โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTTGC รายงานงบ Q3/68 เดินกลยุทธ์คืบหน้าตามแผน ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรม-ศก.โลก

efinanceThai

เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 12.21 น.

PTTGC รายงานงบ Q3/68 เดินกลยุทธ์คืบหน้าตามแผน ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรม-ศก.โลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ย. 68 19:21 น.

PTTGC รายงานผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 392,763 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA 16,606 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 3 ปี 2568 มีรายได้รวม 126,836 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 5,147 ล้านบาท ลดลง 15% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนภาวะตลาดที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม GC ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ที่กำหนดไว้อย่างมีวินัย เพื่อเสริมความสามารถทางการแข่งขัน รักษาเสถียรภาพทางการเงิน และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า แม้สถานการณ์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งกำลังการผลิตส่วนเกินจากตลาดที่มีต้นทุนต่ำ สงครามการค้า และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แต่ GC ยังคงดำเนินกลยุทธ์ตามแผนที่วางไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการปัจจัยที่ควบคุมได้ เพื่อพลิกสถานการณ์และสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะถัดไป ทั้งการดำเนินงานตามเป้าหมาย กลยุทธ์ Portfolio Transformation และการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย การเพิ่มประสิทธิภาพแบบองค์รวมด้วยแนวทาง Holistic Optimization รวมทั้งเดินหน้าตามแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) และการบริหารสภาพคล่อง โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญหลายด้าน ได้แก่

เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 5,500 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะสามารถทำได้เกินกว่าเป้าหมาย

ขับเคลื่อนแนวทาง Holistic Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวม และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน อาทิ โครงการนำเข้าอีเทนจากสหรัฐฯ มาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน และโครงการใช้พลังงานความเย็นจากก๊าซธรรมชาติเหลวในกระบวนการผลิตโอเลฟินส์

การดำเนินการตามแผน Deleveraging และการบริหารสภาพคล่อง ด้วยการ ขยายวงเงิน Trade Credit Facility สำหรับการจัดหาวัตถุดิบกับ ปตท. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการเงิน และ ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ สกุลเหรียญสหรัฐฯ มูลค่ารวม 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเป็นมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดจองซื้อสูงกว่า 8 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ลดลงประมาณ 75,000 ล้านบาท และ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt/Equity) ลดลงจาก 0.84 เท่า เมื่อสิ้นปี 2567 มาอยู่ที่ระดับประมาณ 0.50 เท่า ในไตรมาส 3 ปี 2568 ขณะที่ บริษัทฯ ยังมีวงเงินทุนหมุนเวียน (Committed facility) จากปตท. และ สถาบันการเงินรวมกว่า 70,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ สกุลเงินบาท สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 2728 พฤศจิกายน และ 13 ธันวาคม 2568

ดำเนินการ Asset Monetization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ โดยมี 2 ธุรกรรมสำคัญ ซึ่งจะนำเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่

o การขายหุ้นบางส่วนใน บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT) ให้บริการท่าเทียบเรือและคลังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ให้แก่ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) คิดเป็นสัดส่วน 35.43% ภายหลังธุรกรรม PTTGC จะยังคงถือหุ้นอยู่ 1%

o การขายทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่เกี่ยวกับท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ใน Buffer Tank Farm ให้แก่บริษัทย่อยของ PTT Tank โดยจะเช่าทรัพย์สินกลับบางส่วน (Leaseback) และใช้บริการท่าเทียบเรือและพื้นที่ส่วนกลางต่อเนื่อง รวมทั้งยังคงเป็นผู้ดำเนินการและบำรุงรักษา (O&M) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ จะยังคงดำเนินมาตรการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 5,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะรับรู้ผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง (recurring) พร้อมทั้งสร้างผลประโยชน์เพิ่มเติมอีกกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี จากความคืบหน้าที่ทำได้ในปี 2568 นอกจากนี้ GC ยังเดินหน้าขับเคลื่อนตามแนวทาง Holistic Optimization เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบองค์รวมและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถสร้างผลประโยชน์เพิ่มเติมได้อีก 1,200 ล้านบาทต่อปี ในปี 2569

'นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าดึงศักยภาพของ allnex ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Coating Resins ผ่านการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว โดยมีการดำเนินงานสำคัญ ได้แก่

การขยายกำลังการผลิตในตลาดศักยภาพสูง อาทิ ประเทศจีน อินเดีย และไทย เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในเอเชีย โดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางสำคัญของเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Project Helix โครงการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง โดยตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายได้ 40 ล้านยูโรต่อปี ภายในปี 25692570 ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อเป้าหมายเพิ่ม EBITDA ให้ได้อีกอย่างน้อย 25 ล้านยูโรต่อปี ภายในปี 2573

Commercial Excellence และ Supply Chain Optimization ปรับกระบวนการเชิงพาณิชย์และห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Growth Platform หน่วยธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมเพื่อขยายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ อาทิ สารเติมแต่ง (additives) วัสดุคอมโพสิต และแบตเตอรี่ รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับความต้องการใหม่ของตลาด

PTTGC ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กร ผ่านแนวคิด 3 Smart: Smart Plant, Smart Sales & Marketing, Smart Work Process เช่น การใช้เทคโนโลยี AI Vision และ Drone Inspection ตรวจสอบสภาพ Roof Tank ร่วมกับข้อมูลดาวเทียม โดยไม่ต้องหยุดการดำเนินงาน การตรวจสอบสภาพ Heat Exchanger หลังการทำความสะอาด ช่วยลดเวลาและเพิ่มความแม่นยำในการประเมินสภาพอุปกรณ์ การใช้ Drone ตรวจสอบท่อภายใน (Internal Pipe) แทนการปีนขึ้นตรวจในพื้นที่เสี่ยง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งเฉพาะที่ยกตัวอย่างสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้มากกว่า 20 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และการยกระดับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสร้าง Innovation Culture ที่เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ผ่านแพลตฟอร์ม GC StandOut ซึ่งได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 ได้รับ 3 รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในระดับองค์กร ผลิตภัณฑ์ และเศรษฐกิจ

PTTGC ยังคงดำเนินกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมศักยภาพของธุรกิจให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโลก แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในช่วงของการพลิกฟื้นธุรกิจ แต่บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้ การบริหารจัดการการเงินอย่างมีวินัย และการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จะช่วยให้ PTTGC ก้าวผ่านช่วงท้าทายนี้ และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...