โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอสซีจี เสริมทัพช่องทางค้าส่ง เปิดตัวกลยุทธ์ B2b2c เล็งขยายฐานสู่ 5 ประเทศอาเซียน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 พ.ย. 2564 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 10.54 น.

นายวิรัช ตั้งจิตเพียรดี Growth Platform Director บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) ซึ่งเป็น B2b E-Commerce Platform สำหรับร้านค้าวัสดุก่อสร้างขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจให้กับร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ทำให้ร้านค้ามีต้นทุนสินค้าที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ โดยช่องทางค้าส่ง (Wholesale) ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่มีความแข็งแกร่งและเป็นรายได้หลักที่สำคัญของบริษัทฯ โดยมีร้านผู้แทนจำหน่ายของเอสซีจี ที่ดูแลเครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้างกว่า 10,000 ร้านค้า ครอบคลุมทั่วประเทศ

“พร้อม พลัส” เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รวบรวมสินค้าวัสดุก่อสร้างหลากหลายแบรนด์ ทั้งแบรนด์สินค้าของเอสซีจี และแบรนด์สินค้าอื่นๆ อีกมากมายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งจะช่วยให้การสั่งซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว ร้านวัสดุก่อสร้างสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้ “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) ได้ถูกออกแบบและพัฒนารูปแบบการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ตอบโจทย์การจัดซื้อได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร้านค้าวัสดุก่อสร้างสามารถสั่งซื้อสินค้าและตรวจสอบสถานะสินค้าได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) ยังมีระบบ Chatbot ที่สามารถช่วยตอบคำถามได้อย่างชาญฉลาดและช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาสินค้าเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) พร้อมกันนี้ร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มจะไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษมากมาย อาทิ โปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ, Flash Sales, โปรโมชั่น Cash Back รับเงินคืนเข้าผ่านทาง ช้าง แฟมิลี่ วอลเล็ต พร้อมสามารถสะสมคะแนนได้สำหรับสมาชิกช้าง แฟมิลี่ ซึ่งเป็น Loyalty Program สำหรับร้านค้าวัสดุก่อสร้างในการสะสมคะแนนแลกของรางวัล

ปัจจุบัน “พร้อม พลัส” มีร้านค้าวัสดุก่อสร้างจากทั่วประเทศใช้งานแล้วรวมกว่า 9,000 ราย มีสินค้ามากกว่า 15,000 รายการ และและในช่วงที่ผ่านมามียอดขายรวมประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยในปี 2565 ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนร้านค้าวัสดุก่อสร้างเข้าร่วมแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็น 12,000 ร้านค้า และมีแผนขยายตัวไปยังประเทศในอาเซียนอีก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศลาว เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) เปิดให้ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ใช้งานฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account : @promptplus
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนา b2c Platform ที่ชื่อว่า “ดีพร้อม” (D PROMPT) มาเสริมต่อกับ B2b E-Commerce Platform “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) เพื่อเติมเต็มกลยุทธ์ B2b2c ให้สมบูรณ์ โดย “ดีพร้อม” (D PROMPT) จะทำหน้าที่เชื่อมโยง 2 กลุ่มลูกค้าสำคัญ ระหว่างเครือข่ายร้านค้าผู้ขายสินค้าวัสดุก่อสร้าง กับ ผู้ซื้อโดยเฉพาะกลุ่มช่างผู้รับเหมาก่อสร้าง ด้วยการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะช่วยให้ลูกค้าช่างและผู้รับเหมาเลือกหาซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างได้ง่ายๆ กับเครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่ซื้อสินค้าจาก “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) ซึ่งมีกว่า 9,000 ร้านค้าทั่วประเทศ นอกจากนี้ “ดีพร้อม” (D PROMPT) ได้พัฒนาเครื่องมือด้านดิจิทัลที่จะช่วยให้ร้านค้าวัสดุก่อสร้างทำ CRM กับกลุ่มลูกค้าประจำและลูกค้าในพื้นที่การขายของร้าน เพื่อช่วยรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสการขายสินค้าให้กับร้านค้าวัสดุก่อสร้างในเครือข่ายอีกด้วย ทั้งนี้ “ดีพร้อม” (D PROMPT) อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์ม โดยคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ในช่วงต้นปี 2565

“ทางบริษัทฯ ตั้งใจพัฒนากลยุทธ์ B2b2c ขึ้นเพื่อเป็นกลยุทธ์หลักในการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าจากต้นทางไปยังลูกค้าปลายทางแบบ End to End ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับมุ่งหวังช่วยพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้างใน Ecosystem ของเรา ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มทั้ง “พร้อม พลัส” (PROMPT PLUS) ที่เป็น B2b E-Commerce Platform และ “ดีพร้อม” (D PROMPT) ซึ่งเป็น b2c Platform ให้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่จะช่วยสร้างและส่งมอบคุณค่าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อและผู้ใช้ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เชื่อว่า กลยุทธ์ B2b2c นี้จะช่วยพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างได้ครบทั้ง Chain แบบ End to End ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ผู้จัดจำหน่าย เครือข่ายร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้และผู้ซื้อปลายทางด้วยระบบดิจิทัลที่ทันสมัย ซึ่งเราเป็นรายแรกของประเทศไทยที่นำกลยุทธ์ B2b2c นี้มาใช้ ถือว่าเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างผ่านระบบผู้แทนจำหน่ายของเมืองไทย” นายวิรัช กล่าว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...