าได้รับคำสั่ง จาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้นำทองคำแท่งไปส่งมอบตามสถานที่ที่มีการนัดหมาย เมื่อรับข้อมูลจากผู้กล่าวหาแล้วและได้ตรวจสอบย้อนไปถึงที่มาของทองคำ
ปรากฎว่าผู้ซื้อทองคำอยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เสนอให้สินบน กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งผู้ซื้อทองไม่ได้รู้จักส่วนตัวกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พนักงานสอบสวนมีการสอบถามพยานบุคคลเป็นจำนวนหลายปากที่อยู่ในเหตุการณ์ครบถ้วนแล้วทุกคนให้การสอดคล้องต้องกัน และสอดคล้องกับพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์คลิปภาพและคลิปเสียง
ในส่วนทองคำ 120 บาททองคำ ที่ตรวจค้นเจอที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่ง เป็นทองของร้านเดียวกันกับทองที่ส่งมอบเป็นสินบน แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่าทองดังกล่าวคือทองสินบนที่รับคืนมาจากกรรมการป.ป.ช. หรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยืนยันว่า ทอง 276 บาททองคำที่มอบให้กรรมการ ป.ป.ช. มีการซื้อจริงมีใบรับรองจริง แต่หลักฐานอยู่ในส่วนเดียวกับพยานหลักฐานใบเสร็จรับทอง 70 ใบที่มีการค้นเจอในที่ทำการของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่
มีการส่งตรวจคลิปวีดีโอบันทึกเสียงตามระเบียบเรียบร้อยแล้วตามขั้นตอน ก่อนจะตั้งคำถามว่าคลิปต่าง ๆ มีการตัดต่อหรือไม่ขอยืนยันอีกครั้งว่าทองชุด 246 บาทมีการซื้อ มีการส่งต่อให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และมีการส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนในวันที่มีการส่งมอบสินบนทองคำ พยานมีการยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ในรถที่มีการรับมอบทองคำไป
กรณีที่ผ่านมาคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งอยู่ในชั้นการไต่สวนของ ป.ป.ช. และอาจได้รับผลกระทบจากต่อการดำเนินการ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่าตำรวจพร้อมที่จะรับทุกสำนวนที่เกี่ยวข้องกับอดีตรองผบ. ตร.กลับมาดำเนินการ หาก ป.ป.ช. มีการส่งคืนมา
การที่วันนี้ (6 มกราคม) ผู้ถูกกล่าวหาส่วตัวแทนไปแจ้งความดำเนินคดีคณะพนักงานสอบสวน ตนเองในฐานะตำรวจไม่ได้รู้สึกแปลกใจ กังวลใจเพราะการปฏิบัติหน้าที่นี้ขา 1 ข้างอยู่ในตารางอยู่แล้ว เราเพียงต้องเชื่อมั่นว่าเราทำคดีอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามการตัดสินผิดหรือถูกให้ไปอยู่ที่ศาลยุติธรรมไม่ใช่ศาลโซเชียล คนถูกพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม
สถานะของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ขณะนี้ต้องยอมรับว่าตำรวจไม่ได้เริ่มสืบสวนด้วยตนเอง เริ่มจากที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำหลักฐานสำคัญมาปรึกษาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้การในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการให้การนั้น ได้บอกถึงเหตุและผลที่ตนเองต้องไปทำเกิดจากความจำเป็น หลังจากที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำหลักฐานมาให้ตำรวจมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือจะมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนมาสู่สวนต่อและได้ข้อมูลพยานหลักฐานตามที่ แจ้งไว้
ฉะนั้นตามที่พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำข้อมูลมาให้ตรงกับพยานหลักฐาน พ.ต.อ.ภาคภูมิอยู่ในฐานะผู้กล่าวโทษตำรวจยังไม่เห็นเจตนาบ่งชี้ในการกระทำผิด ให้ต้องเป็นสถานะ ผู้ต้องหา เรื่องนี้ตนเชื่อว่าไม่ใช่ความแค้นส่วนตัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เรื่องนี้มีตัวอย่างคำพิพากษาระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้อำนาจหลายครั้ง ผู้ที่กระทำอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องกระทำ แม้จะไม่อยากกระทำ เพราะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้หากปฏิเสธจะเกิดผลร้ายกับตนเองจึงต้องจำยอม
อีกทั้ง ยืนยันว่า ผู้เข้ามาให้ข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งอดีตนายตำรวจติดตามพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกคนอยู่ภายใต้การกดทับ กลุ่มนี้จะได้รับความคุ้มครองเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ตำรวจมีหน้าที่ต้องคุ้มครองพยาน แต่ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆได้มากเพื่อความปลอดภัย และความรอบคอบของการดำเนินคดี
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา กรรมการ ป.ป.ช. ฐาน เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ,
เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเรียก รับ หรือจะยอมรับทรัพย์สินหรือประชาชนอื่นไปสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างไรในตำแหน่งไม่ว่าการนำจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฯลฯ และ นายส. ในความผิดฐาน สนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ฯลฯ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับพวกรวม 4 คน ความผิดฐาน ร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (ทองคำแท่ง) แก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน เพื่อนจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่และร่วมกันเป็นผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวว่า ตำรวจชุดสอบสวนได้ดำเนินการหลักฐานจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ และได้ข้อมูลจนพบว่ามีความสอดคล้องและมีพยานหลักฐานแน่นหนาจนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิด ซึ่งสิ่งที่พิสูจน์ได้คือ ทองคำ 200 กว่าบาทมีจริง เพราะสอบสวนถึงแหล่งที่มามีทั้งพยานบุคคลและใบเสร็จ และทองนี้มีลักษณะพิเศษทำให้จดจำได้ รวมถึงทองคำชุดนี้มาอยู่ในมือของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ จริง และมีการส่งมอบทองคำที่สมาคมปักษ์ใต้ โดยผู้รับคือ รปภ.ประจำตัวของกรรมการ ป.ป.ช. และรถยนต์ที่เข้ามานั้นเป็นรถประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีการนำคลิปเสียงและวิดีโอ พ.ต.อ.ภาคภูมินำทองคำ น้ำหนัก 246 บาท ไปส่งมอบให้ทาง ป.ป.ช. เพื่อติดสินบน 1 ในกรรมการ ป.ป.ช. ที่ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยระบุผู้ที่ใช้ให้นำไปมอบคือ บิ๊กโจ๊ก แลกกับการวิ่งเต้นคดี ทั้งนี้คลิปดังกล่าวปรากฏตั้งแต่ขั้นตอนการนำทองใส่กระเป๋า, ทะเบียนรถยนต์ ประจำตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช. ภาพคนขับรถและ รปภ.ประจำตัว จนถึงคลิปเสียงขณะที่ผู้เกี่ยวข้องมีการโทรศัพท์สั่งการ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งบันทึกไว้หลายคลิป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จัดเต็ม! คลิปภาพ-เสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้อง บิ๊กโจ๊ก หิ้วทองคำหนัก 246 บาท ติดสินบนปปช.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th