โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องโมเดลร้านอาหารแอบเปิดผับเถื่อน โศกนาฏกรรมสลดเซ่นระบบส่วยสีเทา

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.27 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 34 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ความสูญเสียดังกล่าวนำไปสู่การขยับตัวของกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ทายาทผู้เสียหาย โดยการจ่ายเงินรอบแรกเป็นการมอบเช็กแก่ทายาทผู้เสียชีวิต 14 ราย รายละ 300,000 บาท รวม 4.2 ล้านบาท และโอนเข้าบัญชีแก่ทายาทรายอื่น รวมอนุมัติแล้ว 31 ราย ยอดเงินกว่า 9.3 ล้านบาท ครอบคลุมทายาทนักร้องนำหญิงวงทศกัณฐ์ (น้องบรีส) มือกลอง พนักงานชาวลาว และผู้ใช้บริการ

เงินเยียวยารายละ 300,000 บาท เป็นตัวเลขตามเพดานสูงสุดตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2559) ประกอบด้วย ค่าตอบแทนเสียชีวิต 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าความเสียหายอื่น/เยียวยาจิตใจ 40,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูไม่เกิน 40,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิตตามจริง ไม่เกิน 40,000 บาท ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 50,000 บาท

ซึ่งหากเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ หมวดรักษาพยาบาลจะถูกตัดออกเป็นศูนย์ แต่สาเหตุที่เคสนี้ได้รับการอนุมัติเต็มเพดาน 300,000 บาท เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่กระทบต่อภาพลักษณ์ คณะอนุกรรมการจึงใช้เกณฑ์พิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือขั้นสูงสุด

เงื่อนไขสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ผู้รับเงินต้องเป็น “ผู้เสียหายบริสุทธิ์” ที่ไม่มีส่วนก่อเหตุ ไม่ได้ร่วมทะเลาะวิวาท และไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเอง นักท่องเที่ยว พนักงาน และนักดนตรี จึงถือเป็นเหยื่อบริสุทธิ์ที่มีสิทธิ์รับเงินเต็มจำนวน ในทางกลับกัน หากเจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บ จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียว เพราะมีสถานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ฐานประมาทจนผู้อื่นถึงแก่ความตาย

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมถึง “จำเลย” หรือแพะในคดีอาญาที่ศาลยกฟ้องถึงที่สุด แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายทางทรัพย์สิน ผู้เสียหายจากคดีโกงเงินหรือแชร์ลูกโซ่จึงไม่สามารถยื่นขอเยียวยาได้ ต้องใช้วิธีฟ้องแพ่งหรือรอการเฉลี่ยทรัพย์คืนจาก ปปง.แทน

เมื่อเจาะลึกถึงต้นตอเพลิงไหม้ พบว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากระบบไฟฟ้าบริเวณเวทีเกิดภาวะ overload จนลัดวงจรและเกิดประกายไฟ ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปติดโฟมซับเสียงและวัสดุตกแต่งผนัง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงติดไฟง่ายและปล่อยควันพิษหนาทึบ เมื่อไฟเริ่มไหม้ ระบบไฟฟ้าหลักตัดทันที ทำให้ร้านมืดสนิท ขณะที่ระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉินไม่ทำงาน และปัจจัยชี้ขาดชีวิตคนคือ“ประตูหนีไฟถูกล็อก” เพื่อกันลูกค้าเบี้ยวบิล ผู้คนจึงหาทางออกไม่เจอ และหนีไปหลบในห้องน้ำจนสำลักควันเสียชีวิต การดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตและล็อกประตูหนีไฟ ขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคารอย่างร้ายแรง และเข้าข่าย“ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” ในทางอาญา

ถ้าวิเคราะห์เชิงกฎหมายนั้น ได้แยกการประกอบธุรกิจร้านอาหารกับสถานบันเทิงออกจากกันชัดเจน การจดทะเบียนเป็น "ร้านอาหาร" ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มีต้นทุนต่ำ ยื่นของ่าย ขายสุราได้ไม่เกิน 24.00 น. และเน้นกินข้าวฟังเพลง ต่างจาก "สถานบันเทิง/สถานบริการ" ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ที่ต้องลงทุนมหาศาลติดตั้งระบบสปริงเกอร์และประตูหนีไฟมาตรฐานสูง แต่แลกกับสิทธิ์เปิดได้ถึง 02.00 น. หรือ 04.00 น. และจัดแสงสีให้เต้นได้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่ได้อนุญาตให้มีการตั้งสถานบริการได้ตามใจชอบ หากพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2545 ได้มีการตีเส้นทางภูมิศาสตร์กำหนดพื้นที่โซนนิ่งไว้เพียง 3 บริเวณหลักเท่านั้น ได้แก่

บริเวณที่ 1 (ย่านพัฒน์พงศ์) ครอบคลุมแนวเขตบริเวณถนนนเรศ, ถนนสุรวงศ์, ถนนพระรามที่ 4, ถนนสีลม และถนนนราธิวาสราชนครินทร์

บริเวณที่ 2 (ย่านเพชรบุรีตัดใหม่) ครอบคลุมแนวเขตบริเวณถนนเพชรอุทัย, ทางพิเศษศรีรัช, คลองแสนแสบ, คลองบางกะปิ และถนนเพชรบุรีตัดใหม่

บริเวณที่ 3 (ย่านรัชดาภิเษก) ครอบคลุมแนวเขตบริเวณถนนลาดพร้าว, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 9 และถนนอโศก-ดินแดง

แม้พิกัดเพลิงไหม้ครั้งล่าสุดจะอยู่ในเขตลาดพร้าว และบริเวณที่ 3 จะครอบคลุมถนนลาดพร้าวบางส่วน แต่อาคารที่เกิดเหตุกลับตั้งอยู่ลึกเข้าไปในย่านชุมชน ซึ่งไม่ได้อยู่ในแนวเขตเศรษฐกิจของสถานบันเทิงตามโซนนิ่งอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังระบุพื้นที่ต้องห้ามไว้อย่างชัดเจนว่า สถานบริการต้องไม่อยู่ใกล้ชิดวัด โรงเรียน โรงพยาบาล หรือในย่านที่ประชาชนอยู่อาศัยในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ

ทว่า โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลับใช้โมเดล “จดทะเบียนบังหน้าเป็นร้านอาหาร แต่แอบเปิดจริงเป็นผับเถื่อน” เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องโซนนิ่งและเลี่ยงลงทุนระบบความปลอดภัยหลักล้าน ร้านเลือกกั้นห้องมืด บุโฟมซับเสียงราคาถูก และเปิดลากยาวถึงตี 1 - ตี 2 เพื่อกอบโกยรายได้ การเลี่ยงไปจดร้านอาหารจึงเป็นช่องโหว่ลดต้นทุน โดยเอาชีวิตลูกค้าไปเสี่ยง และกลายเป็นโมเดลที่ร้านเหล้าในย่านนี้นิยมลอกเลียนแบบกัน

ผลกระทบจาก โศกนาฏกรรม ดังกล่าวยังส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างต่อวงการผู้ประกอบการสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ โดยทางกรุงเทพมหานครและฝ่ายปกครองได้สั่งปฏิการตรวจเข้มร้านอาหารกึ่งผับทุกแห่งในย่าน 5 แยกลาดพร้าวและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างจริงจัง มีการสั่งปิดร้านที่พบการดัดแปลงอาคารผิดประเภทชั่วคราว เพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัย และกวดขันเรื่องเวลาปิดให้บริการไม่ให้เกินเที่ยงคืนโดยเด็ดขาด ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวยามราตรีในย่านนี้ซบเซาลงทันตา เนื่องจากผู้ใช้บริการเกิดความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยทางกายภาพ และระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคารปิดล้อม

ขณะเดียวกัน ในฝั่งของผู้ประสบเหตุและครอบครัวผู้สูญเสีย แม้จะได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้นจากภาครัฐ จำนวน 300,000 บาทแล้วก็ตาม แต่ภาคประชาชนและสภาองค์กรของผู้บริโภคก็ได้เข้ามาช่วยเหลือในการรวมกลุ่มยื่นฟ้องดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายทางละเมิดจากตัวผู้ประกอบการและหุ้นส่วนร้านเพิ่มเติม เพื่อเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะและค่าบำนาญเยียวยาจิตใจระยะยาว

สะท้อนให้เห็นว่าเงินเยียวยาจากกองทุนรัฐเป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อนฉุกเฉินเท่านั้น ขณะที่กระทรวงยุติธรรม และกรมคุ้มครองสิทธิฯ โดย นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ กำลังผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาฯ” เพื่อเปลี่ยนการใช้เงินภาษีแผ่นดินไปสู่การตั้งกองทุนหมุนเวียน และการไล่เบี้ยยึดทรัพย์จากผู้ทำผิดมาชดเชยแทนในระยะยาว แต่การบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยและการรับผิดชอบของผู้ประกอบการตัวจริงต่างหาก คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระดุมเม็ดแรกที่ทำให้ผับเถื่อนเปิดเย้ยกฎหมายได้ เกิดจาก “ระบบส่วยและการละเว้นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ” ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเขต ที่จ่ายค่าดูแลรายเดือนแลกกับการหลับตาข้างหนึ่ง ไม่เข้าจับกุมหรือสั่งปิดร้าน จนความเสี่ยงระเบิดเป็นโศกนาฏกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่รัฐ

จากเหตุการณ์นี้เป็นกุญแจชิ้นแรกที่นำไปสู่การตรวจสอบสถานบันเทิงเถื่อนทั่วประเทศ แต่สุดท้ายปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกจากสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ แล้ว ในต่างจังหวัดก็ยังมีสถานบันเทิงเถื่อนอีกมากมายที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถหาผลประโยชน์ทางธุรกิจเหล่านี้ได้

หน่วยงานต่อต้านการทุจริตต้ องเริ่มจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ นั่นคือเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยผ่านให้เปิดสถานบริการเถื่อนได้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่หินพอสมควร เพราะเป็นแหล่งทำเงินใต้โต๊ะมหาศาล!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...