‘นายกฯ อนุทิน’ นำประชุม ครม. สัญจร เน้นสร้างสันติสุข-ชงรถไฟทางคู่-ประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน
"นายกฯ อนุทิน" นำประชุม ครม. สัญจร ครั้งที่ 1 ปี 2569 ที่สงขลา สวม "ผ้าราชวัตร" ยันแก้ปัญหาสันติสุข ชงรถไฟทางคู่-ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้าลายราชวัตร ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจ.สงขลา พร้อมส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็น Soft Power ของพื้นที่
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพร่วมกับคณะรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เพื่อเป็นที่ระลึก
นอกจากนี้ จังหวัดสงขลาได้มอบ กระเป๋าเอกสารจากเชือกกล้วย ผลิตโดยกลุ่มกอร์ตานี OTOP อำเภอหาดใหญ่ เป็นของที่ระลึกแก่คณะรัฐมนตรี สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างยั่งยืน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุม ครม. ที่จังหวัดสงขลาเป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณในการเตรียมงานที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครอบคลุมในทุกประเด็น และสามารถทำให้รัฐมนตรีทุกท่านลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มที่ในจังหวัดสงขลา
พร้อมรับทราบถึงปัญหาของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการป้องกันภัยจากธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์
การประชุม ครม.สัญจรในวันนี้ ถือเป็นการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล เดิมรัฐบาลตั้งใจจะมาประชุมที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เพื่อมาติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ครม. ได้แยกกันไปลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งเราได้ข้อมูลมามากพอสมควรที่จะทำให้เราเกิดมโนภาพที่เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ทำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ
สิ่งที่เราได้ติดตามคือ โครงการสำคัญหลายโครงการที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ทำไปเพื่อการป้องกันและบรรเทาภัยจากธรรมชาติทั้งหลายให้คลี่คลายลง และถ้าเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่าง ๆ
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและพยายามที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุขและความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และจะมีการนำผลการสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปมาให้ ครม. ได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบ Quick Win และข้อเสนอในระยะยาวที่จำเป็นต้องวางแผนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการประชุม ครม. ในวันเดียวกันนี้ มีวาระสำคัญหลายเรื่อง ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่และเรื่องการวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว เรื่องแรกคือโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาที่อำเภอหาดใหญ่ และไปจบที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเติมมิสซิ่งลิงก์ (Missing Link) ที่รัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทาง ทุกภาค และทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ส่วนอีกเรื่องที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะร่วมกับกระทรวงการคลังเสนอหลักการของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า แนวคิดนี้คือรัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยสำหรับภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ แต่ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
ระบบนี้จะช่วยให้เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ประชาชนสามารถได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เรื่องนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดภัยก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา มาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า ซึ่งเราจะได้หารือกันในรายละเอียด วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหาในพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของ ครม. โดยตรง และจะทำให้การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ลงมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่
สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ ครม. เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา โดยเมนูอาหารว่าง ‘หรอยหนัด’ ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะที่เมนูอาหารเช้า ‘หรอยแรงใต้แรงอก’ ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปาท่องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา
ส่วนเมนูอาหารกลางวัน หรอยจังฮู้ ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท
นอกจากนี้ ยังมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อนุทิน โอบไหล่ นายกฯแป้น ลั่นการเมืองช่างมารดา ชาวบ้านต้องมาก่อน
- นายกฯ อนุทิน เดินหน้าสะพาน 2 แห่งภาคใต้ ดันไทยศูนย์กลางอาเซียน
- นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำหน้าควน ติดตามปัญหาและป้องกันอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่
ติดตามเราได้ที่