โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมศุลฯชงคลังตัดสิทธิ์ ‘เงินรางวัลนำจับ’ ซี 8 ยันอธิบดี ภายใน พ.ย.นี้

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 21.35 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 20.10 น.

กรมศุลฯขานรับ ‘ดีลภาษีทรัมป์’ เตรียมชง รมว.คลัง ตัดสิทธิ์จ่ายเงินรางวัลนำจับให้ ซี 8 ยันอธิบดี ภายใน พ.ย.นี้ มั่นใจเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่ใส่เกียร์

จากการที่ เว็บไซต์ทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่สรุปแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทยที่ได้มีการจัดทำกรอบข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี ได้ขอให้ฝ่ายไทยดำเนินการแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers) อาทิ ยอมรับมาตรฐานยานยนต์ตามกฎความปลอดภัยและการปล่อยมลพิษของสหรัฐฯ ยอมรับใบรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) สำหรับเครื่องมือแพทย์และยาที่ได้รับอนุญาตทางการตลาดแล้ว ออกใบอนุญาตนำเข้าเอทานอลจากสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายศุลกากร โดยยกเลิกระบบรางวัลจากการจับกุมการละเมิดทางศุลกากร และนำแนวทางการกำกับดูแลที่ดี (Good Regulatory Practices) นั้น

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรอบข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทยว่า ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาขอให้ไทยยกเลิก เฉพาะการจ่ายเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ไม่ได้ขอให้ไทยยกเลิกการจ่ายเงินสินบนนำจับให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ ซึ่งการจ่ายเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มีผลใช้บังคับ ต่อมาในปี 2560 มีการแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากรฯใหม่ โดยการปรับลดอัตราการจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับจาก 30% ลดลง เหลือ 20% ของรายได้จากการขายของกลาง หรือ ค่าปรับ และยังจำกัดวงเงินในการเบิกจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับเอาไว้ไม่เกิน 5 ล้านบาท/คดี ที่ผ่านมายังไม่เคยยกเลิก หากจะมีการยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรภายใน 4 เดือน คงไม่ทัน เพราะจะต้องใช้เวลาในการแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560

ดังนั้น เพื่อแสดงความจริงใจในการดำเนินงาน ตามข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่กำลังแก้ไขกฎหมายศุลกากร ตนก็จะใช้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรแก้ไขระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลใหม่ โดยยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลนำจับให้กับผู้บริหารกรมศุลกากร ตั้งแต่ระดับซี 8 ขึ้นไปจนถึงอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งในเบื้องต้นได้แจ้งให้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากรรับทราบแล้ว โดยจะนำเสนอให้ ดร.เอกนิติ พิจารณาอนุมัติภายในเดือนพฤศจิกายน 2568

นายพันธ์ทอง กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรว่า “การยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลเจ้าหน้าที่ศุลกากร ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าการจ่ายเงินรางวัลอาจเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ขัดแย้ง (Conflict of Interest) ยกตัวอย่าง อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ มีอำนาจในการวินิจฉัย ชี้ผิด ชี้ถูก หรือ รองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนักฯของกรมศุลกากร ไปนั่งเป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ มีอำนาจในการสั่งดำเนินคดี หรือ ระงับคดี” ประเด็นนี้ทำให้คนภายนอก มองว่าอาจเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ไม่ดี ทำให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร มองว่าผู้ประกอบการกระทำความผิด

อย่างไรก็ตาม หากจะให้ยกเลิกเงินรางวัลนำจับภายใน 4 เดือน คงไม่ทัน เพราะต้องใช้เวลายกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายศุลกากร ในเบื้องต้นจึงใช้วิธีแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินสินบนรางวัลฯ โดยตัดสิทธิ์การจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้บริหารของกรมศุลกากรตั้งแต่ซี 8 ขึ้นไป เช่น ผู้อำนวยการสำนักฯ , รองอธิบดี , ที่ปรึกษาระดับ 10 และอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรทำเรื่องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามอนุมัติ โดยไม่เสนอ ครม.พิจารณาแต่อย่างใด ซึ่งจะเร่งแก้ไขระเบียบดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

“ถามว่าการยกเลิกเงินรางวัลนำจับแล้วจะทำให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรใส้เกียร์ว่างหรือไม่ ประเด็นนี้ ผมไม่เชื่อว่าไม่มีเงินรางวัลนำจับแล้วเจ้าหน้าศุลกากรจะใส่เกียร์ว่าง ไม่จับกุมผู้กระทำความผิด เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกคน และผมไม่เชื่อว่ายกเลิกเงินรางวัลนำจับแล้วจะทำให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่วิ่งมาอยู่กองสืบสวนและปราบปราม เพราะทุกคนอยากทำงานปราบปราม ทำงานแล้วมีผลงานโชว์ มีเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”

อนึ่ง การจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มีผลบังคับใช้ ตามกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดบทลงโทษผู้ประกอบการที่เจตนากระทำความผิด ตามกฎหมายศุลกากรเอาไว้ 3 กรณี คือ ความผิดฐานลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรให้ถูกต้อง , ความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากร (สำแดงเท็จ) และความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม – ข้อกำกัด (สินค้าที่อยู่ในความควบคุม ต้องขออนุญาตนำเข้าจากหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. อย. กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ เป็นต้น)

ผู้กกระทำผิดจะต้องจ่ายค่าปรับให้กับกรมศุลกากรเป็นเงิน 4 เท่าของมูลค่าสินค้ารวมค่าอากร รวมทั้งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 27) ส่วนของกลางที่ยึดได้นำมาขายทอดตลาด โดยให้หักเงินรายได้จากการขายของกลาง 55% แต่ถ้าของกลางขายไม่ได้ให้หักจากค่าปรับมาจ่ายเป็นเงินสินบนให้กับผู้แจ้งความนำจับ 30% และจ่ายเป็นเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร 25% แต่ถ้าไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้จ่ายเป็นเงินรางวัลนำจับแก่เจ้าหน้าที่ 30% ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบผู้ประกอบการจ่ายอากรไม่ถูกต้องครบถ้วน ภายหลังการผ่านพิธีการศุลกากรไปแล้ว สามารถตามไปเรียกเก็บอากรจากผู้ประกอบการเพิ่มได้ ให้จ่ายเงินรางวัลเจ้าหน้าที่ 10% ของเงินอากรที่เก็บเพิ่มเติมได้

ต่อมาในสมัยนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตอธิบดีกรมศุลกากร ได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ศุลกากรใหม่ ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการที่ถูกกรมศุลกากรดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการปรับปรุงบทลงโทษ โดยปรับค่าปรับลงมาจาก 4 เท่า เหลือ 0.5-4 เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม โดยพิจารณาจากเจตนาในการกระทำความผิด รวมทั้งปรับลดอัตราการจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับลงมา จากเดิมให้หักเงินรายได้จากการขายของกลาง 55% ลดลงเหลือ 40% มาจ่ายเป็นเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ 20% แต่ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท และจ่ายเป็นเงินรางวัลนำจับให้กับเจ้าหน้าที่ 20% แต่ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท (กรณีที่เป็นของกลางที่ขายไม่ได้ เช่น สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้หักเงินค่าปรับมาจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัล) ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบผู้ประกอบการเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน ภายหลังการผ่านพิธีการศุลกากรไปแล้ว สามารถไปตามเรียกเก็บภาษีมาได้เพิ่มเติม ให้จ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ 10% ของค่าภาษีที่เก็บได้เพิ่มเติม แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อการตรวจพบ

สำหรับการเบิกจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลให้กับเจ้าหน้าที่ ตามระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล พ.ศ. 2560 ได้ให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุมัติ กำหนดระเบียบการเบิกจ่ายเงินสินบนแก่ผู้แจ้งเบาแสเอาไว้ 20% ของรายได้จากการขายของกลาง หรือ ค่าปรับ แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคดี กรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับหลายคนให้อธิบดีกรมศุลกากรจัดสรรเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับแต่ละรายตามที่เห็นสมควร แต่ถ้ามีบุคคลหลายรายอ้างว่าตนเป็นผู้แจ้งความนำจับเพียงคนเดียว ก็ให้อธิบดีกรมศุลกากรเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ใดเป็นผู้แจ้งความนำจับที่แท้จริง

ส่วนการจ่ายเงินรางวัลนำจับแก่เจ้าหน้าที่ 20% แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคดีนั้น ตามระเบียบกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว กำหนดให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้าย โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. กำหนดให้จ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ที่ตรวจพบการกระทำความผิด 1 ใน 3 ของเงินรางวัลดังกล่าว หากมีเจ้าหน้าที่ที่ตรวจพบการกระทำความผิดหลายคน ระเบียบฉบับนี้กำหนดให้แบ่งจ่ายคนละเท่าๆ กัน 2. เงินรางวัลส่วนที่เหลือ 2 ใน 3 ให้จ่ายแก่ผู้ตรวจพบการกระทาความผิด หรือ ผู้ร่วมจับกุม หรือผู้ดาเนินการภายหลังการจับกุม หรือ การตรวจพบอันเป็นประโยชน์ช่วยให้การจับกุม หรือ ตรวจพบเป็นผลสำเร็จ และบุคคลอื่นที่ได้ช่วยเหลือให้การจับกุม หรือ การตรวจพบการกระทาความผิด เป็นผลสำเร็จ โดยให้แต่ละคนได้รับเงินรางวัลในอัตราส่วนแบ่ง ตามตารางบัญชีอัตราส่วนแบ่งเงินรางวัลข้าราชการ และพนักงานราชการ (ดูตารางด้านล่าง)

ระเบียบสินบน customs-proposes-mof-cutting-reward-incentiveดาวน์โหลด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...