โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ความงามคือ ‘แก่นแท้’ ที่คุณมีอยู่ภายในตัวเองในฐานะผู้หญิง และเมื่อคุณค้นพบมันแล้ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมีใครพรากไปได้” Anok Yai จากผู้ลี้ภัยสู่นักศึกษาแพทย์ สู่นางแบบแห่งปี 2025 ท่ีอยากให้วงการแฟชั่นมองเห็นความสามารถมากกว่าสีผิว

Mirror Thailand

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 03.44 น.
ภาพไฮไลต์

Anok Yai จากนักศึกษาแพทย์ที่ถูกช่างภาพถ่ายรูปและลงโพสต์ในอินสตาแกรมจนเป็นไวรัลในปี 2018 กลายเป็นนางแบบแห่งปี 2025 ที่จัดโดย British Fashion Council ซึ่งเราเห็นโมเมนต์ทองของเธออย่างการใส่ชุดเพชร Swarovski บนพรมแดง Met Gala 2024 เป็นนางแบบผิวดำคนที่สองที่เดินเปิดโชว์ Prada ในรอบ 20 ปี และล่าสุดเธอสยายปีกบนเวที Victoria Secret’s การขึ้นปกนิตยสารนับไม่ถ้วน รวมถึงแสดงในแคมเปญโฆษณาต่างๆ อย่าง Gap และน้ำหอม Mugler ทำให้โลกได้เห็นว่าเธอคือนางแบบที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดและสามารถยืนหยัดในวงการแฟชั่นได้อย่างมั่นคง

สำหรับชีวิตของ Anok Yai นางแบบชาวซูดานใต้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเกิดที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในช่วงสงครามกลางเมืองครั้งที่สอง ทำให้ครอบครัวต้องดิ้นรนและต่อสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า และลี้ภัยมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในวัยเด็ก นั่นคือบทแรกของเรื่องราวชีวิตเธอ เธอรู้ดีว่าการเป็นผู้ลี้ภัยหมายถึงอะไร และนี่ก็ยังเป็นประเด็นที่อยู่ใกล้หัวใจเธอจนถึงวันนี้

“ในฐานะที่ฉันเองก็เป็นผู้ลี้ภัย ฉันรู้ว่าครอบครัวต้องผ่านอะไรมาบ้าง” เธอให้สัมภาษณ์กับ Forbes “ตอนที่เรามาถึงอเมริกาฉันอายุประมาณสามหรือสี่ขวบ เราแวะที่นิวยอร์กก่อน แล้วค่อยไปนิวแฮมป์เชียร์เพราะที่นั่นให้สวัสดิการสำหรับผู้อพยพมากที่สุด เราได้บ้านจากรัฐบาลและความช่วยเหลือต่างๆ ถ้าไม่ได้สิ่งนั้น ฉันไม่รู้เลยว่าเราจะไปจบลงที่ไหน โตมาฉันเห็นพ่อแม่ต้องเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน แค่รับความช่วยเหลืออย่างเดียวไม่เคยพอ พ่อแม่โชคดีที่หางานได้ แต่พวกเขามาพร้อมลูกๆ และต้องทำงานวันละ 12–16 ชั่วโมงแทบทุกวัน พวกเราเด็กๆ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเอง พ่อแม่เลี้ยงฉันและพี่สาว ส่วนฉันกับพี่สาวก็ต้องช่วยเลี้ยงน้องๆ อีกทอด การเป็นผู้อพยพ ความลำบากมันมากมายจริงๆ”

แม้นิวแฮมป์เชียร์จะต้อนรับครอบครัวของเธอ แต่ก็มีความท้าทาย “เราถูกเหยียดผิวเยอะมาก” เธอเล่า “ตอนเรียนฉันโดนแกล้งเพราะสีผิว ฉันต้องแข็งแกร่ง ต้องเรียนภาษา ต้องดูแลน้องๆ แล้วก็ต้องไปโรงเรียน ฉันต้องฝึกให้ตัวเองเข้มแข็งเพื่อปกป้องตัวเอง”

สำหรับครอบครัวผู้อพยพ การศึกษาคือสิ่งสำคัญที่สุด และนี่คือวิถีที่ Anok เติบโตมา เธอกำลังจะเดินหน้าเรียนแพทย์ก่อนจะถูกค้นพบในฐานะนางแบบ “ฉันอยากทำงานด้านแพทย์ อยากทำงานในโรงพยาบาล ได้ปริญญาแพทย์ และฉันตั้งใจเรียนมาก การศึกษายังเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำต่อ แต่ว่าตอนนี้ฉันสามารถขยายเส้นทางได้มากกว่าเดิม”

ตอนนี้เธอประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพนางแบบในปีแรก ทำให้พ่อแม่ภูมิใจมาก “ตอนแรกพ่อแม่กลัวมาก โดยเฉพาะตอนฉันดรอปเรียน เขาคัดค้านเต็มที่ ไม่อยากให้ฉันเป็นนางแบบ แต่ฉันเลือกจะเสี่ยงและย้ายไปนิวยอร์ก พอเขาเริ่มเห็นว่าฉันอยู่รอดในวงการได้ มีผลงาน พวกเขาก็เริ่มเชื่อใจ ตอนนี้สนับสนุนเต็มที่ แม่ฉันติดรูปแคมเปญฉันเต็มบ้านเลย”

โมเมนต์ที่แจ้งเกิดของเธอหลังเป็นไวรัลทางอินเทอร์เน็ต คือการเป็นนางแบบคนแรกที่เปิดโชว์ Prada คอลเลกชันผู้หญิงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว ที่มิลาน นับเป็นปรากฎการณ์ที่โลกแฟชั่นต้องนำ ‘คนผิวดำ’ มามีส่วนร่วมในทุกผลงานเพื่อแสดงถึงความหลากหลาย แต่คอนเซ็ปต์นี้กลับไม่โดนใจเธอมากนัก

“ตอนฉันเปิดโชว์ ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกตั้งแต่ปี 1997 จนมารู้วันรุ่งขึ้น หลังจากโชว์นั้น ฉันได้เห็นดีไซเนอร์คนอื่นเริ่มทำตาม เห็นนางแบบผิวดำเปิดและปิดโชว์มากขึ้น มันเป็นก้าวที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับอดีต ยังมีเรื่องที่ต้องพัฒนาอีก แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี”

“สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตคือ เวลามีครีเอทีฟผิวดำเข้ามาในโปรเจกต์ มักเป็นเพราะพวกเขา ‘ผิวดำ’ ฉันไม่ชอบแบบนั้น เพราะอยากให้ถึงวันที่คนจ้างพวกเขาเพราะเขา ‘เก่งมาก’ ไม่ใช่แค่เพราะสีผิว”

เธอเล่าถึงงานแคมเปญ Brother Vellies ซึ่งใช้ทีมผิวดำทั้งหมด ถ่ายจากอพาร์ตเมนต์ของเธอผ่าน Facetime และแล็ปท็อปในช่วงโควิด “พอแคมเปญออกมา เราอยากบอกว่าเราเป็นคนผิวดำก็จริง แต่ที่เราอยากให้เห็นที่สุดคือ ‘ความสามารถ’ ไม่ใช่สีผิว”

Anok ใช้อิทธิพลของตัวเองเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมให้ดีขึ้น และทีมของเธอมีบทบาทสำคัญ “ฉันวางแผนร่วมกับเอเจนต์ตั้งแต่แรก ว่าอยากเดินไปทางไหน แล้วต้องทำอะไรบ้าง ฉันสร้างทีมด้วยความตั้งใจ ฉันสนับสนุนครีเอทีฟผิวดำให้มากที่สุด ตั้งแต่ทีมแต่งหน้า ทำผม ไปจนถึงฝ่ายการเงิน”

วงการแฟชั่นเปราะบางและเปลี่ยนแปลงเร็ว เธอรู้ว่าทุกการตัดสินใจมีผลตามมา “สิ่งสำคัญคือฉันต้องควบคุมสิ่งรอบตัว และรายล้อมด้วยทีมที่เห็นวิสัยทัศน์เดียวกัน เช่น ฉันบอกเอเจนต์ว่าฉันจะไม่ยอมยืดผม ฉันจะเดินโชว์ด้วยผมถักคอร์นโรลหรือแอฟโรเท่านั้น ถ้าไม่เช่นนั้น ฉันก็จะไม่ร่วมเดินโชว์ มันเสี่ยงมาก แต่ก็มีประโยชน์ เพราะนางแบบคนอื่นได้เห็นว่าฉันยืนหยัด และพวกเขาก็ทำตาม”

และ 7 ปีของการทำงานหนักก็ได้ออกดอกออกผลอย่างงดงามโดยผลงานใน 12 เดือนที่ผ่านมา เราเห็นหน้าของเธอบ่อยๆ ในรันเวย์ซีซั่นสปริงซัมเมอร์ 2026 ได้แก่ การเดินเปิดโชว์ Ferragamo, Coperni และ Hugo Boss เดินปิดโชว์ Ralph Lauren, Fendi, Vetements และ Messikia และยังเดินแบบรันเวย์มากมายอย่าง Saint Laurent, Mugler, Tom Ford, Calvin Klein, Bottega Veneta รวมถึงคอลเลกชั่นแรกของ Matthieu Blazy ในงาน Chanel อีกด้วย

Anok Yai ไม่ใช่แค่โมเดลแห่งปี 2025 แต่เธอคือแรงบันดาลใจที่พิสูจน์ว่า ความมุ่งมั่น ความเชื่อมั่นในตัวเอง และการยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง จะสามารถเปลี่ยนโลกแฟชั่นให้กลายเป็นพื้นที่ของความหลากหลายและความจริงใจได้อย่างแท้จริงโดยเธอให้สัมภาษณ์กับ Harper’s BAZAAR ว่า

“ความงามคือ ‘แก่นแท้’ ที่คุณมีอยู่ภายในตัวเองในฐานะผู้หญิง เมื่อคุณค้นพบมันแล้ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมีใครพรากไปได้”

อ้างอิง

https://www.instagram.com/p/DQsVA-wknw3/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=NTc4MTIwNjQ2YQ==

https://www.dazeddigital.com/fashion/article/69022/1/anok-yai-crowned-model-of-the-year-2025-fashion-awards#:~:text=Chosen%20by%20a%20panel%20of%20industry%20experts%2C,winner%20ahead%20of%20next%20month's%20Fashion%20Awards.

https://www.forbes.com/sites/allysonportee/2021/03/18/born-as-a-refugee-anok-yai-is-one-of-fashions-most-sought-after-models-whos-breaking-barriers/

https://www.harpersbazaar.com/fashion/models/a60537884/anok-yai-interview-2024/

บทความต้นฉบับได้ที่ : “ความงามคือ ‘แก่นแท้’ ที่คุณมีอยู่ภายในตัวเองในฐานะผู้หญิง และเมื่อคุณค้นพบมันแล้ว นั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมีใครพรากไปได้” Anok Yai จากผู้ลี้ภัยสู่นักศึกษาแพทย์ สู่นางแบบแห่งปี 2025 ท่ีอยากให้วงการแฟชั่นมองเห็นความสามารถมากกว่าสีผิว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...