โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (153)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 01.34 น.

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (153)

พร้อมเผชิญคลื่น ‘อุปสรรค’

ในเวลานั้น พื้นที่ สภ.อ.สิงหนคร จ.สงขลา เหมือนตกอยู่ในสภาวะวิกฤต มีแต่ความรุนแรงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนเกิดปะทุขึ้นในทุกทิศทุกทางพร้อมๆ กัน

หรือเป็นเพราะที่ผ่านมาเนิ่นนานปัญหาถูกซุกเอาไว้ใต้พรม เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต่างไม่อยากเข้าไปยุ่ง เลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างไปตามยถากรรม บ้านเมืองจึงป่าเถื่อน ดังเช่นที่ปรากฏในบทความการวิเคราะห์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ในห้วงเวลานั้น

เมื่อมีใครคิดเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง จึงถูกต่อต้านอย่างหนัก

ตั้งแต่ผมมาทำหน้าที่ที่โรงพักสิงหนครวันแรกจนถึงวันนี้ผมจึงรู้สึกเหมือนถูกกระแสคลื่นที่หนักหน่วงรุนแรงโหมกระหน่ำซัดสาดใส่จนแทบตั้งตัวไม่ติด และการทำหน้าที่ก็มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว วนอยู่ในเกลียวคลื่นนั้น จนมองไม่เห็นทางออกเลย

และคิดไม่ถึงว่า ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งเครื่องแบบมีอาวุธปืนออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ จะถูกชาวบ้านท้าทายได้มากมายถึงเพียงนี้ และเป็นมาหลายครั้งแล้ว

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้จะพบเจออุปสรรคมากเพียงใด ผมก็ยังมีจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่เคยท้อแท้ ไม่เคยคิดที่จะวางมือหรือปล่อยวาง

ผมกลับถือว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายความรู้ความสามารถ การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว

เป็นโอกาสที่ผมจะได้ทำหน้าที่ของผมให้เต็มความภาคภูมิ แม้ว่าผมจะยังมีอาการเจ็บระบมและฟกช้ำที่ถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ลำตัวจากการถูกกลุ่มคนที่เข้ามาแย่งตัวผู้ต้องหายาเสพติดก็ตาม

ผมรู้ว่า คนใต้เป็นคนที่รักพวกพ้องมากจริงๆ เป็นความสมัครสมานสามัคคีและถ้าทำให้เกิดแต่สิ่งที่ดีงาม เกิดประโยชน์ต่อสังคม คนหมู่มาก น่าสรรเสริญยิ่งนัก

แต่หลายครั้งแล้ว ผมได้เห็นความรักพวกพ้อง ได้นำพาให้กระทำในทางที่ผิดๆ โดยไม่มีใครทักท้วงหรือห้ามปรามแต่กลับส่งเสริมกันจนมืดบอด

ไม่ว่าจะเป็นการปิดถนนปิดสะพานประท้วง การช่วยกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้จับกุมคนทำผิด กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่

ส่วนที่ศาลจังหวัดสงขลา ในวันนี้ ผมทราบว่ามีการสืบพยานโจทก์คดีฆ่ายกครัว 5 ศพครอบครัวบุญทวีเป็นนัดที่ 5 และมีเรื่องต่างๆ มากมายเกิดขึ้น โดยนายพิณัฐ เลขานุกิจ ทนายขอแรงที่ศาลแต่งตั้งให้ และนายวิมล ขวัญเกื้อ ที่นางแดง ทองกุล แม่ของนายเรืองศักดิ์ ทองกุล ว่าจ้างมาแก้ต่างให้ลูกชาย เป็นทนายจำเลย

แต่นายพิณัฐได้แจ้งต่อศาลขอถอนตัวจากการเป็นทนายให้จำเลยที่ 1 ขอว่าความให้เฉพาะจำเลยที่ 2 เท่านั้น

ส่วนนางกิ้มอิ้น บุญทวี มารดานายประภาส บุญทวี ได้ยื่นคำร้องขอถอนจากการเป็นโจทก์ร่วม เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกับนายจรูญ ฉุ้นประดับ ทนายความ

และนายสงกรานต์ แก้วอุบล จำเลยที่ 2 ได้แถลงต่อศาลว่า ขอถอนคำให้การปฏิเสธ และยอมรับสารภาพตามคำฟ้องโจทก์ของทั้งหมด

ซึ่งศาลได้ถามว่า ทำไมถึงสารภาพ นายสงกรานต์ตอบว่า เพราะตนสำนึกผิด ศาลจึงถามว่ายืนยันว่าจะไม่กลับคำให้การใช่หรือไม่ จำเลยที่ 2 ตอบว่า จะไม่กลับคำให้การอีก

ศาลถามต่อว่า ได้ร่วมกระทำผิดกับผู้อื่นใช่หรือไม่ จำเลยที่ 2 ตอบว่า ใช่ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ผมรับรู้ และวันนี้ นายสุนทร ฤทธิภักดี นายอำเภอสิงหนคร ได้ขึ้นเบิกความในชั้นศาลแล้ว

ในวันเดียวกันนั้น พ.ต.ท.เกียรติ ขันหาญศึก สวป.สภ.อ.ธารโต จ.ยะลา เบิกความในส่วนที่เกี่ยวกับการสืบทราบว่า จำเลยที่ 1 นำพระเครื่องมามอบให้นายวิสูตร ไตรสุวรรณ คนใน อ.ธารโต และเป็นผู้ที่พานายวิสูตร ไตรสุวรรณ พยานเข้าให้การต่อ พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรักษ์ รอง ผบช.ก. จนกระทั่งรู้ตัวคนร้าย

พยานปากต่อมาคือ จ.ส.ต.วินัย สาวัตรัตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.ธารโต จ.ยะลา ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ไปพักอยู่ด้วย 1 คืน หลังจากการฆ่าโหดและมอบพระเครื่องให้ไว้

นับตั้งแต่ผมมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพักสิงหนคร ผมได้ร่วมกับเพื่อนตำรวจในทีมชุดสืบสวนทำงานกันอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ในพื้นที่

ซึ่งได้สรุปและรายงานการทำงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ

สรุปผลการจับกุมของชุดสืบสวน ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2539 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2540 มีผลดังนี้

1. จับกุมคดีอุกฉกรรจ์ได้ 7 ราย ผู้ต้องหา 8 คน

2. จับกุม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 132 ราย ผู้ต้องหา 145 คน

2.1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง 94 ราย ผู้ต้องหา 101 คน

2.2 จำหน่ายเฮโรอีน 11 ราย ผู้ต้องหา 11 คน

2.3 มีกัญชาไว้ในครอบครอง 24 ราย ผู้ต้องหา 30 คน

2.4 จำหน่ายกัญชา 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน

2.5 พืชกระท่อม 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน

3. จับกุม พ.ร.บ.การพนัน 26 ราย ผู้ต้องหา 148 คน

4. จับกุม พ.ร.บ.อาวุธปืน 21 ราย ผู้ต้องหา 21 คน

5. จับกุมคดีลักทรัพย์ รับของโจร 23 ราย ผู้ต้องหา 39 คน

6. จับกุมคดีพยายามฆ่าผู้อื่น 4 ราย ผู้ต้องหา 5 คน

7. จับกุมการก่อความวุ่นวาย 1 ราย ผู้ต้องหา 15 คน

8. อื่นๆ 6 ราย ผู้ต้องหา 6 คน

ตรวจค้นบ้านพักของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งของที่ผิดกฎหมาย รวม 97 ครั้ง

ควบคุมและร่วมสอบสวนคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.อ.สิงหนคร จ.สงขลา ทั้งหมด โดยควบคุมการปฏิบัติของ สวส. 1 นาย และ รอง สวส. 3 นาย

ภาระหน้าที่ที่ผ่านมา ผมทำงานอย่างจริงจังหามรุ่งหามค่ำ จึงหนักหนาสาหัสมาก

แต่เป็นเพราะผมมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง วิ่งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สภาพจิตใจก็เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างและเดินหน้าต่อไป

ในวันต่อๆ มา ศาลจังหวัดสงขลายังคงสืบพยานโจทก์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนำตัวเพื่อนของนายเรืองศักดิ์ ทองกุล มาเบิกความยืนยันพฤติกรรมของนายเรืองศักดิ์ที่เคยชวนไปปล้นทรัพย์ แต่ปฏิเสธ และนำ ร.ท.ประสิทธิ์ ทองรักษ์ พยานที่เป็นนายทหารที่เชี่ยวชาญเรื่องการผูกเงื่อนว่า เงื่อนที่ใช้ผูกกับศพ เป็นวิธีเดียวกันกับที่จำเลยที่ 1 ผูกประกอบคำรับสารภาพในวันที่ทำแผนได้อย่างคล่องแคล่ว เงื่อนทุกเงื่อนเหมือนกันหมด หากไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจะไม่สามารถผูกได้

การสืบพยานมีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 3 กรกฎาคม 2540 ศาลจังหวัดสงขลา ได้มีการเร่งพิจารณาคดีที่มีนายเรืองศักดิ์ ทองกุล เป็นจำเลยที่ 1 นายสงกรานต์ แก้วอุบล จำเลยที่ 2 วันนี้ น.ส.อรพรรณพิลาศ โอวาทตระกูล ผู้พิพากษา นั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ ตั้งแต่ภาคเช้า จนกระทั่งล่วงพ้นภาคบ่ายไปแล้ว การสืบพยานก็ยังไม่เสร็จสิ้น

ศาลได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์ที่มีอัยการ ฝ่ายทนายจำเลย ตำรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจำ และเจ้าหน้าที่ของศาลว่า วันนี้จะสืบพยานไปให้ได้มากที่สุด และอาจจะใช้เวลาจนดึก ซึ่งทุกฝ่ายต่างตอบรับยินดีที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามจุดประสงค์

การสืบพยานกินเวลานานจนกระทั่งถึงเวลา 23.00 น. จึงได้ยุติลง และ สภ.อ.สิงหนคร เป็นผู้รับผิดชอบเป็นฝ่ายจัดหาอาหารมื้อเย็นมาบริการให้กับทุกคน รวมไปจนถึงมีข้าวต้มรอบดึก กาแฟอาหารว่าง ไม่ได้ขาดตกบกพร่องแต่ประการใด

ถือเป็นประสบการณ์เพียงครั้งเดียวในชีวิตของผม ที่ได้เห็นการพิจารณาคดีอย่างยืดยาวเช่นนี้

ผมจึงขอชื่นชมทุกฝ่ายที่ตั้งใจร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความอดทน และตรากตรำ ประกอบกับความรู้ความสามารถของ น.ส.อรพรรณพิลาศ โอวาทตระกูล ผู้พิพากษา ที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้น ทุกสิ่งทุกอย่างจึงดำเนินไปได้ด้วยดี

ในวันนี้อีกเช่นกัน พล.ต.ต.ธีระ ธุระเจน รอง ผบช.ฯ รรท.ผบช.ภ 9 ได้วิทยุด่วนที่สุด ถึงตำรวจทุกหน่วยในสังกัดของตำรวจภูธรภาค 9 ให้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีในการจับกุม คือ นายสมหมาย ภักดีบูรณ์ มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ผู้ต้องหาคนนี้คือคนที่ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของตำรวจชุดจับกุมของผม และมีชาวบ้านเลมาชิงตัวพาหลบหนีไป ทั้งผมและตำรวจในชุดของผม ยังถูกชาวบ้านเล ทำร้ายได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

ผมย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว นายสมหมาย ภักดีบูรณ์ ก็ยังสามารถหลบหนีการจับกุมของตำรวจได้นานอีกหลายปี จนกระทั่งรัฐบาลประกาศทำสงครามกับยาเสพติด นายสมหมายกลัวตาย จึงมอบตัวกับตำรวจ เพราะนอนในคุกปลอดภัยกว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (153)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...