เปิดวิชาชงตัวตน ผสมคอมมูนิตี้ ทางไปต่อของ Content Creator สไตล์โอ๊ต-ปราโมทย์แห่งโคตรคูล
ใครจะไปคิดว่าความตลกโปกฮากับกลยุทธ์ธุรกิจจะกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างแนบเนียน
อีกไม่กี่วันก็จะถึง The Secret Sauce Summit 2026: The Age of Builder ทีม The Secret Sauce ได้คุยกับโอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ที่จะมาขึ้นเวที ‘The Million Creator Club’ ซึ่งบอกกับเราว่า “ยุคนี้ไม่ใช่สักแต่ว่าจะทำอย่างเดียวแล้วจะประสบความสำเร็จ มันต้องเบ่งกล้ามมากขึ้น ต้องคมมากขึ้นในการเลือกพื้นที่ที่จะเอาตัวเองไปวางไว้”
เราจึงตั้งคำถามกับโอ๊ตว่า หากการทำคอนเทนต์ออนไลน์เพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นการทำธุรกิจที่ช่วยให้ Content Creator ไปต่อได้?
ทำไมการทำคอนเทนต์หน้าจออย่างเดียวถึงไม่พออีกต่อไป
โอ๊ตสะท้อนมุมมองเรื่องนี้ไว้ว่า “คอนเทนต์ออนไลน์ตอบโจทย์แบบนึง แต่การออกมาเจอผู้คนด้วยตาเนื้อมีความรู้สึกอีกแบบนึง เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม”
นั่นเป็นเหตุผลให้โคตรคูลเองก็มีกิจกรรมออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น งานวิ่ง “รีย์รัน” (Re-Run) x Carnival หรือธุรกิจส่วนตัวของโอ๊ตอย่าง Bar 335 ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่ต่อยอดจัดกิจกรรม On-ground และเชื่อมโยงคอมมูนิตี้กับบาร์เครื่องดื่ม การขยับมาทำกิจกรรมออฟไลน์จึงไม่ใช่การทิ้งออนไลน์ แต่มันคือการสร้างพื้นที่ให้คนที่มีเคมีตรงกันได้มาเจอกัน บรรยากาศจริงที่เกิดขึ้นถูกบันทึกกลับไปเผยแพร่เป็นคอนเทนต์ออนแอร์ต่อ กลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้ช่องทางออนไลน์สดชื่นและมีมิติขึ้นกว่าเดิม
ทำอย่างไรให้ผู้ฟังเชื่อใจและกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่น
หัวใจสำคัญไม่ใช่การพยายามเอาใจทุกคน แต่คือการเคารพและเข้าใจตัวตนตัวเองก่อน
โอ๊ตเปรียบเทียบการวาง Position แบรนด์เหมือนการเล่นเกมว่า “ถ้าเปรียบเป็นเกม Ragnarok อยากตีไวคุณก็อัป Agi ไปอย่างเดียว ไม่ต้องไปอัปอย่างอื่น ถ้าอยากไปทางไหนก็ไปให้สุดทาง ให้คนเชื่อว่าเราเป็นหน้าตานั้นจริงๆ” เมื่อรู้ว่าตัวเองคือใคร แฟนคลับช่องโคตรคูลคือกลุ่มชาวเน็ตคอมเมนต์คุณภาพที่ชอบความตลกจริตเดียวกัน ขั้นถัดมาคือการสื่อสารด้วยความซื่อสัตย์แบบไร้ฟิลเตอร์
“โกหกคนอื่นแม่งโกหกได้นะ แต่โกหกตัวเองแม่งยากกว่า” โอ๊ตย้ำพร้อมอธิบายต่อว่า “คนสมัยนี้ฉลาดพอที่จะรู้ว่าใครจริงใจ จังหวะจะขายก็บอกขาย คนดูเขารู้อยู่แล้วว่างานนี้มีลูกค้า เข้าใจตรงกันก็จบ” ความตรงไปตรงมานี้เองที่เปลี่ยนผู้ชมผ่านๆ ให้กลายเป็นสาวกที่พร้อมสนับสนุน
กลยุทธ์เปลี่ยนภาพจำแบรนด์ให้กลายเป็นเงินทำได้อย่างไร
ย้อนกลับไปตอนจัดงานวิ่ง Re-Run ครั้งแรก โคตรคูลยอมขาดทุนและไม่มีสปอนเซอร์เลยแม้แต่เจ้าเดียว แต่โอ๊ตมองว่านั่นคือการ “ลงทุน” เพื่อสร้าง Branding ให้คนเห็นก่อนว่า งานวิ่งสไตล์โคตรคูลมันเก๋และสนุกขนาดไหน
แม้ครั้งแรกจะเป็นงานเล็กๆ ที่รับคนได้แค่ 150 คน แต่พอภาพจำความเก๋เริ่มชัดเจน โอ๊ตจึงนำไอเดียนี้ไปชวนแบรนด์สตรีทแวร์อย่าง Carnival มาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ จนเกิดกระแสบอกต่อแบบปากต่อปากอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์คือการจัดงานในครั้งถัดๆ มา มียอดคนสมัครพุ่งสูงถึงเกือบ 3,000 คน
เมื่อแบรนด์ดิ้งแข็งแรง โคตรคูลก็เริ่มใส่ “กิมมิก” แปลกใหม่เข้าไปในทุกๆ ครั้ง อย่างการจัดงานวิ่งคนโสด (Re-Run Re-Love) ที่ขอแค่เข้าเส้นชัย แล้วเอาสติกเกอร์หัวใจไปแปะคู่กับใครก็ได้เพื่อแลกกาแฟดื่ม
พอมีทั้งภาพจำที่เก๋และกิมมิกที่ชัดเจน Brands ต่างๆ จึงวิ่งเข้าหาเองโดยไม่ต้องง้อ ตั้งแต่นมโปรตีน อาหารหมา ไปจนถึงเก้าอี้สุขภาพ เพราะสิ่งที่แบรนด์เหล่านั้นซื้อ ไม่ใช่แค่พื้นที่โฆษณา แต่คือ “ภาพจำและความคุ้มค่า” จากการได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพจริงๆ
Key Takeaway การชงคอมมูนิตี้ให้ทรงพลัง
🔸 เข้าใจและเคารพตัวเอง: รู้จุดแข็งของแบรนด์ตัวเอง แล้วมุ่งไปทางนั้นให้สุดโดยไม่ต้องฝืนทำสิ่งที่ไม่ใช่
🔸 ผสมวัตถุดิบรอบตัว: นำความชอบต่างขั้วมาชงรวมกันเหมือนค็อกเทล โดยปักหลักความสนุกเป็นแกนกลาง
🔸 สื่อสารด้วยความจริงใจ: ซื่อสัตย์กับคนฟัง ขายของคือบอกขาย เพราะความตรงไปตรงมาสร้างความไว้ใจได้ดีที่สุด
🔸 ลงทุนสร้าง Branding ก่อน: ยอมขาดทุนในวันแรกเพื่อสร้างภาพจำที่เก๋ แล้วมูลค่าทางธุรกิจจะวิ่งตามมาเอง
โอกาสเดียวที่คุณจะได้เห็นวิธีคิดช็อตต่อช็อตจากคนทำจริง เจ็บจริง และสำเร็จจริง ในบรรยากาศ On-ground ที่หาจากหน้าจอไม่ได้ วิชาชงคอมมูนิตี้และความจริงใจแบบไม่มีกั๊ก ไม่มีให้เซิร์ชอ่านใน Google และไม่มี AI สำนักไหนสรุปให้คุณได้ เพราะมันตกผลึกจากประสบการณ์ตรงของ โอ๊ต ปราโมทย์ แห่งโคตรคูล ที่จะมาพบกับทุกคนบนเวที The Secret Sauce Summit 2026: The Age of Builders