โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MTCชี้โครงการปิดหนี้ไวหนุน สินเชื่อทะลักทำQ4ฟอร์มสวย

ทันหุ้น

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.45 น.

#MTC #ทันหุ้น – ธปท. เดินหน้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หวังแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ดีเดย์เริ่มมกราคม 2569 ด้านบิ๊ก “ปริทัศน์ เพชรอำไพ” แห่ง MTC ชี้หากลุล่วงเป็นผลบวกต่อบริษัท แถมช่วยหนุนสินเชื่อขยายตัวในอนาคต พร้อมฟุ้ง Q4/2568 ฟอร์แจ๋ว รับดีมานด์สินเชื่อทะลักต่อเนื่อง ส่วนปีนี้ตอกย้ำพอร์ตสินเชื่อทะยาน 10-15% จากปีก่อน แรงหนุนพอร์ตลูกค้าขยายตัว ด้านโบรกเกอร์ เชียร์สอย เป้าไกล 52.00 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ร่วมมือกับทางรัฐบาลและภาคสถาบันการเงินต่างๆ ร่วมกันดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้ภายใต้ชื่อโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หวังช่วยลูกหนี้เกือบ 2 ล้านบัญชี ปิดหนี้เสีย เคลียร์ประวัติ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวทำเพื่อแก้ปัญหาหนี้เสียผ่าน กลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหาร สินทรัพย์ (Asset Management Company : AMC) ภายใต้ชื่อ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เหลือภาระหนี้ NPL ไม่เกิน 100,000 บาท ให้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ มีประวัติชำระหนี้ที่ดีขึ้น และมีโอกาสกลับมาเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า มองว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและสำเร็จลุล่วงคงเป็นประเด็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งทาง MTC เช่นกัน เพราะมีลูกค้าบางส่วนที่อยู่ในเกณฑ์โครงการนี้ และเชื่อน่าจะกลายปัจจัยช่วยส่งเสริมความสามารถของลูกหนี้ให้เพิ่มขึ้นและผลักดันธุรกิจสินเชื่อของ MTC ในอนาคตอีกทางหนึ่ง

* Q4 ผลงานดีต่อ

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2568 บริษัทคาดน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะได้ผลบวกจากภาพรวมความต้องการสินเชื่อที่ขยายตัวมากขึ้น ตลอดจนธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับต้นทุนต่างๆ ได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี ในปี 2568 มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัท จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2567 พร้อมคุม NPL ให้ไม่เกิน 2.70% ควบคู่การปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรมภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในสังคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินตามเป้าหมายของสหประชาชาติ โดยเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม สร้างสังคมไทยให้เป็นสุข พัฒนากระบวนการปล่อยสินเชื่อตลอดห่วงโซ่ของกิจการ เพื่อรักษาผลประโยชน์และตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าให้เกิดความประทับใจสูงสุดเช่นเดิม

พร้อมกันนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวในประเทศที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล

ขณะเดียวบริษัทยังมุ่งมั่นสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินตามเป้าหมายสหประชาชาติ ผ่านเครือข่ายกว่า 8,609 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 ควบคู่กับนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่ยังคงพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ส่วนงบการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 180,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.26% รายได้รวม 7,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.10% และกำไรสุทธิ 1,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.60% ขณะที่ 9 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้รวม 22,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.93% และกำไรสุทธิ 4,942 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27% เทียบช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อน

กำไรเด่นอนาคต 52 บ.

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MTC ให้ราคาเป้าหมาย 52.00 บาท หลังกำไรในไตรมาส 3/2568 เติบโตตามที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เพราะมองแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยคาดกำไรในไตรมาส 4/2568 เติบโตสูงถึง 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ราว 1.8 พันล้านบาท เนื่องภาพรวมสินเชื่อขยายตัว ประกอบกับต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...