โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิจัยพบช่องโหว่บน Windows Hello for Business ที่สามารถถูกใช้งานโดยมัลแวร์ได้

Thaiware

อัพเดต 02 ก.ย เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย เวลา 04.00 น. • Sarun_ss777
ช่องโหว่ดังกล่าวช่วยให้มัลแวร์สั่งดึงโทเคน Primary Refresh Token ออกมาเพื่อใช้ในการเข้าถึงระบบได้

Windows กับช่องโหว่ความปลอดภัยนั้นเป็นของที่คู่กันเสมอมา และการที่หลายช่องโหว่จะกลายมาเป็นช่องทางในการแฮกได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ หมั่นอัปเดตอยู่เสมอเพื่อคอยรับมือ และข่าวนี้ก็เป็นอีกครั้งของช่องโหว่ที่ทุกคนต้องระวัง

จากรายงานโดยเว็บไซต์ SCWorld ได้กล่าวถึงการตรวจพบช่องโหว่บนฟีเจอร์ Windows Hello for Business ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำหรับใช้ในการยืนยันตัวตน (Authentication) บนระบบ Windows ในระดับองค์กร โดยช่องโหว่นี้นั้นทางนักวิจัยภัยไซเบอร์รายหนึ่งได้กล่าวว่า แฮกเกอร์หรือมัลแวร์นั้นสามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเข้าใช้งานบัญชี Microsoft Entra ID (บัญชีสำหรับเข้าใช้งาน Windows และระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์ในฐานะพนักงานองค์การที่ใช้งาน Windows ในระดับองค์กรอยู่) อย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่ต้องอาศัยการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับผู้ใช้งาน หรือ สิทธิ์ใช้งานในระดับผู้ดูแล (Admin หรือ Administrator) เลย

ทางนักวิจัยอธิบายว่าการใช้งานช่องโหว่นั้นจะต้องใช้การรันโค้ด (Code Execution) บนเซสชันที่ใช้งานอยู่ (Active Session) ของเหยื่อเพื่อให้ตัวโค้ดมัลแวร์นั้นส่งคำร้องให้ Windows นั้นทำการเซ็นรับรองการยืนยันตัวตนทำให้ตัวมัลแวร์สามารถได้รับโทเคนในการเข้าถึงตัวระบบที่มีชื่อว่า Primary Refresh Token (PRT) ซึ่งแฮกเกอร์สามารถนำเอาไปลงทะเบียนเครื่องของตนเพื่อเข้าถึงระบบ รวมไปถึงสามารถเพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนแบบอื่น ๆ ได้ เรียกได้ว่าสามารถเข้าถึงระบบได้แม้เครื่องจะถูกปกป้องด้วยชิป TPM โดยที่ไม่ต้องทำการขโมยกุญแจส่วนตัว (Private Key), รหัส PIN, หรือไปกระตุ้นการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพ (Biomatric) แม้แต่น้อย จัดเป็นวิธีการที่ร้ายกาจมาก

แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่คือ การแฮกด้วยวิธีการนี้นั้นไม่ได้ถูกใช้โดยแฮกเกอร์อย่างกว้างขวาง และทางนักวิจัยก็ได้ทำการรายงานไมโครซอฟท์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงการมีอยู่ของช่องโหว่ดังกล่าว

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...