กาบัดดี้ไทย ทำได้ตามเป้าหลังกวาด 4 เหรียญทอง
ทีมกาบัดดี้ไทย กวาดมาแล้ว 4 เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
โดยได้จากประเภทกาบัดดี้ ซูเปอร์ไฟฟ์ชาย-หญิง และสแตนดาร์ดชาย-หญิง ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่สมาคมกีฬากาบัดดี้แห่งประเทศไทย ตั้งไว้
ทั้งนี้ กาบัดดี้ เพิ่งบรรจุชิงชัยในซีเกมส์ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และยังเหลือชิงชัยในประเภททรีสตาร์ชาย-หญิง อีก 2 เหรียญทอง
สำหรับ กาบัดดี้ คือ กีฬาประเภททีมที่ต้องใช้พละกำลัง ไหวพริบ และการหายใจ โดยผู้เล่นฝ่ายบุก จะวิ่งเข้าไปในแดนฝ่ายตรงข้ามเพื่อแตะตัวผู้เล่นฝ่ายรับ ให้ได้มากที่สุด และกลับมาแดนตัวเองภายในลมหายใจเดียว พร้อมเปล่งเสียง “กาบัดดี้” ตลอดเวลา ส่วนฝ่ายรับต้องพยายามจับตัวผู้เล่นฝ่ายบุกไม่ให้กลับไปได้
ทัพปันจักสีลัตทีมชาติไทย ประเดิมเหรียญทอง ได้สำเร็จ จากผลงานของ พีรพล มิตรสาร ที่โชว์ฟอร์มแกร่ง คว้าแชมป์ประเภทชาย คลาสดี รุ่นน้ำหนัก 60–65 กิโลกรัม โดยเป็นการเอาชนะ มาร์ซากี มูฮัมหมัด อิซซูล อิร์ฟาน จาก มาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยคะแนน 60-57
ขณะที่การแข่งขันรำไหว้ครูมวยไทย รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามมวยลุมพินี รามอินทรา ชิงชัย 2 เหรียญทอง
เป็นการแข่งขันในประเภทบุคคลชายและบุคคลหญิง โดยนักกีฬาไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ได้ครบทั้งสองประเภท ซึ่งผลการแข่งขัน รำไหว้ครูบุคคลชาย พิทยา ทิพย์ปราณี นักมวยไทยทีมชาติไทย โชว์ลีลารำไหว้ครูได้อย่างสวยงาม และสมบูรณ์แบบ เอาชนะ อัลเดนโต้ บิลเลี่ยน จาก อินโดนีเซีย คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ
ด้าน “บีซ” ร.อ.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ โชว์หัวใจนักสู้ ผงาดคว้าเหรียญทอง จักรยานถนน ประเภทโรดเรซบุคคลหญิง นับเป็นเหรียญทองที่ 9 ของทัพสองล้อไทย และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของเจ้าตัวในครั้งนี้
ที่เส้นทางจากสวนกีฬากมล เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ไปเข้าเส้นชัยที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก ระยะทาง 131.2 กิโลเมตร โดยมีนักกีฬาร่วมชิงชัย 25 คน จาก 7 ชาติ
ตลอดเส้นทางเป็นไปอย่างสูสี ก่อนเข้าสู่ช่วง 7 กิโลเมตรสุดท้าย เหงียน ทิ ทัต นักปั่นเวียดนาม เร่งเครื่องหนีเดี่ยว แต่ จุฑาธิป ไล่บี้ไม่ปล่อย จนถึงช่วง 200 เมตรสุดท้าย คู่แข่งเริ่มหมดแรง จนสามารถเร่งสปีดแซงเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 3.56.20 ชั่วโมง