พันธ์ทอง อธิบดีศุลกากร รุกการค้าสะดวก-ปราบของเถื่อน
“พันธ์ทอง” อธิบดีกรมศุลกากร ลุย "Customs Quick Big Win" 4 เดือน เน้นค้าสะดวก-ปราบของเถื่อนยกเลิกเงินรางวัลนำจับผู้บริหารระดับสูง สกัดผลประโยชน์ทับซ้อน
5 พ.ย. 2568 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ากรมศุลกากรพร้อมดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยดำเนินการภายใต้บทบาทหลัก 3 ด้าน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. Trade Enabler – การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า โดย กรมศุลกากรจะมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมาตรการทางศุลกากร เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการค้า โดยเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า–ส่งออก ปรับกระบวนการตรวจสินค้าสู่มาตรฐานสากลเพื่อลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริต เร่งคืนภาษี เงินวางประกัน และเงินชดเชย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดทำ FTAs เพื่อขยายตลาดส่งออกของประเทศ เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ AEO (Authorized Economic Operator) ส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ปรับปรุงพิธีการถ่ายลำและผ่านแดน ลดระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า รวมถึงเปิดโอกาสให้ ICD (Inland Container Depot) สามารถตรวจปล่อยสินค้าขาออกได้โดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนอย่างแท้จริง
สำหรับตัวอย่างการใช้มาตรการทางศุลการกรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า กรมศุลกากรจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนรูปแบบใบขนสินค้าสำหรับการถ่ายลำอัตโนมัติแทนการใช้ใบขนสินค้าแบบปกคิที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งผู้ประกอบการที่ดำเนินการถ่ายลำจะไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ เพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกมากขึ้น
“การพัฒนาระบบเพื่อรองรับการถ่ายลำอัตโนมัติที่ท่าเรือแหลมฉบังนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถใช้งานได้ ภายในเดือน ธ.ค. 68 ซึ่งการดำเนินการนี้ใช้เพียงอำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรในการแก้ไขกฎระเบียบ ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว”
ทั้งนี้ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ และควรจะสามารถดำเนินการถ่ายลำในลักษณะเรือต่อเรือได้โดยสะดวก ซึ่งการปรับปรุงนี้จะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัวและประหยัดให้กับผู้ประกอบการ โดยหลักการคือสินค้าที่ถ่ายลำจะยกจากเรือหนึ่งไปอีกเรือหนึ่งและต้องอยู่ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังเท่านั้น
2. Social Protector – การปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย โดยกรมศุลกากรจะดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าทุ่มตลาด สินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด และสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อควบคุมการจำหน่ายของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตรวจสอบสินค้า รวมถึงปรับอัตราการเปิดตรวจสินค้าให้เหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
3. Revenue Collector – การจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างเป็นธรรม โดยกรมศุลกากรจะปรับมุมมองในการจัดเก็บภาษี จากเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะการจัดเก็บอากร ไปสู่การจัดเก็บภาษีทุกประเภทอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย หรือภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรแต่ยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการพิจารณายกเลิกการกำหนด De minimis value เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการและเพิ่มรายได้ของรัฐอย่างมั่นคง
“Customs Quick Big Win” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของกรมศุลกากรให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้า การปกป้องสังคม และการเพิ่มรายได้ภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า นอกจากนโยบายดังกล่าว กรมศุลกากรเตรียมยกเลิกเงินรางวัลนำจับสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เนื่องจากเงินรางวัลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสิ่งจูงใจที่ไม่ถูกต้อง (bad incentive) โดยเงินรางวัลนำจับมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากร เช่น อธิบดี รองอธิบดี และผู้อำนวยการสำนักฯ เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนั้นการที่ผู้บริหารเหล่านี้ได้รับเงินรางวัลจากการจับกุมจะนำไปสู่ความสงสัยจากสาธารณชนในด้านความเป็นธรรม
ทั้งนี้เนื่องจากการยกเลิกเงินรางวัลนำจับอย่างถาวรต้องใช้เวลาในการแก้ไขกฎหมาย กรมศุลกากรจึงดำเนินการมาตรการเร่งด่วน (Quick Big Win) โดยจะออกระเบียบเพื่อกำหนดให้ผู้บริหารที่สูงกว่าระดับ 8 ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลนำจับ โดยจะเริ่มในเดือน พ.ย. 68
“มาตรการนี้เป็นการยกเลิกเงินรางวัลนำจับที่ใช้กับเจ้าหน้าที่ของกรม ไม่ได้ยกเลิกเงินนำจับในฝั่งของประชาชนที่แจ้งเบาะแส เรามองว่าเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้บริหารเหล่านี้สามารถพิจารณาอุทธรณ์หรือสั่งคดีได้โดยปราศจากข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเชื่อว่าการยกเลิกเงินรางวัลจะไม่ทำให้เจ้าหน้าที่มีลักษณะเป็น เกียร์ว่างหรือไม่จับกุมผู้กระทำผิด เพราะการปฏิบัติหน้าที่ เป็นไปตามพันธกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และเจ้าหน้าที่ยังคงต้องการทำผลงานในกองปราบปรามและกองป้องกัน เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”