โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"คำนูณ" ชี้ “เขื่อนดักตะกอน” กัมพูชา เสี่ยงกระทบเส้นเขตแดนทะเล–ส่วนแบ่งปิโตรเลียมไทยในอนาคต

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 07.08 น.

"คำนูณ" ชี้ “เขื่อนดักตะกอน” กัมพูชา เสี่ยงกระทบเส้นเขตแดนทะเล–ส่วนแบ่งปิโตรเลียมไทยในอนาคต

วันที่ 22 ธ.ค. 2568 นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เขื่อนดักปิโตรเลียม! เรื่องเขื่อนดักตะกอนหรือเขื่อนกันคลื่นที่เริ่มมีการรื้อบางส่วนนี่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2541 ก่อนมี MOU 2544 เสียอีก ทางการไทยประท้วงกัมพูชาเป็นหนังสือไป 2 ครั้งในปี 2541 และอีก 1 ครั้งในปี 2464 แต่ก็ไร้ผลเท่าที่ควร
.
เรื่องมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งก็เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ในการอภิปรายทั่วไปของวุฒิสภา พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ พัลลภ ตมิศานนท์ กับผม ซึ่งเป็นสว.อยู่ในขณะนั้น ได้หยิบยกประเด็นปิโตรเลียมใต้อ่าวไทยและ MOU 2544 ขึ้นมาอภิปรายคนละ 45 - 60 นาที ได้เนื้อได้หนังตามสมควร โดยท่านอดีตเสธ.ทร.ได้เพิ่มเติมประเด็นเขื่อนดักตะกอนนี้ด้วย ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงจากทั้งกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพเรือประมาณว่าได้มีการประท้วงแล้ว ประท้วงอยู่ และจะประท้วงต่อไป

ถามว่าประเด็นลึก ๆ ที่ประเทศไทยควรห่วงใยคืออะไร การสร้างสันเขื่อนยื่นตั้งฉากลงไปในอ่าวไทยจากชายฝั่งกัมพูชาใกล้หลักเขตที่ 73 ติดกับบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด นอกจากจะมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลของไทยแล้ว ยังอาจจะมีผลต่อการอ้างอิงพิสูจน์เส้นเขตแดนทางทะเลในอนาคตในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือเวทีตัดสินพหุภาคีอื่น ๆ ได้ เพราะกฎหมายทะเลระหว่างประเทศที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน (UNCLOS 1982) มาตรา 11 ระบุไว้ว่า… “สิ่งก่อสร้างถาวรตอนนอกสุดของเขตท่า ซึ่งประกอบเป็นส่วนอันแยกออกมิได้ของระบบการท่านั้น ให้ถือว่าประกอบเป็นส่วนของฝั่งทะเล”

เคยมีคดีขึ้นศาล ICJ มาแล้ว ทีนี้ถ้าเกิดมีการวินิจฉัยในอนาคตไม่ว่าเมื่อไรหรือโดยกระบวนการใดให้เจ้าเขื่อนดักตะกอนนี้เป็น “ส่วนของฝั่งทะเล” ของกัมพูชาตามกฎหมายแล้ว การลากเส้นเขตแดนทางทะเลของกัมพูชาก็จะได้พื้นที่มากขึ้น แถมเป็นการได้มากขึ้นแบบไม่ต้องมั่วเหมือนเมื่อครั้งการประกาศเส้นเขตไหล่ทวีปปี 2515 เพราะเส้นมัธยะจะเปลี่ยนไป

จากหลักเขตที่ 73 ลากผ่านจุดกึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับเกาะกง ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นผ่านจุดกึ่งกลางระหว่างเกาะกูดกับฝั่งทะเลใหม่ของกัมพูชาที่ได้มาตามกฎหมายทะเลมาตรา 11 จุดอ้างอิงของไทยคือเกาะกูดอยู่จุดเดิม แต่จุดอ้างอิงของกัมพูชาเปลี่ยนจากเกาะกงขึ้นเหนือมาเป็นเขื่อนดักตะกอนที่แปรสภาพเป็นฝั่งทะเลใหม่ ผลคืออะไรทราบใช่ไหมครับ

เส้นแบ่งเขตจะเบนขึ้นเหนือไปพอสมควรทีเดียว เขตไหล่ทวีปของกัมพูชาตามข้ออ้างอิงนี้จะมีเพิ่มขึ้น พูดภาษาทหารเรือก็ต้องบอกว่าเบนจากแนวแบริ่ง 211 ของเราขึ้นไปใกล้แนวแบริ่ง 266 ของเขา มีผลแน่ต่อการต่อรองกับไทยในอนาคต โดยเฉพาะเป้าหมายใหญ่คือส่วนแบ่งในปิโตรเลียม ดังนั้นหากจะกล่าวว่าสิ่งที่เรียกว่าเขื่อนดักตะกอนนี้ แท้จริงแล้วหาใช่ไม่ แต่เป็น… “เขื่อนดักปิโตรเลียม” คงไม่ไกลจากความเป็นจริงมากนัก ?

เพื่อความรอบคอบก่อนโพสต์ ผมได้นำข้อสังเกตนี้หารือกับน.อ.ผศ.สมาน ได้รายรัมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณเขตแดนทางทะเลและกฎหมายทะเลของกองทัพเรือในยุคปัจจุบัน ท่านให้ความเห็นว่าจากการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศ พบการทับถมของตะกอนทรายบริเวณหน้าชายหาดของกัมพูชาที่เกิดจากเขื่อนดักตะกอน และยังพบว่าเกิดการพังทลายของชายหาดบริเวณบ้านหาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องว่าหากมีการใช้เส้นแนวน้ำลงต่ำบริเวณชายฝั่งเป็นจุดฐานในการสร้างเส้นมัธยะ ก็จะส่งผลให้หาดทรายที่ยื่นออกมาจากฝั่งกัมพูชา และชายฝั่งที่พังทลายในส่วนของไทย จากเหตุปัจจัยเขื่อนดักตะกอน ฝ่ายไทยจะสียเปรียบต่อฝ่ายกัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สรุปง่าย ๆ ว่าฝั่งทะเลกัมพูชาเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ฝั่งทะเลไทยเว้าเข้าไปทุกวัน หรือเสียดินแดนทุกวันประเทศไทยคิดมากไปหรือเปล่า ถึงได้ประท้วงตั้งแต่ปี 2541 เพราะเรื่องยังไม่เกิด ต่อให้เกิดแล้วก็ใช่ว่าบทสรุปสุดท้ายจะต้องออกมาเลวร้ายต่อเราเสมอไปอยากจะตอบเป็นว่าในเมื่อเรากำลังตกลงกับกัมพูชาที่เชี่ยวชาญประเด็นเรื่องช่วงชิงเขตแดนกับไทยเพื่ออะไรก็แล้วแต่ตั้งแต่ประเทศได้เอกราชมา การคิดมากไว้ก่อนระมัดระวังสูงไว้ก่อน ไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง !

ส่วนการที่กัมพูชารื้อเขื่อนดักตะกอนแค่ในระดับเพียงขุดคลองระบายดังภาพที่เห็น จะเพียงพอหรือไม่กับการยุติการเว้าเข้ามาทุกวันของฝั่งทะเลไทย เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์และตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วประเทศไทยจะแก้ปัญหานี้อย่างไรให้ทั้งรับใช้เป้าหมายและทั้งพอเหมาะพอควรแก่กรณี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...