โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วีซ่า เผย 6 ยุทธศาสตร์ ช่วยไทยรับมือภัยการเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 03.53 น.

คอลัมน์ Technology : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2568 (ฉบับที่ 524)

วีซ่า เปิดมุมมองภัยคุกคามปี 2025 ใช้จิตวิทยาหลอกให้เหยื่อโอนเงินเอง พร้อมเผยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน รับภัยไซเบอร์ มุ่งเปลี่ยนระบบยืนยันตัวตน ใช้ AI ดักจับธุรกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์ ยกระดับความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระบบการชำระเงินของไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความคาดหวังของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้สร้างทั้งโอกาสใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฉ้อโกงด้านการชำระเงิน ซึ่งทวีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

*การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายสเตฟาน เดอ’ฮอร์ Regional Risk Officer ประจำวีซ่าเอเชียแปซิฟิก ถึงภาพรวมภัยฉ้อโกงในประเทศไทยตลอดปี 2025 ความท้าทายที่ไทยกำลังเผชิญ รวมถึงเผย 6 ยุทธศาสตร์รับมือภัยคุกคามของวีซ่าและพันธมิตรในอุตสาหกรรมการเงิน*

เทรนด์ภัยหลอกด้วยจิตวิทยามาแรง เน้นให้เจ้าของบัญชียอมกดโอนเอง

นายสเตฟานเปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลของวีซ่าในตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา เทรนด์หลักภัยคุกคามด้านการเงินที่เกิดขึ้น มักเกิดจากธุรกรรมออนไลน์ที่เกิดจากการหลอกลวงผ่านวิธีการทางจิตวิทยา ทำให้เจ้าของบัญชียอมกดโอนเงินให้มิจฉาชีพด้วยตนเอง ซึ่งจะแตกต่างจากในอดีตที่เน้นไปที่ภัยแบบเดิมที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำรายการด้วยตนเอง เช่น ธุรกรรมออนไลน์ข้ามประเทศแบบไม่ใช้บัตร (Card-Not-Present), การสุ่มทดสอบหมายเลขบัตรกับร้านค้า, การใช้ตัวตนปลอม (Synthetic Identity Fraud) และการเข้ายึดบัญชีผู้ใช้ (Account Takeover) แบบผิดกฎหมาย

“ถึงแม้เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลแบบเดิม เช่น การแฮ็กฐานข้อมูล การขโมยข้อมูลลูกค้า ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญอยู่ แต่ตอนนี้มิจฉาชีพได้หันมาใช้กลโกงที่หลอกให้ผู้ใช้กดอนุมัติธุรกรรมเอง ซึ่งทำให้ระบบยืนยันตัวตนไม่สามารถช่วยระงับการฉ้อโกงได้”

อีกปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญคือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้การฉ้อโกงรุนแรงขึ้นและขยายวงได้เร็วขึ้นอย่างมาก โดยอาชญากรเริ่มใช้ AI และระบบ Automation ช่วยให้โจมตีได้เร็วและถี่ยิ่งขึ้น สามารถสร้างข้อความหลอกลวงให้ดูสมจริง และตรงกับเป้าหมายแต่ละราย หลีกเลี่ยงการตรวจจับจากระบบความปลอดภัยแบบเดิม อีกทั้งยังใช้ Generative AI ช่วยให้การโกงที่มีความซับซ้อนสามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เช่น การปลอมแปลงใบหน้า หรือการปลอมแปลงเสียงที่สมจริง

“ตามรายงานจากวีซ่า ความเสียหายทั่วโลกจากภัยฉ้อโกงที่ผู้ใช้กดอนุมัติเองผ่านวิธีการทางจิตวิทยาอยู่ที่ 115,300 ล้านบาท ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน โดยประเทศไทยมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยคุกคามประเภทนี้สูงถึง 1,800 ล้านบาท ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศข้างเคียงอย่างมาเลเซียที่มีมูลค่าความเสียหายเพียงแค่ 378 ล้านบาท”

นายสเตฟานให้คำแนะนำว่า การจะรับมือกับสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันให้ได้อย่างเท่าทัน ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องพิจารณา 3 ปัจจัยหลักดังนี้

  • ความเสี่ยงจากธุรกรรมข้ามพรมแดน : เนื่องจากภัยคุกคามส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในไทยมีจุดกำเนิดหรือความเชื่อมโยงกับเครือข่ายในต่างประเทศ ทำให้การจัดการภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด
  • กฎระเบียบและการปราบปราม : แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลของไทยจะมีมาตรการเชิงรุกที่เห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ การกวาดล้างและอายัดบัญชีม้าไปแล้วกว่า 300,000 บัญชี แต่การจะรักษาเสถียรภาพในระยะยาวนั้น ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการบังคับใช้กฎหมายเพียงฝั่งเดียวได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างภาคอุตสาหกรรมการเงินและหน่วยงานกำกับดูแล
  • ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศการชำระเงินทั้งระบบ : การป้องกันที่ได้ผลต้องมีความเป็นหนึ่งเดียว และสอดคล้องกันในทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ร้านค้า ไปจนถึงเจ้าของบัญชี เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้มิจฉาชีพอาศัยจุดอ่อนของจุดใดจุดหนึ่งในการโจมตี

ชูยุทธศาสตร์ 6 เสาหลัก ช่วยไทยพ้นภัยไซเบอร์

นายสเตฟานกล่าวว่า เพื่อสร้างรากฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืนและเท่าทันต่อเทรนด์การโจมตีของอาชญากรรมไซเบอร์ วีซ่าได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานระยะยาวภายใต้ 6 เสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในระบบนิเวศการชำระเงินของไทย ดังนี้

  • การเสริมสร้างเกราะป้องกันทางไซเบอร์ (Cybersecurity) : จากสถิติช่วงปลายปี 2024 พบว่าการโจมตีทางไซเบอร์ต่อภาคการเงินไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% โดยอาชญากรเบนเป้าหมายไปที่ห่วงโซ่อุปทาน เช่น ผู้ให้บริการประมวลผลการชำระเงินและผู้ค้าปลีก เพื่อฝังแรนซัมแวร์หรือขโมยข้อมูลไปขายต่อ วีซ่าจึงเร่งประสานความร่วมมือกับธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลในการแบ่งปันข่าวกรอง (Intelligence Sharing) เพื่อให้สามารถตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามได้ทันท่วงที
  • มุ่งเปลี่ยนระบบยืนยันตัวตน (Modern Identity Verification) : ท่ามกลางภัยคุกคามในปัจจุบัน การพึ่งพา SMS OTP เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ วีซ่าจึงผลักดันให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่การยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงและใช้งานง่าย เช่น การสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า (Biometrics) การใช้ Passkey โดยตั้งเป้าให้ผู้ออกบัตรยุติการใช้ SMS OTP เป็นวิธีหลักในการยืนยันธุรกรรมภายในปี 2028 เพื่อปิดช่องโหว่ที่มิจฉาชีพมักใช้โจมตี
  • การสร้างความปลอดภัยด้วยโทเคนดิจิทัล (Tokenization) : ใช้เทคโนโลยี Tokenization แปลงเลขหน้าบัตรให้เป็น “โทเคนดิจิทัล” ในช่วงเวลาที่ทำธุรกรรม โดยโทเคนดิจิทัลในแต่ละธุรกรรมจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทุกครั้งและจะไม่ซ้ำกัน ซึ่งหากข้อมูลถูกจารกรรมไป มิจฉาชีพก็จะไม่ได้ข้อมูลจริงของบัตรและไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้
  • ยกระดับประสบการณ์อีคอมเมิร์ซ (eCommerce Experience) : เพื่อแก้ปัญหาขั้นตอนการจ่ายเงินที่ซับซ้อน วีซ่าได้คิดค้นนวัตกรรม “Click to Pay” ที่ช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน โดยไม่ต้องกรอกหมายเลขบัตรหรือจำรหัสผ่าน สามารถเข้าถึงบัตรที่บันทึกไว้ได้อย่างรวดเร็วผ่านอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยทุกธุรกรรมจะได้รับการปกป้องด้วยเทคโนโลยี Tokenization ทำให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  • ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Standards) : ความแข็งแกร่งของเครือข่ายต้องเริ่มจากมาตรฐานที่เข้มงวด การปฏิบัติตามมาตรฐาน PCI DSS และข้อกำหนดความปลอดภัยข้อมูลของวีซ่าจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วน นอกจากนี้ การรายงานข้อมูลการฉ้อโกงที่ถูกต้องและครบถ้วนยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งอุตสาหกรรมมีข้อมูลเพียงพอในการวิเคราะห์และสกัดกั้นกลโกงในอนาคต
  • การสร้างระบบนิเวศที่ยืดหยุ่นด้วย AI (Resilience & AI) : เน้นใช้ AI และ Machine Learning ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติแบบเรียลไทม์ ช่วยเสริมศักยภาพในการระบุ “บัญชีม้า” และพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น แม้ Generative AI จะเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพนำมาใช้ แต่ในขณะเดียวกัน วีซ่าก็ได้เปลี่ยนเทคโนโลยีนี้ให้เป็นอาวุธในการป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีการคัดกรองร้านค้ากลุ่มเสี่ยงสูง เช่น การพนัน หรือคริปโทเคอร์เรนซีอย่างเข้มงวด

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2568 ฉบับที่ 524 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...