โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘นายกฯ อนุทิน’ นำประชุม ครม. สัญจร เน้นสร้างสันติสุข-ชงรถไฟทางคู่-ประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"นายกฯ อนุทิน" นำประชุม ครม. สัญจร ครั้งที่ 1 ปี 2569 ที่สงขลา สวม "ผ้าราชวัตร" ยันแก้ปัญหาสันติสุข ชงรถไฟทางคู่-ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้าลายราชวัตร ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจ.สงขลา พร้อมส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็น Soft Power ของพื้นที่

นายกฯ อนุทิน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เพื่อเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ จังหวัดสงขลาได้มอบ กระเป๋าเอกสารจากเชือกกล้วย ผลิตโดยกลุ่มกอร์ตานี OTOP อำเภอหาดใหญ่ เป็นของที่ระลึกแก่คณะรัฐมนตรี สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุม ครม. ที่จังหวัดสงขลาเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการเตรียมงานที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครอบคลุมในทุกประเด็น และสามารถทำให้รัฐมนตรีทุกท่านลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ในจังหวัดสงขลา

พร้อมรับทราบถึงปัญหาของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์

การประชุม ครม.สัญจรในวันนี้ ถือเป็นการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล เดิมรัฐบาลตั้งใจจะมาประชุมที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เพื่อมาติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ครม. ได้แยกกันไปลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งเราได้ข้อมูลมามากพอสมควรที่จะทำให้เราเกิดมโนภาพที่เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ทำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ

สิ่งที่เราได้ติดตามคือ โครงการสำคัญหลายโครงการที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ทำไปเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยจากธรรมชาติทั้งหลายให้คลี่คลายลง และถ้าเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่าง ๆ

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและพยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุขและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และจะมีการนำผลการสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปมาให้ ครม. ได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบ Quick Win และข้อเสนอในระยะยาวที่จำเป็นต้องวางแผนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการประชุม ครม. ในวันเดียวกันนี้ มีวาระสำคัญหลายเรื่อง ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่และเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว เรื่องแรกคือโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาที่อำเภอหาดใหญ่ และไปจบที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติมมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ที่รัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทาง ทุกภาค และทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ส่วนอีกเรื่องที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะร่วมกับกระทรวงการคลังเสนอหลักการของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า แนวคิดนี้คือรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยสำหรับภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ แต่ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน

ระบบนี้จะช่วยให้เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ประชาชนสามารถได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดภัยก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา มาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า ซึ่งเราจะได้หารือกันในรายละเอียด วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหาในพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของ ครม. โดยตรง และจะทำให้การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ลงมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่

สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ ครม. เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา โดยเมนูอาหารว่าง ‘หรอยหนัด’ ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะที่เมนูอาหารเช้า ‘หรอยแรงใต้แรงอก’ ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปาท่องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา

ส่วนเมนูอาหารกลางวัน หรอยจังฮู้ ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...