โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ปิดด่านชายแดนทุบตลาดปลานิล ราคาดิ่ง 30–40% เกษตรกรวอนรัฐเร่งแก้ปัญหาการตลาด

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากรายงานสถิติการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 โดยกรมประมงระบุว่า “ปลานิล” หนึ่งในปลาน้ำจืดยอดนิยมของประเทศไทยมีการเลี้ยงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2559 ที่เคยผลิตได้ปีละ 2 แสนตัน จนมาถึงล่าสุดปี 2568 มีปริมาณสูงเกินกว่า 2.6-2.7 แสนตัน อาจจะเรียกได้ว่า ปลานิลเป็นแชมป์ปลาน้ำจืดของไทยก็ว่าได้ เพราะมีสัดส่วนมากกว่า 50% จากผลผลิตปลาน้ำจืดทั้งหมดของประเทศไทยซึ่งมีปริมาณเกือบ 5 แสนตัน ตัวเลขผลผลิตที่ยังคงแข็งแกร่ง

ล่าสุด จากการสัมภาษณ์ “คุณอมร เหลืองนฤมิตชัย นายกสมาคมปลานิล” เล่าถึงทิศทางการเพาะเลี้ยงปลานิลไทย ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ราคาลดลงในช่วงที่ผ่านมา

Img 20260917 115759

ภาพรวมผลผลิตและสถานการณ์ราคาปลานิลในปัจจุบัน

เรามีตัวเลขอ้างอิงจากกรมประมงว่าผลผลิตปลานิลในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 260,000 - 270,000 ตัน ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าผลผลิตยังคงใกล้เคียงเดิม สำหรับพื้นที่เลี้ยงปลานิลเรียกได้ว่ามีการเลี้ยงกระจายอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“ผลผลิตยังคงทรงตัว แต่สิ่งที่เกษตรกรอยากสะท้อนคือ เราในช่วงที่ผ่านมา ราคาปลานิลดลงมาก สาเหตุสำคัญมาจากปัจจัยฝั่งการตลาดเป็นหลัก ไม่ใช่ปัญหาด้านการผลิต โดยมีปัจจัยสะสม 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การปิดด่านชายแดนตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว ส่งผลให้ปลานิลที่เคยส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถข้ามไปได้ และอีกปัจจัยคือการย้ายกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาจำนวนหลายแสนคน ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มลูกค้าซื้อปลานิลโดยตรง เมื่อปลาสะสมในระบบจึงกดดันให้ราคาปลานิลปรับลดลงถึง 30–40% "

อย่างไรก็ตาม ในช่วงล่าสุดสถานการณ์ราคาเริ่มกลับมาฟื้นตัว (Recover) ดีขึ้นระดับหนึ่งแล้ว หลังจากแย่ต่อเนื่องมานาน 1 ปีเต็ม

Img 20260917 115812

การแพร่ระบาดของ "ปลาหมอคางดำ" ส่งผลต่อปลานิล

ในด้านการผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ หากจะมีผลกระทบก็กระทบต่อตลาดปลานิลในลักษณะทางอ้อม (Indirect) เท่านั้น โดยพบว่ามีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากธรรมชาติมาวางขายตามตลาดนัดต่างจังหวัดในราคาต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 15–20 บาท ซึ่งอาจเข้ามารับประทานทดแทนเนื้อปลานิลได้บ้างบางส่วน

แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่นำมาขายเพื่อการบริโภคสดตามตลาดหรือทำปลากระป๋องนั้นถือเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะปริมาณปลาหมอคางดำส่วนใหญ่ถูกจับนำไปเข้าโรงงานแปรรูปเป็นปลาป่นสำหรับผลิตอาหารสัตว์เป็นหลัก จึงไม่ได้เข้ามาทดแทนหรือแย่งตลาดปลานิลอย่างมีนัยสำคัญ

ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร และสมาคมมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้าง

การช่วยเหลือจากภาครัฐที่ผ่านมายังไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ต่อตัวเลขจริงได้อย่างเด่นชัด เช่น กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาจัดกิจกรรม เช่น งานธงฟ้า สนับสนุนงบประมาณจังหวัดละ 50,000 บาท ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

สำหรับข้อเสนอแนะสิ่งที่เกษตรกรต้องการ คือ ขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหาฝั่งการตลาดและเร่งระบายสินค้าอย่างตรงจุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดเงินทุน จนถึงขั้นพ่อค้าปฏิเสธการเข้าจับปลาในฟาร์ม

เรื่องนี้นับเป็นบทสรุปที่ว่าการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดนับเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของปลานิล ณ เวลานี้ ที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...