โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คุณปู่สุดงง โดนเจ้าหน้าที่สั่งปรับเงินหมื่นเพียงเพราะคายใบไม้ที่ปลิวเข้าปากออกมา

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เดลินิวส์
ชายวัย 86 ปี โดนตำรวจท้องถิ่นสั่งปรับเป็นเงินจำนวนมากในข้อหาทิ้งขยะในที่สาธารณะหลังจากที่คายใบไม้ที่บังเอิญปลิวเข้าปากออกมา ด้านลูกสาวชี้ เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ

กรณีโดนสั่งปรับที่เกิดขึ้นกับ รอย มาร์ช วัย 86 ปีจากอังกฤษ กลายเป็นข่าวเมื่อมีการเปิดเผยสาเหตุและจำนวนเงินค่าปรับที่ไม่น่าเชื่อ ขณะที่ลูกสาวของเขาชี้ว่า เป็นการกระทำที่ “เกินกว่าเหตุ” แม้ว่าจะมีการลดหย่อนเงินค่าปรับหลังจากที่พ่อของเธอยื่นอุทธรณ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเทศมณฑลลิงคอล์นเชียร์ สหราชอาณาจักร ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณปู่มาร์ชโดนสั่งปรับเพียงเพราะเขาคายใบไม้ที่ปลิวเข้าปากเขาออกมาตอนที่เขาหยุดพักระหว่างเดินข้ามลานจอดรถเซาท์พาเหรด

"ขณะที่ผมนั่งอยู่ ลมแรงก็พัดเอาใบอ้อขนาดใหญ่เข้าปากผม" ชายสูงวัยเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟัง "ผมถ่มมันออกมา และทันทีที่ผมลุกขึ้นเพื่อออกเดิน เจ้าหน้าที่ [ตำรวจ] สองคนก็เดินเข้ามาหาผม"

มาร์ชบอกกับสื่อว่า เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกว่าเห็นเขาคายสิ่งของลงพื้น ซึ่งทำให้ชายสูงอายุเรียกตำรวจท้องถิ่นคนนั้นว่า “เจ้าเด็กโง่เอ๊ย”

มาร์ชได้รับใบสั่งปรับเป็นเงิน 250 ปอนด์ (ราว 10,545 บาท) ในข้อหาทิ้งขยะไม่เป็นที่ในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าต่อมาจะลดลงเหลือ 150 ปอนด์ (ราว 6,327 บาท) เมื่อเขายื่นอุทธรณ์และยอมจ่ายเงินจำนวนนี้ในที่สุด

"มันไม่จำเป็นเลยและเกินกว่าเหตุไปมาก" มาร์ชกล่าว ตามรายงานข่าวของบีบีซีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ในโพสต์บนเฟซบุ๊กของ เจน มาร์ช ฟิตซ์แพทริก ลูกสาวของ มาร์ช เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เผยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อของเธอและชี้ว่าเจ้าหน้าที่ “ทำเกินเหตุ”

"พ่อ ซึ่งมีปัญหาในการเดิน แต่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเดินรอบทะเลสาบทุกวัน หายใจเอาใบไม้เล็กๆ เข้าไป ทำให้เขาสำลัก" เธอเขียนเล่าในโพสต์ "พ่อมีโรคหอบหืดรุนแรงและมีภาวะหัวใจ แต่เขาก็สามารถไอเพื่อใบไม้หลุดและคายมันออกมาได้ (แค่ใบไม้เท่านั้น)"

ฟิตซ์แพทริกเล่าว่า เมื่อตำรวจท้องถิ่นเข้ามาถึงตัวพ่อของเธอ พวกเขาหยาบคายกับพ่อของเธออย่างไม่น่าเชื่อ และบอกว่าเขาทำผิดกฎหมายข้อหาถ่มน้ำลายในพื้นที่สาธารณะพร้อมกับสั่งปรับเป็นเงินจำนวนมาก

พ่อของเธอพยายามอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ยอมฟัง ชายสูงวัยชี้ให้เจ้าหน้าที่ดูว่ามีแต่ใบไม้และไม่มีน้ำลาย แต่ในที่สุดเขาก็ยังถูกปรับอยู่ดี

ฟิตซ์แพทริกยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่พ่อของเธอออกไปเดินเล่นในสัปดาห์ถัดมาหลังจากนั้น ระหว่างที่พ่อของเธอหยุดเพื่อเช็ดจมูกและหยิบกระดาษทิชชูออกมาจากกระเป๋า เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งก็เข้ามาหาเขาทันที ก่อนที่เขาจะทันได้เก็บกระดาษกลับเข้ากระเป๋า แล้วถามพ่อว่าจะเอาทิชชูไปทำอะไร

หญิงสาวชี้ว่า พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่คล้ายกับว่ากำลังติดตามหรือจับตามองพ่อของเธอ และโชคยังดีที่กระดาษทิชชูยังอยู่ในมือของพ่อเธอ ไม่อย่างนั้นชายชราผู้โชคร้ายคนนี้คงจะโดนปรับอีกครั้ง

นอกจากนี้ เธอยังเล่าถึงกรณีคล้ายคลึงกันที่เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยคนอื่นๆ ตามที่พ่อแม่ของเธอเล่าให้ฟังว่า พวกเขาคอยสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่เป็นประจำ และเห็นพวกเขาตามรังควานเหยื่อที่เป็นคนสูงอายุหลายครั้ง เมื่อพวกเขาเผลอทำสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ หล่นออกจากกระเป๋าโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเจ้าหน้าที่จะไม่ให้โอกาสคนเหล่านี้เก็บของที่ทำหล่นขึ้นมาเลย แต่จะสั่งปรับทันที

เอเดรียน ฟินด์ลีย์ สมาชิกสภาเทศมณฑล ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคปฏิรูปอังกฤษในสภาเทศมณฑลลิงคอล์นเชียร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้รับเรื่องร้องเรียนที่คล้ายกันจำนวนมากจากคนอื่นๆ ในพื้นที่

"[เจ้าหน้าที่ตำรวจ] กำลังทำเกินกว่าเหตุ… ควรมีการใช้ดุลพินิจในการออกใบสั่งปรับ" เขากล่าว พร้อมเสริมว่า "ถ้าดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ก็ควรให้โอกาสคนขอโทษและเก็บขยะขึ้นมา"

ด้านสภาเขตอีสต์ลินด์ซีย์ซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในเทศมณฑลลิงคอล์นเชียร์ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะ "เข้าหาเฉพาะบุคคลที่ถูกพบเห็นว่ากระทำความผิดทางอาญาด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น"

หน่วยงานนี้ยังกล่าวเสริมว่า การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและการออกตรวจตรา "ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชากรเฉพาะเจาะจงใดๆ" และ "ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ"

ที่มา : people.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Facebook / Jane Marsh Fitzpatrick

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...