โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดแรงงานไทย 3 ไตรมาสแรกปี 68 ขยายตัว 2.18% ธุรกิจอาหาร-ค้าปลีกนำโด่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 08.16 น.

JobThai ชี้ภาพรวม ตลาดแรงงานไทย 9 เดือนแรกปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง มีการเปิดรับงานรวมกว่า 1.75 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 2.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังคงมีความต้องการแรงงานสูงสุด ตามด้วยธุรกิจค้าปลีกและยานยนต์ ขณะที่ 'อิเล็กทรอนิกส์' กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้านอัตราการจ้างงาน

4 พฤศจิกายน 2568 - นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย เปิดเผยถึงการวิเคราะห์ฐานข้อมูลความต้องการแรงงานและการสมัครงานทั่วประเทศใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม – กันยายน) โดยระบุว่า แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ตลาดแรงงานไทยยังแสดงสัญญาณการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการเปิดรับสมัครงานรวมกว่า 1,758,029 อัตรา ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและการขยายตัวของภาคธุรกิจบางกลุ่ม

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการสมัครงานผ่านแพลตฟอร์มรวมกว่า 17.5 ล้านครั้ง โดยมีสถิติเชิงพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ วันจันทร์เป็นวันที่มีการสมัครงานมากที่สุด และช่วงเวลา 11.00 – 12.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ผู้สมัครนิยมส่งใบสมัครมากที่สุด สถิติดังกล่าวอาจสะท้อนถึงการวางแผนการหางานที่เข้มข้นในช่วงต้นสัปดาห์

5 ธุรกิจหลักที่ต้องการแรงงานสูงสุด

จากการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งงานที่เปิดรับ พบว่าความต้องการแรงงานกระจุกตัวอยู่ใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (168,556 อัตรา): ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานสูงที่สุดในตลาด แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว แต่การบริโภคภายในประเทศและการใช้ชีวิตนอกบ้านยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก รวมถึงการขยายตัวของบริการเดลิเวอรีและรูปแบบการบริโภคที่หลากหลาย ส่งผลให้การจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ยังคงแข็งแกร่ง
  • ธุรกิจค้าปลีก (148,706 อัตรา): ความต้องการแรงงานในกลุ่มค้าปลีกยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีการขยายสาขาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่น สุขภาพ และความงาม ยังเติบโตตามเทรนด์การดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมในทุกช่วงวัย
  • ธุรกิจยานยนต์ (118,150 อัตรา): ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับแรงหนุนที่สำคัญจากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงตัวแทนจำหน่ายและบริการที่เกี่ยวข้อง
  • ธุรกิจบริการ (116,222 อัตรา): ความต้องการแรงงานในภาคบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มบริการเอาท์ซอร์สซิ่ง (Outsourcing) เช่น งานบริการลูกค้า (Call Center), งานจัดหางาน (Recruitment), งานบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Service) รวมถึงงานบริการด้านสุขภาพที่ขยายตัวตามสังคมสูงวัย
  • ธุรกิจก่อสร้าง (96,980 อัตรา): ภาคการก่อสร้างยังคงมีดีมานด์แรงงานจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนอาจมีการชะลอตัวลงบ้าง

"อิเล็กทรอนิกส์" ดาวรุ่งตลาดแรงงาน

แม้ 5 ธุรกิจข้างต้นจะมีความต้องการรวมสูงสุด แต่ธุรกิจ อิเล็กทรอนิกส์ กลับเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีการเปิดรับตำแหน่งงานกว่า 92,138 อัตรา และมีการขยายตัวสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก ซึ่งยังคงเดินหน้าขยายการจ้างงานแม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันด้านการค้าระหว่างประเทศ

ข้อมูลการเปิดรับสมัครงานรายสายงาน แสดงให้เห็นถึงความต้องการบุคลากรในด้านปฏิบัติการและการขายเป็นหลัก ในขณะที่สถิติการสมัครงานของผู้สมัครงานกลับมีรูปแบบที่แตกต่างออกไป ดังนี้:

5 สายงานที่องค์กรเปิดรับมากที่สุด (อุปสงค์)

  • งานขาย (21.38%): เป็นสายงานที่องค์กรต้องการบุคลากรสูงสุด สะท้อนถึงการมุ่งเน้นการขยายตลาดและการสร้างรายได้ของภาคธุรกิจ
  • งานช่างเทคนิค (9.53%): บ่งชี้ความต้องการบุคลากรด้านการบำรุงรักษาและการปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม
  • งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ (9.03%): สะท้อนดีมานด์ในภาคการผลิตที่ยังคงเดินหน้า
  • งานวิศวกรรม (5.84%): ความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการออกแบบและพัฒนา
  • งานธุรการ/จัดซื้อ (5.71%): ความต้องการบุคลากรในการสนับสนุนงานภายในองค์กรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

5 สายงานที่มีผู้สมัครมากที่สุด (อุปทาน)

  • งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ (13.55%): เป็นสายงานที่มีปริมาณผู้สมัครสูงที่สุด สะท้อนการแข่งขันที่สูงในกลุ่มงานนี้
  • งานธุรการ/จัดซื้อ (11.99%): มีผู้สมัครจำนวนมาก โดยอาจรวมถึงกลุ่มผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาหรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน
  • งานวิศวกรรม (9.54%): แม้จะมีความต้องการสูง แต่ปริมาณผู้สมัครก็สูงตามไปด้วย
  • งานทรัพยากรบุคคล (7.96%): เป็นสายงานที่มีปริมาณผู้สมัครสูงกว่าอัตราการเปิดรับที่ปรากฏใน 5 อันดับแรกขององค์กร
  • งานขาย (7.86%): แม้จะเป็นที่ต้องการอันดับ 1 ขององค์กร แต่กลับมีสัดส่วนผู้สมัครใน 5 อันดับเพียงร้อยละ 7.86% ซึ่งอาจสะท้อนถึงภาวะขาดแคลนบุคลากรขายที่มีคุณภาพ หรือผู้สมัครกระจายตัวไปในช่องทางอื่น

ทักษะใหม่ที่ตลาดต้องการและพฤติกรรมการค้นหางาน

ข้อมูลจาก JobThai เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน โดยมี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Live Content เป็นกุญแจสำคัญ

ความต้องการทักษะ AI ในสายงานหลัก

องค์กรมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถในการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI สูงขึ้นอย่างชัดเจนในหลายสายงาน โดยเฉพาะทักษะเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น:

  • งานคอมพิวเตอร์/ไอที: ทักษะด้าน Machine Learning, TensorFlow, PyTorch, OpenCV, NLP และ LLM
    • งานการตลาด: การใช้เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์ เช่น ChatGPT, Gemini, Claude และ Midjourney เพื่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการวิเคราะห์ข้อมูล
    • งานออกแบบ/กราฟิก: การใช้ AI ในการสร้างภาพและออกแบบ (Midjourney) และเครื่องมือ AI ทั่วไป (ChatGPT, Gemini)
    • งานวิศวกรรม: ทักษะด้าน Computer Vision, Machine Learning และ Deep Learning
    • งานทรัพยากรบุคคล: การใช้ AI (ChatGPT, Gemini) เพื่อช่วยในการคัดกรองเบื้องต้นและการจัดการข้อมูล

เทรนด์ Live Content และพฤติกรรมผู้สมัครงาน

คำค้นหายอดนิยมขององค์กร ได้แก่ "ไลฟ์สด" และ "TikTok" สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการบุคลากรที่สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์และสตรีมเมอร์เชิงพาณิชย์เพื่อขับเคลื่อนยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัล

ในทางกลับกัน คำค้นหายอดนิยมจากฝั่งผู้สมัครงาน ได้แก่ "หยุดเสาร์–อาทิตย์", "นักศึกษาจบใหม่", "ไม่มีประสบการณ์" และ "ฝึกงาน" ซึ่งสะท้อนความต้องการด้านความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานของคนทำงานรุ่นใหม่ รวมถึงความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดแรงงานของกลุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา

มุมมองต่อ AI: ผู้ช่วยเสริมประสิทธิภาพไม่ใช่ผู้แทนที่

จากการสำรวจ "การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้งานภายในองค์กรและการทำงาน" จากกลุ่มตัวอย่างคนทำงานกว่า 2,600 คน และ HR กว่า 600 องค์กรทั่วประเทศ พบผลลัพธ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับทัศนคติและการใช้งาน AI:

  • การใช้งานในองค์กร: 49.42% ขององค์กรไทย ได้เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในงานบางส่วนแล้ว

    • การใช้งานในกลุ่มคนทำงาน: 63.93% ของคนทำงาน เคยใช้ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานค้นคว้า เขียนสรุปเนื้อหา และสร้างคอนเทนต์
  • กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่ใช้ AI มากที่สุดถึง 67.5%

    [* Gen Y ใช้ 64.16% , * Gen X ใช้ 55.11% ]
    • ทัศนคติเชิงบวกต่อ AI: 64.89% ขององค์กร ส่วนใหญ่มองว่า AI ควรถูกใช้เป็น "ผู้ช่วยเสริมประสิทธิภาพ" มากกว่าการ "แทนที่คนทำงาน" มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มองว่า AI จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานซ้ำซากหรืองานที่ใช้ทักษะต่ำ
    • มุมมองคนทำงาน: 74.29% ของคนทำงาน มีทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ AI โดยเห็นว่าช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม 69.71% ยอมรับว่า AI อาจมีส่วนทำให้คนตกงานในบางสายงาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นแรงกระตุ้นให้ต้องพัฒนา "ทักษะใหม่"

นางสาวแสงเดือนสรุปว่า เทคโนโลยีจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของการทำงานทั้งในเชิงบวกและเชิงท้าทาย สิ่งสำคัญคือ คนทำงานต้องเร่งเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเน้นการพัฒนาทักษะดิจิทัลควบคู่ไปกับ Soft Skills ที่สำคัญ เช่น การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์

สำหรับภาคธุรกิจ จำเป็นต้องปรับแนวทางการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น Hybrid Work, การลงทุนในการพัฒนาทักษะการใช้ AI เชิงลึก, การใช้เทคโนโลยีในองค์กร, และการปรับระบบสวัสดิการให้มีความเหมาะสม เพื่อเป้าหมายในการรักษาและจูงใจบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...