โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พันธ์ทอง อธิบดีศุลกากร รุกการค้าสะดวก-ปราบของเถื่อน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 07.46 น.

“พันธ์ทอง” อธิบดีกรมศุลกากร ลุย "Customs Quick Big Win" 4 เดือน เน้นค้าสะดวก-ปราบของเถื่อนยกเลิกเงินรางวัลนำจับผู้บริหารระดับสูง สกัดผลประโยชน์ทับซ้อน

5 พ.ย. 2568 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ากรมศุลกากรพร้อมดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยดำเนินการภายใต้บทบาทหลัก 3 ด้าน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1. Trade Enabler – การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า โดย กรมศุลกากรจะมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมาตรการทางศุลกากร เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการค้า โดยเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า–ส่งออก ปรับกระบวนการตรวจสินค้าสู่มาตรฐานสากลเพื่อลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริต เร่งคืนภาษี เงินวางประกัน และเงินชดเชย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดทำ FTAs เพื่อขยายตลาดส่งออกของประเทศ เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ AEO (Authorized Economic Operator) ส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ปรับปรุงพิธีการถ่ายลำและผ่านแดน ลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า รวมถึงเปิดโอกาสให้ ICD (Inland Container Depot) สามารถตรวจปล่อยสินค้าขาออกได้โดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนอย่างแท้จริง

สำหรับตัวอย่างการใช้มาตรการทางศุลการกรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า กรมศุลกากรจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนรูปแบบใบขนสินค้าสำหรับการถ่ายลำอัตโนมัติแทนการใช้ใบขนสินค้าแบบปกคิที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งผู้ประกอบการที่ดำเนินการถ่ายลำจะไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกมากขึ้น

“การพัฒนาระบบเพื่อรองรับการถ่ายลำอัตโนมัติที่ท่าเรือแหลมฉบังนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้ ภายในเดือน ธ.ค. 68 ซึ่งการดำเนินการนี้ใช้เพียงอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรในการแก้ไขกฎระเบียบ ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ และควรจะสามารถดำเนินการถ่ายลำในลักษณะเรือต่อเรือได้โดยสะดวก ซึ่งการปรับปรุงนี้จะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัวและประหยัดให้กับผู้ประกอบการ โดยหลักการคือสินค้าที่ถ่ายลำจะยกจากเรือหนึ่งไปอีกเรือหนึ่งและต้องอยู่ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังเท่านั้น

2. Social Protector – การปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย โดยกรมศุลกากรจะดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าทุ่มตลาด สินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด และสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อควบคุมการจำหน่ายของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตรวจสอบสินค้า รวมถึงปรับอัตราการเปิดตรวจสินค้าให้เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

3. Revenue Collector – การจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างเป็นธรรม โดยกรมศุลกากรจะปรับมุมมองในการจัดเก็บภาษี จากเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะการจัดเก็บอากร ไปสู่การจัดเก็บภาษีทุกประเภทอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย หรือภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรแต่ยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการพิจารณายกเลิกการกำหนด De minimis value เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและเพิ่มรายได้ของรัฐอย่างมั่นคง

“Customs Quick Big Win” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของกรมศุลกากรให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้า การปกป้องสังคม และการเพิ่มรายได้ภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า นอกจากนโยบายดังกล่าว กรมศุลกากรเตรียมยกเลิกเงินรางวัลนำจับสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เนื่องจากเงินรางวัลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสิ่งจูงใจที่ไม่ถูกต้อง (bad incentive) โดยเงินรางวัลนำจับมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากร เช่น อธิบดี รองอธิบดี และผู้อำนวยการสำนักฯ เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนั้นการที่ผู้บริหารเหล่านี้ได้รับเงินรางวัลจากการจับกุมจะนำไปสู่ความสงสัยจากสาธารณชนในด้านความเป็นธรรม

ทั้งนี้เนื่องจากการยกเลิกเงินรางวัลนำจับอย่างถาวรต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมาย กรมศุลกากรจึงดำเนินการมาตรการเร่งด่วน (Quick Big Win) โดยจะออกระเบียบเพื่อกำหนดให้ผู้บริหารที่สูงกว่าระดับ 8 ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลนำจับ โดยจะเริ่มในเดือน พ.ย. 68

“มาตรการนี้เป็นการยกเลิกเงินรางวัลนำจับที่ใช้กับเจ้าหน้าที่ของกรม ไม่ได้ยกเลิกเงินนำจับในฝั่งของประชาชนที่แจ้งเบาะแส เรามองว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้บริหารเหล่านี้สามารถพิจารณาอุทธรณ์หรือสั่งคดีได้โดยปราศจากข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเชื่อว่าการยกเลิกเงินรางวัลจะไม่ทำให้เจ้าหน้าที่มีลักษณะเป็น เกียร์ว่างหรือไม่จับกุมผู้กระทำผิด เพราะการปฏิบัติหน้าที่ เป็นไปตามพันธกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่ยังคงต้องการทำผลงานในกองปราบปรามและกองป้องกัน เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...