สาวแอปฯหาคู่นัดก๊งเหล้า! ลวงหนุ่มเข้าวงเก้าเก 3 ตา สูญเกือบ 2 แสน
นักธุรกิจหนุ่มร้องสายไหมต้องรอด ถูกสาวแอปฯหาคู่ มอมเหล้าลวงเข้าวงเก้าเก เสียเกือบ 2 แสนใน 3 ตา แจ้งความ ตร.บอก "สมัครใจเล่นเอง"
วันที่ 6 ส.ค.2569 นายบิ๊ก ชายวัย 34 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการต้มตุ๋นที่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ จนต้องสูญเสียเงินไปเกือบ 2 แสนบาท
โดยผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้คุยกับหญิงสาวรายหนึ่งผ่านแอปฯ หาคู่ ก่อนจะขาดการติดต่อไปราว 5-6 เดือน จนกระทั่งฝ่ายหญิงติดต่อกลับมาอีกครั้ง เพื่อชักชวนให้ไปดื่มสุราที่บ้านพี่สาวของเธอ เมื่อเดินทางไปถึงในเวลาประมาณ 20.00 น. พบหญิงคนดังกล่าวพร้อมพี่สาวรวม 3 คน และเริ่มนั่งดื่มกินกัน โดยฝ่ายหญิงคอยคะยั้นคะยอให้ดื่มสุราอยู่ตลอดเวลา ต่อมามีหญิงวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนของพี่สาวเข้ามาสมทบ พร้อมพยายามเข้ามาคุยสร้างความสนิทสนม จนกระทั่งมีคนเข้ามาเพิ่มในบ้านรวมเป็น 6 คน ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่การพูดคุยเรื่องการพนันออนไลน์ แม้ในขณะนั้นตนจะพอมีสติพยายามเตือนว่าการพนันมีความเสี่ยง แต่หลังจากดื่มสุราเข้าไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มขาดสติและไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้
จากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เริ่มตั้งวงเล่นไพ่เก้าเก ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเล่นและเล่นไม่เป็น แต่หญิงสาวที่รู้จักผ่านแอปฯ กลับเข้ามาบอกว่าจะสอนให้ พร้อมชวนให้เข้านั่งใกล้วงพนัน ในช่วงแรกฝ่ายหญิง อ้างว่า ไม่มีเงินจึงขอยืมเงินตนไป 3,000 บาทเพื่อนำไปลงเล่น ก่อนที่เงินเดิมพันจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นตนตกอยู่ภายใต้ความเมา และถูกหญิงสาวคอยเชียร์ให้สู้และเพิ่มเงินเดิมพัน โดยอ้างว่าแอบเห็นไพ่คนข้าง ๆ และมีโอกาสชนะสูง ทำให้ตนตัดสินใจโอนเงินเข้าร่วมเล่นด้วย จนกระทั่งตาแรกเสียเงินไปถึง 180,000 บาท และเนื่องจากวงเงินในบัญชีโอนออกต่อวันเต็ม หญิงสาวคนดังกล่าวยังเป็นคนช่วยกดดำเนินการเพิ่มวงเงินทำธุรกรรมในโทรศัพท์ให้ เพื่อให้สามารถโอนเงินออกไปเล่นต่อได้ พอตนบอกว่าต้องการจะหยุดเล่น กลุ่มคนในวงกลับพูดจาข่มขู่ กดดัน และอ้อนวอนเชิงให้เสียหน้าหากจะถอนตัว จนจำใจต้องเล่นต่อในตาที่ 3 และเสียเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 190,000 บาท เมื่อเริ่มได้สติกลับคืนมาจึงรีบหาทางออกจากบ้านหลังดังกล่าว แล้วไปหารุ่นน้องเพื่อพากันเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทว่าในตอนแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องของการสมัครใจเล่นการพนันเอง จึงไม่สามารถดำเนินคดีตามที่ร้องขอได้ ทำให้ตนรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมีการวางแผนเป็นกระบวนการ ตั้งแต่การชักชวน การมอมเหล้า การทยอยส่งคนเข้ามา และการโน้มน้าวให้โอนเงินเดิมพันก้อนโต
ด้านนายทางด้าน นิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ได้ระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นกลโกงจากแอปฯ หาคู่ที่มักจะสร้างความสนิทสนมจนเหยื่อไว้ใจ ก่อนพาไปในสถานที่ปิดเพื่อหลอกลวงทรัพย์สิน จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการนัดพบคนแปลกหน้า
และล่าสุดได้รับการประสานจาก พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง ว่าได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเร่งรับเรื่องและดำเนินคดีเพื่อติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยชี้แจงว่าเหตุการณ์ปฏิเสธการรับแจ้งความก่อนหน้านี้อาจเกิดจากความเข้าใจผิด และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างที่สุด