โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉเขมร จัดฉากยิงไทย หวังให้ใช้อาวุธหนักโต้ เพื่อร้องนานาชาติ ให้ใช้ดาวเทียม ฟ้องว่าไทยรังแก

Khaosod

อัพเดต 08 ธ.ค. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2568 เวลา 15.22 น.

ทภ.2 แฉเขมร จัดฉากยิงไทย หวังให้ใช้อาวุธหนักตอบโต้ เพื่อร้องนานาชาติ ให้ใช้ดาวเทียมจับความร้อน ฟ้องว่าไทยรังแก

วันที่ 8 ธ.ค.68 แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) เปิดเผยหลังกัมพูชาเปิดฉากโจมตีทหารไทยว่า เพื่อหวังเก็บหลักฐาน และภาพไปฟ้องนานาชาติ เพื่อยืนยันว่า ฝ่ายไทยรังแกกัมพูชา แม้ภาพไม่สามารถบ่งชี้ได้ใครยิงก่อนยิงหลัง แต่จะมีดาวเทียมจับความร้อนได้ว่าเกิดขึ้นที่ประเทศไหนมากกว่า ในลักษณะของการปล่อยอาวุธออกมา จะบอกได้ว่าประเทศไหนยิงก่อน หรือยิงมากกว่า

โดยกัมพูชาจะไปร้องนานาชาติว่าให้ใช้ดาวเทียมตรวจจับ พิสูจน์ว่าประเทศไหนยิงก่อน ยิงมากกว่ากัน ด้วยการสร้างสถานการณ์เพื่อให้ไทยตอบโต้กลับ ซึ่งการใช้อาวุธปืนเล็กไม่สามารถจับความร้อนได้ ต้องเป็นปืน ค., ปืนใหญ่ ถึงจะจับความร้อนได้ กัมพูชาจึงใช้อาวุธเล็กยิงเพื่อให้เราใช้อาวุธหนักยิงโต้กลับไป

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยก็ต้องเตรียมหลักฐานก็คือภาพที่ทหารไทยถูกยิง ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นำไปหักล้างว่าฝ่ายเราถูกกระทํา โดยกัมพูชา มีแผนประทุษร้ายยิงเราก่อน ไม่ใช่ความบังเอิญที่ว่าฝ่ายไทยยิงก่อน แต่เรามีหลักฐานและในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT เดินทางมาพบทหาร 2 คนถูกยิง

ทั้งนี้ แหล่งข่าว ทภ.2 ชี้ว่า ปัจจัยหนึ่งเพราะกัมพูชาเพลี่ยงพล้ำด้านการทูต กรณีการประชุมรัฐภาคีออตตาวา ทำให้กัมพูชามาเล่นวิธีแบบนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แฉเขมร จัดฉากยิงไทย หวังให้ใช้อาวุธหนักโต้ เพื่อร้องนานาชาติ ให้ใช้ดาวเทียม ฟ้องว่าไทยรังแก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...