โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักกฎหมายบุก DSI ร้องสอบ ‘นอมินีทุนข้ามชาติ’ ธุรกิจขนส่ง จี้ขุดโครงสร้างหุ้น-เส้นเงิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักกฎหมายยื่น DSI-พาณิชย์ ตรวจสอบข้อสงสัย “นอมินี” ในธุรกิจขนส่ง หลังสุ่มตรวจข้อมูลจากกลุ่มบริษัทเสี่ยง พบ 2 แห่งมีโครงสร้างคนไทยถือหุ้น 51% ต่างชาติ 49% จี้ตรวจแหล่งเงินทุน ผู้ถือหุ้น กรรมการ หลักฐานชำระค่าหุ้น และเส้นทางการเงิน ย้ำเป็นเพียงข้อสงสัย ยังไม่ได้ชี้ว่าบริษัทหรือบุคคลใดกระทำผิด

17 กันยายน 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นายอิทธิศักดิ์ ชนะเจริญโรจน์ นักกฎหมายและในฐานะประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้บูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่มีข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็น “นอมินี” ให้กับทุนข้ามชาติในอุตสาหกรรมการขนส่ง และอาจมีการประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

นายอิทธิศักดิ์ ระบุว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิในฐานะประชาชน เพื่อขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อมูลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส โดยไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการป้องกันกรณีทุนต่างชาติใช้บุคคลสัญชาติไทยอำพรางโครงสร้างการถือครองหรือการบริหารธุรกิจที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้

นายอิทธิศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่คาดว่าจะเป็นนอมินีจำนวน 110,000 ราย ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ จึงสุ่มทำการตรวจสอบ โดยเฉพาะนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการตรวจสอบนอมินีเชิงรุก รวมถึงแนวทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง

พร้อมเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูล DBD DataWarehouse+ และเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทในธุรกิจขนส่ง 2 แห่ง ซึ่งในเอกสารใช้ชื่อย่อว่า “บริษัท จ.” และ “บริษัท ท.” เพื่อหลีกเลี่ยงการระบุตัวตนระหว่างอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ

กรณี “บริษัท จ.” ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท นายอิทธิศักดิ์ ระบุว่า พบโครงสร้างการถือหุ้นในประเทศไทยที่มีคนไทยถือหุ้น 51% ขณะที่คนต่างด้าวและบริษัทโฮลดิ้งสัญชาติไทยและจีนถือหุ้นรวมกัน 49% ขณะเดียวกัน โครงสร้างกรรมการผู้มีอำนาจลงนามมีทั้งคนไทยและคนต่างด้าวในสัดส่วน 2 ต่อ 2 และกำหนดให้กรรมการ 2 คนลงนามร่วมกัน

จึงตั้งข้อสังเกตว่า ภายใต้โครงสร้างดังกล่าวและมูลค่าการลงทุนที่สูง อาจมีประเด็นที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุน รวมถึงบทบาทที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นและกรรมการสัญชาติไทย ว่าเป็นผู้ลงทุนและบริหารกิจการด้วยตนเอง หรือมีความสัมพันธ์ในลักษณะนอมินีหรือไม่

ส่วน “บริษัท ท.” มีข้อมูลทางทะเบียนที่ถูกร้องเรียนว่า มีนิติบุคคลต่างด้าวจากเขตอำนาจรัฐนอกประเทศ เช่น หมู่เกาะเคย์แมนและสิงคโปร์ ถือหุ้นรวม 49% ขณะที่คนไทยถือหุ้น 51% แต่ผู้ถือหุ้นไทยรายใหญ่กลับไม่ได้ปรากฏชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจบริหาร โดยมีบุคคลสัญชาติไทยอีกรายเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

นายอิทธิศักดิ์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกว่า โครงสร้างดังกล่าวมีการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีเพื่ออำพรางการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่

สำหรับข้อร้องเรียนครั้งนี้ ขอให้ DSI ประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการและผู้ถือหุ้น รวมถึงข้อมูลการลงทุน รายการเดินบัญชีธนาคาร และหลักฐานการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย หากพบพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังขอให้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน และหากพบความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือการเงิน ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมาย

นายอิทธิศักดิ์ ยังเสนอให้การตรวจสอบดำเนินไปในลักษณะมาตรฐานเดียวกันกับทุกอุตสาหกรรม ไม่เฉพาะธุรกิจขนส่ง เพื่อป้องกันการใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางการประกอบธุรกิจ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ข้อมูลว่า ธุรกิจขนส่งบางประเภทที่เข้าข่ายธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อาจมีข้อจำกัดและต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายก่อนประกอบกิจการในประเทศไทย

นายอิทธิศักดิ์ ย้ำว่า ขณะนี้เป็นเพียงการนำข้อมูลและข้อสงสัยเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ยังไม่ใช่การชี้ว่าบริษัทหรือบุคคลใดกระทำความผิด โดยเอกสารใช้ชื่อย่อ “บริษัท จ.” และ “บริษัท ท.” เพื่อหลีกเลี่ยงการระบุตัวตน และขอให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

นอกจาก DSI แล้ว นายอิทธิศักดิ์ ยังเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวควบคู่กันไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...