โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส่อง 5 เทรนด์การทำงานมาแน่ ปี 2026

BT Beartai

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 08.50 น.
ส่อง 5 เทรนด์การทำงานมาแน่ ปี 2026

ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโลกการทำงาน ทั้งกระแสต่อต้านนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม วิกฤตเศรษฐกิจ พายุการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สะเทือนไปทั้งวงการเทคฯ ที่ทำให้หลายคนเริ่มสั่นคลอนและต้องกอดงานไว้ให้แน่น

ตามรายงานจาก McKinsey ระบุว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทกว่า 92% เตรียมเพิ่มงบลงทุน AI เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 คำถามสำคัญคือ วัฒนธรรมองค์กรจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ? เตรียมรับมืออย่างไรได้บ้าง ? และนี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่คนทำงานต้องรู้

1. เลิกกลัว AI แย่งงาน รู้จักใช้แต่ไม่ใช่ถูกกลืน

ตลอดปีที่ผ่านมา เราเห็นพาดหัวข่าวอยู่เสมอว่า AI จะเข้ามาแย่งงาน ไม่ว่าจะสายงานผลิตหรือพนักงานออฟฟิศ แต่ผลวิจัยปี 2025 จาก Budget Lab ของมหาวิทยาลัย Yale ชี้ให้เห็นว่า หลังจาก ChatGPT เปิดตัว เมื่อราว ๆ 2-3 ปี ก่อน และมีการนำ AI มาใช้กับการทำงานจริง กลับส่งผลกระทบในเชิงลบน้อยกว่าที่คิด
แต่สิ่งที่น่าจับตามองจริง ๆ ไม่ใช่ว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์เมื่อไหร่ แต่เป็นเราจะใช้ AI ทำงานกันอย่างไรมากกว่า ผลสำรวจจาก Pew Research Center พบว่าพนักงาน 21% ของแรงงานสหรัฐฯ ยอมรับว่าใช้ AI เป็นตัวช่วย นั่นหมายความว่า ในปี 2026 สิ่งที่องค์กรหรือพนักงานต้องโฟกัสอาจจะไม่ใช่กลัวว่า AI จะเข้ามาแย่งงาน แต่คือการไม่พึ่งพา AI มากเกินไป จนกระทบกับคุณภาพและความถูกต้อง

2. พื้นที่ปลอดภัยทางใจ คือสิ่งที่ต้องใส่ใจมากขึ้น

สำหรับปี 2025 สถานการณ์ของการเลิกจ้างถาโถมเป็นพายุลูกใหญ่ หลายองค์กรลดนโยบายด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) จนอาจนำไปสู่การกัดเซาะความปลอดภัยทางจิตใจและความไว้วางใจของพนักงานต่อองค์กร

ข้อมูลจาก Workmonitor ของ Randstad ปี 2025 ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า มีพนักงานเพียง 49% ที่ยังไว้ใจนายจ้างว่าจะสามารถสร้างวัฒนธรรมในที่ทำงานที่เอื้อให้ทุกคนเติบโตได้ ขณะที่งานวิจัยจาก Mental Health First Aid England ย้ำว่า พนักงานรู้สึกว่าการปรับลดนโยบายและโครงการต่าง ๆ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเป็นตัวเองในที่ทำงานได้อย่างเต็มที่

ในปี 2026 องค์กรที่จะอยู่รอด ไม่ใช่องค์กรที่ตัดงบเก่ง แต่เป็นองค์กรที่ให้ความเป็นธรรม ความไว้วางใจ และทำให้พนักงานรู้สึกว่าที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยที่พวกเขาจะเติบโตได้อย่างเต็มที่ นี่คือโจทย์ที่ผู้นำองค์กรต้องตระหนักถึง

3. ไม่มีอีกแล้วคำว่า “อดทนจนกว่าจะแลนด์”

ในปี 2026 ไม่มีอีกแล้วคำว่า “อดทน” ซึ่งเราจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า พนักงานเริ่มใช้เสียงของตัวเองผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องความคุ้มครองที่มากขึ้น การรวมตัวประท้วง หรือการใช้โซเชียลมีเดียเป็นกระบอกเสียง

ซึ่ง TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่กลายเป็นพื้นที่ระบายประสบการณ์เชิงลบที่อัดอั้นมานาน หากรู้สึกว่า องค์กรปฏิบัติไม่เป็นธรรม หรือสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นพิษ พวกเขาก็พร้อมที่จะลุกฮือสู้กลับ ซึ่งองค์กรเองก็ต้องเตรียมรับมือกับแรงต้านและร่วมหาทางแก้ไขเพื่อให้เดินหน้าต่อ

4. ค่านิยมองค์กรต้องคลิกกับคนทำงาน

รายงาน Workmonitor ของ Randstad ปี 2025 เผยว่า คนหางานเกือบครึ่ง พร้อมปฏิเสธงาน หากค่านิยมของบริษัทไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นกว่าปี 2024 ยิ่งไปกว่านั้น 29% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า “เคยลาออก” เพราะรับไม่ได้กับทัศนคติของผู้บริหาร
ดังนั้น ในปี 2026 บริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กรสวนทางกับที่ประกาศไว้ จะเจอปัญหาใหญ่ในการดึงดูดคนเก่ง เพราะคนทำงานยุคนี้ต้องการทำงานกับองค์กรที่เห็นคุณค่าและความจริงใจมากกว่าคำสวยหรู

5. ภาพลักษณ์องค์กร สะท้อนตัวตนแบรนด์

รายงาน Edelman’s 2025 Brand Trust ยืนยันว่า ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่ซื้อวัฒนธรรมและจุดยืนขององค์กรด้วยเช่นกัน หากแบรนด์ทำอะไรที่ขัดกับค่านิยมหรือไปจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีปัญหา พลังแห่งการแบน จะทำงานทันที เหล่าผู้คนจะรวมตัวกันคว่ำบาตร

สำหรับแบรนด์ที่เพิกเฉยต่อเสียงผู้บริโภคก็จะพบกับบทลงโทษที่รุนแรงที่สุด นั่นคือการถูกลบออกจากสารบบความสนใจ และกำไรที่หดหายไปตามระเบียบ ซึ่งในไทยเองก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมายบนโซเชียล

ดังนั้น ทิศทางการทำงานในปี 2026 นี้ อาจไม่ใช่แค่อัปสกิลหรือโฟกัสด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่องค์กรเข้าใจ โอบรับความแตกต่าง และมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่สอดคล้องกับการทำงานยุคใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...