โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัย MIT ค้นพบเบาะแสสนามแม่เหล็กโบราณจากอุกกาบาตแอนตาร์กติกา เผยกลไกสำคัญในการให้กำเนิดดวงอาทิตย์

SPACEMAN

อัพเดต 31 สิงหาคม 2569 เวลา 3.17 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ฝุ่นอวกาศขนาดเล็กที่ตกลงมาบนโลกในรูปแบบของฝนอุกกาบาต หรือซ่อนตัวอยู่ในอุกกาบาตอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไขปริศนาการให้กำเนิดดวงอาทิตย์และระบบสุริยะของเรา เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จาก สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology: MIT) ค้นพบรอยประทับของสนามแม่เหล็กโบราณที่ถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์ในชิ้นส่วนอุกกาบาตเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ

การวิเคราะห์มุ่งเน้นไปที่วัตถุขนาดจิ๋วซึ่งเรียกว่า Calcium-aluminum-rich inclusions: CAIs ซึ่งพบในอุกกาบาตที่มีชื่อว่า DOM 08006 ค้นพบ ณ ทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อปี พ.ศ. 2551 วัตถุ CAIs เหล่านี้ก่อตัวขึ้นในช่วง 200,000 ปีแรกของการเกิดระบบสุริยะ หรือราว 4,600 ล้านปีก่อน นับเป็นสสารที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก วัตถุชิ้นนี้ทำหน้าที่เหมือนกับบันทึกเวลาทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากอุกกาบาตส่วนใหญ่ผ่านกระบวนการความร้อนและการเปลี่ยนแปลงมากมายตลอดช่วงเวลา 4,500 ล้านปี แต่อุกกาบาต DOM 08006 กลับแทบไม่ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพใดๆ เลยนับตั้งแต่เริ่มก่อตัว

จุดกำเนิดของระบบสุริยะเริ่มต้นจากกลุ่มก้อนแก๊สและฝุ่นอวกาศขนาดยักษ์หรือเนบิวลา ที่เริ่มยุบตัวลงจนกลายเป็นจานดาวเคราะห์ก่อนเกิด (Protoplanetary Disk) โดยมีดวงอาทิตย์ทารกอยู่ตรงกลาง แม้แนวคิดดั้งเดิมจะเชื่อกันว่า แรงโน้มถ่วงเป็นปัจจัยเดียวที่ดึงดูดสสารเข้าหากัน แต่การวัดค่าสนามแม่เหล็กของ คาอูเอ โบลินา (Cauê Borlina) หัวหน้าทีมวิจัยซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาปริญญาเอกของ MIT ร่วมกับศาสตราจารย์ เบนจามิน ไวส์ (Benjamin Weiss) แสดงให้เห็นว่าสนามแม่เหล็กมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในการผลักดันให้กลุ่มแก๊สทรงกลมยุบตัวลงเป็นแผ่นจาน

การเคลื่อนที่ของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าภายในเนบิวลาปฐมภูมิได้สร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงกว่าสนามแม่เหล็กของโลกในปัจจุบัน สนามแม่เหล็กนี้ทำหน้าที่เหมือนกับแรงที่มองไม่เห็น คอยกวนสสารในจานดาวเคราะห์ก่อนเกิด ผลักดันให้เกิดลมสนามแม่เหล็ก และช่วยลำเลียงแก๊สกับฝุ่นอวกาศจากขอบนอกพุ่งเข้าสู่ศูนย์กลางเพื่อป้อนมวลให้กับดวงอาทิตย์ที่กำลังเติบโต เมื่อสสารร้อนเหล่านั้นเย็นตัวลง ร่องรอยของสนามแม่เหล็กจึงถูกประทับไว้ในผลึกแร่ CAIs อย่างถาวรก่อนที่วัตถุเหล่านี้จะรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์น้อย หรือดาวเคราะห์โบราณ

การค้นพบครั้งนี้นับเป็นการยืนยันครั้งสำคัญว่า สนามแม่เหล็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหลังจากดาวเคราะห์ก่อตัวแล้วเท่านั้น แต่มีอยู่ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก่อนที่จะเริ่มมีดาวเคราะห์ใดๆ เกิดขึ้นในระบบสุริยะ การศึกษาความลับของฝุ่นอวกาศโบราณนี้จึงช่วยเติมเต็มองค์ความรู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบดาวเคราะห์ในเอกภพ และทีมนักวิจัยจะยังคงสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างยุคปฐมภูมิของระบบสุริยะในก้าวถัดไป

ข้อมูลอ้างอิง: MIT

  • Ancient Dust Grains Hold Magnetic Clues to the Sun's Birth
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...