SOCIETY: ยางในปลิ้น เห็ดหูหนู หนังคางคก(?) เมื่อ Beauty Standard ลามไปถึง ‘กี’ แล้วการเมกฟันเรื่องนี้จะไปสุดที่ตรงไหน? ชวนทำความเข้าใจใหม่ ไม่ว่าจะ ‘กี’ แบบไหนก็ล้วน ‘ปกติ’
จากไวรัลคลิปสาวคนหนึ่งเต้นในงานประกวดรอยสักใส่ชุดวาบหวิว แต่ด้วยเหตุผลหรือเจตนาใดก็ไม่อาจทราบ น้องสาวของเธอก็ได้ออกมาทักทายประชาชีเป็นที่เรียบร้อย
แน่นอนว่าหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แต่จากหลายๆ คอมเมนต์ดูจะข้ามเรื่องความเหมาะสมไปโจมตีที่ ‘รูปลักษณ์’ ของอวัยวะต้นเรื่องกันเสียมากกว่า
‘กี’ หรืออวัยวะเพศหญิง (ศัพท์สแลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ตามปกติ กลับกลายเป็นเป้าหมายของการพูดคุยและเมกฟันอย่างสนุกปากในสังคม แต่ที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าคือ ในจำนวนคอมเมนต์บูลลี่เหล่านั้นก็มาจากเพศหญิงด้วยกันเองไม่น้อยเลย
คนทั่วไปอาจติดภาพจำจากสื่อลามกและเข้าใจผิดไปว่าลักษณะกีที่ดีต้องสีขาวอมชมพู เต่งตึง เรียบเนียน ไร้ขน ซึ่งมันกลายมาเป็น Beauty Standard ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนสูญเสียความมั่นใจเวลามีความรักหรือมีเพศสัมพันธ์
มาตรฐานความงามนี้กำลังบิดเบือนการรับรู้ว่า ‘อวัยวะเพศปกติ’ หน้าตาเป็นอย่างไร และมันทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ ‘กี’ ของเธอตรงตามมาตรฐานนี้ เช่น การทำรีแพร์ เป็นต้น
แต่ที่น่าตั้งคำถามกับเหตุการณ์นี้มากที่สุดคือ บิวตี้สแตนดาร์ดนี้มันนำมาซึ่ง ‘การบูลลี่เสรี’ ของคนทั้งประเทศได้อย่างไรกัน?
เพราะถ้าเราพูดถึงมาตรฐานความงามในแง่รูปร่างหรือสีผิว คนในสังคมก็เริ่มเปิดกว้างและเข้าใจถึงความหลากหลายเหล่านี้กันแล้ว แต่พอเป็นเรื่อง ‘กี’ มันกลับเป็นพื้นที่ที่ไม่ว่าจะหญิง-ชาย ขาวดำ อ้วนผอม ก็พร้อมใจกันบูลลี่สิ่งนี้ได้อย่างสนุกปาก สนุกมือ
BrandThink เลยอยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจกันเสียใหม่ว่าร่างกายมนุษย์เรามีความหลากหลายมาก ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างหรือสีผิวเท่านั้นที่เราควรตระหนักรู้ แต่อวัยวะเพศก็เช่นกัน
ความจริงแล้วนั้น รูปร่างหน้าตาของกีก็ไม่ต่างจากใบหน้าของเราเลย มันสามารถมีได้หลายรูปแบบ หลายรูปทรง หลายสีสัน และไม่มีใครเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ต่อให้เป็นฝาแฝดก็ตาม
โดยเฉพาะในส่วนที่ทุกคนบูลลี่กันว่า “ยางในปลิ้น” ซึ่งก็คือ ‘แคมใน’ (Labia minora) ที่คนอาจจะเข้าใจว่าตามปกติแล้วมันต้องมิดชิดสนิทเข้าไป ถ้ามีเนื้อยื่นออกมาแปลว่าผ่านการใช้งานมาเยอะ ซึ่งไม่จริงทั้งหมด
แคมในของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มันอาจมีขนาดเล็กกว่าหรือใหญ่กว่าแคมนอกก็ได้ บางคนเนื้อเยอะ บางคนเนื้อน้อย หรือแม้แต่ทั้งสองข้างไม่เท่ากัน (asymmetry) ก็ถือเป็นเรื่องปกติสุดๆ ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งานเสมอไป
สีของแคมก็เช่นกัน บางคนมีสีชมพู ของบางคนสีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มหรือคล้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเม็ดสี (melanin) ของคนคนนั้นโดยตรง และการที่มันอาจจะคล้ำกว่าผิวส่วนอื่น ก็เป็นเพราะมันเป็นจุดที่ถูกเสียดสีตลอดเวลา จากการเดิน, กางเกงใน, หรือกิจกรรมต่างๆ และสามารถเหี่ยวย่นได้ตามวัยเหมือนผิวหน้า
รวมถึง ‘ขน’ ที่ผู้ชายหลายคนรีเควสว่าชอบแบบเรียบเนียน ก็ต้องบอกว่าขนในที่ลับมีหน้าที่ทางชีววิทยาของมัน คือช่วยป้องกันบรรดาเชื้อโรค แบคทีเรีย และลดการเสียดสี แถมยังช่วยกระจายฟีโรโมนตามธรรมชาติด้วย
การจะมีไว้ ปล่อยธรรมชาติ เล็มแต่ง หรือกำจัดให้เกลี้ยงเกลา จึงเป็นเรื่องของความพึงพอใจของแต่ละบุคคล การมีขนจึงไม่ใช่เรื่องน่าอายที่ต้องเอามาบูลลี่กันแต่อย่างใด
ดังนั้นแล้ว น้องกีจึงไม่ได้ต่างจากอวัยวะอื่นๆ ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล อย่าให้ ‘กี’ ในมายาคติมาครอบงำจนเราสูญเสียความมั่นใจ หรือแย่กว่านั้น คือเอามันไปเป็นบรรทัดฐานตัดสินและทำร้ายคนอื่น
หญิงสาวซับซ้อนและสวยงามตามปัจเจกฉันใด ‘กี’ ของพวกเธอก็เป็นเช่นนั้น