โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ต่างชาติจัดไทยมีหนี้ครัวเรือนมากอันดับ 7 ของทั่วโลก อันดับ 2 ในเอเชีย และที่ 1 ในอาเซียน ชี้คนไทยกู้มากเกินความจำเป็นใช้เงินรายวัน

BTimes

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 06.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

เทรดดิ้ง อีโคโนมิคส์ ซึ่งเป็นบริษัทในธุรกิจวิจัยและปรึกษาด้านการลงทุนชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่หนึ่งของปี 2025 ประเทศไทยมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนเทียบกับตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีไทยอยู่ที่ 88.2% ส่งผลให้ประเทศไทยมีภาวะหนี้ครัวเรือนมากเป็นอันดับ 7 ของโลก และยังอยู่ในอันดับที่ 2 ของเอเชีย โดยเป็นรองประเทศเกาหลีใต้ และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

สำหรับในแง่การเปรียบเทียบในภูมิภาคเอเชียนั้น ไทยมีภาวะหนี้ครัวเรือนมากกว่ามาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์อินเดีย และอินโดนีเซีย ตามลำดับ โดยเฉพาะอินโดนีเซียมีภาวะสัดส่วนนี้ครัวเรือนคิดเป็นต่ำกว่า 20% ต่อจีดีพีเท่านั้น

เทรดดิ้ง อีโคโนมิคส์ ยังได้เปิดเผยต่อไปว่าสำหรับภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้น สะท้อนให้เห็นถึงประชาชนคนไทยมีการกู้หนี้มากเกินความจำเป็นแท้จริงรายวัน ประเทศไทยจะไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่ถูกจัดเป็นประเทศความมั่งคั่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการกู้ยืมเงินในประเทศที่มีความมั่งคั่งนั้น จะนำไปเพื่อสร้าง หรือลงทุนความมั่งคั่งต่อเนื่อง เช่น การทำธุรกิจหรือ การมีสินทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัย

ขณะที่ครัวเรือนไทยกู้ยืมเงินเพื่อการใช้จ่ายในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความมั่งคั่งน้อย ขณะนี้ประเทศไทยเผชิญกับภาระหนี้เพื่อการบริโภคเป็นหลัก ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่คุกคามอย่างจริงจังต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวของประเทศไทย

เอ็มเป็นชื่อสมมุติของคนไทยคนหนึ่ง มีอายุ 38 ปี เรียนจบชั้นปริญญาตรี มีอาชีพเป็นพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของร้านอาหารซูชิแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย ว่า ทุกเดือนจะมีภาระหนี้มากกว่าราว 30,000 บาทจากรายได้ต่อเดือนที่ 50,000 บาท

เอ็มยอมรับว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นมาจาก ใช้เงินกับสิ่งที่ฟุ่มเฟือยเช่นการซื้อตั๋วเครื่องบิน ทุกวันนี้เอ็มต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน และจะต้องเงินกันเงินเดือนส่วนหนึ่งส่งให้กับแม่ ในแต่ละเดือนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายขั้นต่ำ ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะให้มีเงินสดไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน

ธนาคารเพื่อการชำระธุรกรรมระหว่างประเทศ หรือบีไอเอส เปิดเผยว่าระดับภาระหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่มีความยั่งยืนควรจะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 80% ต่อจีดีพีของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีภาระดังกล่าวเกินระดับ 80% ต่อจีดีพีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา หลังจากรัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่หลังจากที่เผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2554-2555 ภาระหนี้ดังกล่าวของประเทศไทยต่อจีดีพีพุ่งทะยานขึ้นระดับสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่ 94.6% ในปี 2021 ซึ่งอยู่ในช่วงของการเกิดวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติประเทศไทยพบว่า ภาระหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยในเดือนมิถุนายน 2025 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น จะเฉลี่ยอยู่ที่ครัวเรือนละ 144,871 บาท จะประกอบไปด้วย อันดับ 1 หนี้เพื่อการบริโภคคิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 39.6% อันดับ 2 หนี้การซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 34.7% อันดับ 3 หนี้ภาคการเกษตรคิดเป็น 16.7% อันดับ 4 หนี้การลงทุนภาคธุรกิจคิดเป็น 7.4% อันดับ 5 นี่ภาคการศึกษาคิดเป็น 1.4%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...