โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

IAA คาดเป้า SET แตะ 1,389 จุด จับตาเลือกตั้ง-รัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 07.55 น.

IAA คาด SET Index สิ้นปี 69 ปิดที่ 1,389 จุด ได้แรงหนุนจากปัจจัยการเมืองในประเทศและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นตัวแปรสำคัญใน Q1 พร้อมเสนอแนะรัฐบาลคลอดมาตรการ "คนละครึ่ง-แก้หนี้" ควบคู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นดึงเงินทุนไหลเข้า

6 มกราคม 2569 นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจมุมมองการลงทุนปี 2569 จากสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 24 สำนัก โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดัน ส่งผลให้การเติบโตของ GDP ปี 2569 อยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า

ทั้งนี้ สมมติฐานหลักของผลสำรวจระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปี 2569 อยู่ที่ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ GDP ไทยปี 2569 มีผู้คาดการณ์ต่ำสุดที่ 1.4% และสูงสุดที่ 2% โดยมีค่าเฉลี่ย 1.67% ปรับลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1.9% ส่วนอัตราผลตอบแทนไร้ความเสี่ยง (Risk Free Rate) ที่ใช้ในการประเมินมูลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.82% และ Risk Premium ของตลาดหุ้นไทยเฉลี่ย 7.85%

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี 2569 ปัจจัยบวกสำคัญคือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศ โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 91.3% มองว่าเป็นแรงหนุน รองลงมาคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ 82.6% และปัจจัยการเมืองในประเทศ 60.9%

ขณะที่ปัจจัยลบหลักยังคงเป็นภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งมีผู้ตอบ 60.9% มองว่าเป็นแรงกดดัน ตามด้วยการเมืองต่างประเทศ 56.5% และเศรษฐกิจโลก 50%

ปัจจัยที่นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักเป็นพิเศษในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้แก่ การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งและความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ สิ้นปี 2569 นักวิเคราะห์ 72.73% คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1% ขณะที่ 13.64% มองว่าอาจลดลงเหลือ 0.75% และอีก 13.64% คาดว่าจะทรงตัวที่ 1.25% จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 1.25% (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มกราคม)

ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2568 คาดเฉลี่ยที่ 86.13 บาทต่อหุ้น ใกล้เคียงกับผลสำรวจครั้งก่อน และคาดว่าในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 91.17 บาทต่อหุ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางบวก คาดว่าจะปิดสิ้นไตรมาสแรกที่ระดับ 1,322 จุด และตลอดทั้งปีแกว่งตัวในกรอบ 1,187–1,427 จุด ก่อนปิดสิ้นปี 2569 ที่ 1,389 จุด

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน นักวิเคราะห์แนะนำให้กระจายพอร์ตการลงทุน โดยจัดสรรสัดส่วนเงินสดและเงินฝากระยะสั้น 9.17% กองทุนตราสารหนี้ 21.75% หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 30.63% หุ้นหรือกองทุนหุ้นไทย 19.92% ทองคำหรือกองทุนทองคำ 10.46% กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือ REIT 7.63% และสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น Bitcoin หรือ ตราสารหนี้ระยะสั้น 0.46%

สำหรับการลงทุนต่างประเทศ แนะนำกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ รวมถึงกลุ่ม AI-Technology และ Healthcare ตลอดจนการลงทุนแบบคัดเลือกในเอเชีย เช่น จีน ฮ่องกง อินเดีย และญี่ปุ่น โดยหลักทรัพย์ต่างประเทศและทองคำในรูปแบบ DR ที่ได้รับการแนะนำตรงกันตั้งแต่ 7 สำนักขึ้นไป ได้แก่ AAPL80, BIDU80 และ NVDA80

ส่วนการลงทุนในหุ้นไทย แนะนำเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม ธนาคาร ท่องเที่ยว การแพทย์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร ขณะที่ควรลดน้ำหนักในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

หุ้นไทยที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 5 สำนักขึ้นไป ได้แก่ ADVANC, CPALL, GULF, KTB และ MTC ขณะที่หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงคือหุ้นบางบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาปรับขึ้นเกินพื้นฐาน และหุ้นกลุ่มพลังงาน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่างบประมาณ ทั้งการเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเชิงโครงสร้าง การออกเกณฑ์ TISA ที่ชัดเจน การกระตุ้นกำลังซื้อ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน การใช้กลไกร่วมลงทุนรัฐ–เอกชน (PPP) รวมถึงการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน การบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาอุตสาหกรรม New S-Curve เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...