โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาต้าเซ็นเตอร์โต ไทยได้อะไร? เปิดข้อเสนอ ‘พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์’ วางกติกาลงทุน ให้เชื่อมธุรกิจไทย

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ดาต้าเซ็นเตอร์โต ไทยได้อะไร? เปิดข้อเสนอ ‘พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์’ วางกติกาลงทุน ให้เชื่อมธุรกิจไทย

ดาต้าเซ็นเตอร์หนึ่งแห่งจะสร้างคุณค่าให้ประเทศไทยได้มากเพียงใด หลังการก่อสร้างเสร็จสิ้นและเครื่องเซิร์ฟเวอร์เริ่มทำงาน

ประเด็นสำคัญ

  • กฎหมายเฉพาะ เพื่อให้ผู้ลงทุนรู้กติกาและรัฐเห็นเป้าหมายร่วมกัน
  • ไทยมีมาตรการอยู่แล้ว แต่ต้องติดตามว่าจะเชื่อมการกำกับได้เพียงใด
  • Local content เริ่มจากรู้ว่าธุรกิจไทยเข้าไปอยู่ตรงไหนได้
  • น้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน และของเสีย โจทย์ที่ดำเนินต่อหลังวันเปิดโครงการ
  • ใช้ SEA ประเมินทางเลือก ก่อนทรัพยากรถูกผูกไว้กับการลงทุน
  • กติกาที่ดีต้องทำให้ตรวจสอบได้ว่าไทยได้รับอะไรจริง

คำถามนี้อยู่เบื้องหลังข้อเสนอของ ผศ.นนท์ นุชหมอน อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องการให้ไทยทบทวนวิธีเปิดรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งแต่กติกาคัดกรองการลงทุน การใช้ทรัพยากร ไปจนถึงการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการภายในประเทศ

เขาเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เร่งวางกรอบนโยบายที่ชัดเจน พร้อมพิจารณาทางเลือกในการออกกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนและการกำกับดูแลเดินไปด้วยกัน และทำให้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยดำเนินต่อได้ในระยะยาว

กฎหมายเฉพาะ เพื่อให้ผู้ลงทุนรู้กติกาและรัฐเห็นเป้าหมายร่วมกัน

ผศ.นนท์ เปรียบสถานการณ์ของไทยกับการ ‘เปิดประตูกว้าง’ รับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยตั้งคำถามต่อเงื่อนไขคัดกรองและความพร้อมในการกำกับอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรสูง

ในมุมมองของเขา แม้ไทยจะมีกฎหมายหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่การกำกับยังขาดความเฉพาะเจาะจง ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ต้องทำงานภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ของตนเอง จึงควรเร่งประสานให้เกิดกรอบนโยบายร่วมกัน

หนึ่งในทางเลือกที่เสนอคือ ‘พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์’ ซึ่งอาจช่วยจัดระบบกติกาที่กระจัดกระจาย ลดความซับซ้อนในการประสานงาน และประกาศเป้าหมายของประเทศให้ชัดเจนว่า ต้องการดาต้าเซ็นเตอร์แบบใด และการลงทุนจะต้องสร้างประโยชน์อะไรให้สังคมไทย

สำหรับนักลงทุน ความชัดเจนดังกล่าวหมายถึงการรู้ล่วงหน้าทั้งสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ เงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ และต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ

ผศ.นนท์ยอมรับว่า การกำหนดเงื่อนไขเข้มขึ้นอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนลดความสนใจ แต่เห็นว่าประเทศไทยควรให้น้ำหนักกับการคัดเลือกผู้ลงทุนที่พร้อมดำเนินธุรกิจภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม และสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้ในระยะยาว

ไทยมีมาตรการอยู่แล้ว แต่ต้องติดตามว่าจะเชื่อมการกำกับได้เพียงใด

ข้อเสนอของนักวิชาการต้องพิจารณาควบคู่กับความเคลื่อนไหวของภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อวางกลไกนโยบายด้านนี้

บีโอไอชี้แจงเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ว่า ที่ผ่านมาได้ปรับเงื่อนไขครอบคลุมความพร้อมด้านไฟฟ้า ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ การจ้างงาน และการพัฒนาบุคลากร พร้อมเตรียมยกระดับการพิจารณาใน 4 มิติ ได้แก่ ประโยชน์ต่อประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลนี้ทำให้การอธิบายว่าไทย ‘ไม่มีเงื่อนไขคัดกรองเลย’ ต้องได้รับการทบทวน ประเด็นที่ควรตรวจสอบต่อคือ มาตรการเดิมครอบคลุมผู้ประกอบการกลุ่มใดบ้าง มาตรการใหม่ส่วนใดยังอยู่ระหว่างศึกษา และการประสานงานระหว่างหน่วยงานจะทำให้เกิดการกำกับที่มีผลจริงอย่างไร

ส่วนข้อเสนอให้มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มความชัดเจนและแก้ช่องว่างของระบบเดิมได้มากเพียงใด

Local content เริ่มจากรู้ว่าธุรกิจไทยเข้าไปอยู่ตรงไหนได้

ประเด็นสำคัญอีกด้านคือ การเชื่อมการลงทุนขนาดใหญ่เข้ากับผู้ประกอบการไทย ผ่านการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ หรือ Local content

ผศ.นนท์เสนอให้รัฐจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบว่า ดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งต้องการเทคโนโลยีประเภทใด และผู้ผลิตในประเทศรายใดมีศักยภาพผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เหล่านั้น เพื่อใช้เป็นฐานในการออกแบบเงื่อนไขและเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

เขาตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องเข้าไปหาตลาดกับนักลงทุนด้วยตนเอง ขณะที่บางโครงการเลือกนำเข้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ประกอบสำเร็จรูปมาแล้ว ทำให้โอกาสที่ธุรกิจไทยจะได้รับอาจกระจุกอยู่ในช่วงก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

“กลายเป็นว่าตอนนี้ผู้ประกอบการของไทยที่ผลิตเทคโนโลยีที่ใช้ในดาต้าเซนเตอร์ก็ต้องเข้าไปหาตลาดในผู้ที่มาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เอง” ผศ.นนท์กล่าว

ข้อเสนอของเขาจึงครอบคลุมทั้งการกำหนดสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในไทย และการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ลงทุนกับผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การบังคับสัดส่วนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศมีข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องพิจารณา โดยความตกลง TRIMs ขององค์การการค้าโลกครอบคลุมมาตรการลงทุนที่เกี่ยวกับการค้าสินค้า และระบุถึงข้อกำหนดซื้อหรือใช้สินค้าในประเทศที่ขัดกับหลักปฏิบัติต่อสินค้านำเข้า รวมถึงบางกรณีที่ผูกเงื่อนไขดังกล่าวกับการได้รับสิทธิประโยชน์

ดังนั้น การออกแบบนโยบายต้องพิจารณารายละเอียดของมาตรการแต่ละแบบ ควบคู่กับทางเลือกในการพัฒนามาตรฐานผู้ผลิต การจับคู่ธุรกิจ และการพัฒนาทักษะ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถแข่งขันและได้รับคำสั่งซื้อจริง

น้ำ ไฟฟ้า ที่ดิน และของเสีย โจทย์ที่ดำเนินต่อหลังวันเปิดโครงการ

ผศ.นนท์ชี้ว่า ผลต่อเศรษฐกิจของดาต้าเซ็นเตอร์เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ระหว่างก่อสร้างอาจเกิดความต้องการแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่เมื่อเปิดดำเนินงาน การจ้างงานจะเน้นบุคลากรเฉพาะทาง และมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับภาพการลงทุนขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน ประเทศต้องเตรียมน้ำและไฟฟ้าให้เพียงพอ เขากังวลว่า หากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย

ในส่วนพลังงานทางเลือก เขาเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานยังต้องได้รับการพัฒนา และการลงทุนเพิ่มเติมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รวมถึงกรณีที่จะนำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ หรือ SMR มาเป็นทางเลือก ซึ่งเป็นโจทย์ให้ประเมินความเหมาะสมต่อไป

ผลกระทบยังครอบคลุมราคาที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ตลอดจนการจัดการอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่หมดอายุการใช้งาน

คำเตือนของเขาจึงชวนให้มองต้นทุนตลอดอายุโครงการ ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ การจัดหาทรัพยากร ไปจนถึงการรับมือกับของเสียในอนาคต

ใช้ SEA ประเมินทางเลือก ก่อนทรัพยากรถูกผูกไว้กับการลงทุน

เพื่อให้รัฐมองเห็นผลกระทบล่วงหน้า นนท์เสนอให้จัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment: SEA ควบคู่กับการประเมินผลทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค

ข้อมูลที่เขาเห็นว่าควรจัดเก็บ ได้แก่ ที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์ ความต้องการน้ำและไฟฟ้า การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนความต้องการเทคโนโลยีและความสามารถของผู้ผลิตไทย

ในด้านหลักการ สภาพัฒน์อธิบาย SEA ว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเลือกและการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการวางแผน

เมื่อนำมาประยุกต์กับดาต้าเซ็นเตอร์ คำถามเชิงนโยบายจึงอาจครอบคลุมว่า พื้นที่ใดรองรับการลงทุนได้เท่าใด ควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบใด และหากหลายโครงการใช้ทรัพยากรจากแหล่งเดียวกัน จะมีผลรวมต่อชุมชนและภาคเศรษฐกิจอื่นอย่างไร

ผศ.นนท์ยังเสนอให้เปิดเผยผลการประเมินแก่ผู้สนใจ เพื่อให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมใช้ข้อมูลร่วมกันในการพิจารณาทิศทางการพัฒนา

กติกาที่ดีต้องทำให้ตรวจสอบได้ว่าไทยได้รับอะไรจริง

เมื่อพิจารณาข้อเสนอทั้งหมด โจทย์สำคัญของประเทศไทยคือการกำหนดผลตอบแทนที่คาดหวังจากการใช้ทรัพยากรและสิทธิประโยชน์สาธารณะให้ชัดเจน แล้วติดตามให้ได้ว่าผลตอบแทนนั้นเกิดขึ้นจริงเพียงใด

การมีดาต้าเซ็นเตอร์อาจเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจและบริการใหม่ แต่การสร้างมูลค่าเพิ่มในไทยต้องอาศัยเงื่อนไขเชื่อมต่ออีกหลายขั้น ตั้งแต่ความสามารถของแรงงาน มาตรฐานผู้ผลิต ไปจนถึงการเข้าถึงบริการของธุรกิจไทย นโยบายจึงควรกำหนดเป้าหมายที่ตรวจสอบได้ เช่น จำนวนบุคลากรที่พัฒนาทักษะและได้ทำงานจริง มูลค่าการจัดซื้อที่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และความร่วมมือวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้

การประเมินความคุ้มค่าควรเปิดเผยต้นทุนที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าและระบบน้ำ ตลอดจนภาระต่อชุมชน เพื่อให้สังคมเห็นว่าใครได้รับประโยชน์และใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยต้องระวังการนับประโยชน์ซ้ำหรือใช้ยอดลงทุนแทนผลตอบแทนทางเศรษฐกิจทั้งหมด

ข้อเสนอออก พ.ร.บ.ดาต้าเซ็นเตอร์จึงควรเริ่มจากการระบุช่องว่างให้ชัดว่าเรื่องใดไม่มีผู้รับผิดชอบ เรื่องใดซ้ำซ้อน และเรื่องใดจำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายใหม่หากออกแบบได้ตรงจุด กฎหมายอาจช่วยให้นักลงทุนวางแผนได้มั่นคงขึ้นและประชาชนตรวจสอบได้มากขึ้น แต่หากเพิ่มขั้นตอนโดยยังไม่แก้ปัญหาการประสานงาน ก็อาจสร้างต้นทุนใหม่ให้ระบบ

ระหว่างพิจารณากฎหมาย รัฐยังสามารถเดินหน้ารวบรวมข้อมูล เปิดเผยเกณฑ์คัดกรอง และกำหนดระบบติดตามผลภายใต้อำนาจที่มีอยู่ พร้อมเผยแพร่ความคืบหน้าของมาตรการที่ประกาศไว้

บททดสอบของนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์จึงอยู่ในช่วงหลายปีหลังเปิดดำเนินงานว่า ประเทศไทยมีคนที่ทำงานเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากขึ้น มีธุรกิจที่ได้รับโอกาสต่อเนื่อง และมีระบบจัดการทรัพยากรที่รองรับการเติบโตได้จริงหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...