โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 สิ่งที่ควรทำหลัง 5 โมงเย็น หากคุณมีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
4 สิ่งที่ควรทำหลัง 5 โมงเย็น หากคุณมีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เหมือนง่ายแต่หลายคนทำไม่ได้

4 สิ่งที่ควรทำหลัง 5 โมงเย็น หากคุณมีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เหมือนง่ายแต่หลายคนทำไม่ได้

คอเลสเตอรอลในเลิอดสูงมักเป็น "ภัยเงียบ" ที่ค่อยๆ สะสมโดยไม่แสดงอาการชัดเจน จนกระทั่งเริ่มเกิดปัญหาร้ายแรงตามมา เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

แม้พันธุกรรมจะมีส่วน แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ส่งผลอย่างมากต่อระดับคอเลสเตอรอล ดร. ซาแมนธา เบนิน (Samantha Benin, M.D.) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ระบุว่า "พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีอิทธิพลอย่างมากต่อระดับคอเลสเตอรอลและสุขภาพหัวใจโดยรวม แม้จะเป็นการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ แถมในบางรายยังช่วยลดการใช้ยาหรือส่งเสริมให้ยาทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย"

โชคดีที่การฟื้นฟูระดับคอเลสเตอรอลให้ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องรื้อระบบชีวิตใหม่ทั้งหมดข้ามคืน เพียงปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงช่วงเวลาตั้งแต่หัวค่ำ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง และนี่คือ 4 พฤติกรรมหลัง 5 โมงเย็น ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจแนะนำให้ทำ พร้อมเคล็ดลับการดูแลคอเลสเตอรอลให้ดียิ่งขึ้น

1. เลือกมื้อเย็นที่ดีต่อหัวใจ

สิ่งที่อยู่บนจานมื้อเย็นมีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูงซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับคอเลสเตอรอลที่พุ่งสูงขึ้น ดร. เบนิน แนะนำให้ใส่ใจกับมื้อเย็นโดยเน้นอาหารที่มีสารอาหารสูงและดีต่อหัวใจ

"ตักผักให้ได้ครึ่งหนึ่งของจาน ใส่โปรตีนไขมันต่ำ เช่น ปลาหรือไก่ และเลือกคาร์โบไฮเดรตที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ถั่วชนิดต่างๆ หรือธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grains)" ผักให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น พร้อมทั้ง ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดการสะสมคอเลสเตอรอลในร่างกาย อาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์อย่างธัญพืชไม่ขัดสีและถั่วก็ให้ประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน

ส่วนโปรตีนไขมันต่ำอย่างเนื้อไก่และปลาจะมีไขมันอิ่มตัวต่ำโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะ ปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง จะช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL (ชนิดไม่ดี) และไตรกลีเซอไรด์ได้ นอกจากนี้ โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเลนทิล และถั่วเมล็ดแห้ง ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีต่อหัวใจที่สมาคมหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (AHA) แนะนำ

และนอกจากคุณภาพของอาหารแล้ว "ปริมาณ" ก็สำคัญเช่นกัน ดร. เบนิน เตือนให้ควบคุมขนาดของมื้ออาหาร โดยย้ำว่าความสมดุลและการทานแต่พอดีคือหัวใจสำคัญของสุขภาพหัวใจในระยะยาว

2. เดินออกกำลังกาย 30 นาทีหลังมื้ออาหาร

การออกกำลังกายเป็นเสาหลักสำคัญในการควบคุมคอเลสเตอรอล แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปวิ่งหนักๆ เสมอไป การเดินสั้นๆ หลังมื้อเย็นก็เพียงพอที่จะช่วยปรับปรุงระดับคอเลสเตอรอลให้ดีขึ้นได้

มิเชล รูเธนสไตน์ (Michelle Routhenstein, M.S., RD) นักกำหนดอาหารด้านโรคหัวใจ แนะนำว่า "ลองเพลิดเพลินกับการเดินสบายๆ 10 ถึง 30 นาทีหลังอาหารเย็น และถ้าชวนคนรักหรือเพื่อนไปด้วยได้ก็จะดียิ่งขึ้น การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอช่วยปรับปรุงคอเลสเตอรอลและช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลกลุ่มที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงออกจากร่างกาย แถมการเดินพร้อมเพื่อนร่วมทางยังช่วยคลายความเครียดได้เป็นสองเท่า"

งานวิจัยระบุว่าการนั่งๆ นอนๆ ไม่ขยับร่างกาย มีส่วนทำให้ระดับคอเลสเตอรอล LDL สูงขึ้น ในขณะที่การเพิ่มการเดินเข้าไปในกิจวัตรประจำวันสามารถช่วยปรับปรุงระดับไขมันในเลือดได้ แม้จะไม่ได้ปรับเปลี่ยนอาหารครั้งใหญ่ก็ตาม การเดินเป็นประจำยังสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของ HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดี) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยขจัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากร่างกาย

นอกจากนี้ แม้จะเป็นการขยับร่างกายช่วงสั้นๆ ก็เห็นผล โดยงานวิจัยชี้ว่าการเดินไวๆ เพียง 2 นาทีหลังอาหาร สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียรขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยรวม

3. เปลี่ยนแก้วค็อกเทลให้เป็นม็อกเทล

"การลดแอลกอฮอล์ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ตัดแคลอรีที่ไม่จำเป็น และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ" ดร. เบนิน กล่าว

งานวิจัยสนับสนุนคำแนะนำนี้ โดยเชื่อมโยงการดื่มแอลกอฮอล์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยไม่พบผลดีในการปกป้องร่างกายอย่างชัดเจนแม้จะดื่มในปริมาณน้อยก็ตาม นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 1 แก้วต่อวันยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มมื้อเย็นของคุณจะต้องน่าเบื่อ ลองเปลี่ยนจากแอลกอฮอล์มาเป็น ม็อกเทลรสชาติอร่อยที่มีน้ำตาลน้อย รูเธนสไตน์ แนะนำสูตรง่ายๆ โดยผสม น้ำโซดา + น้ำทับทิมเล็กน้อย + น้ำมะนาวสด + ใบสาระแหน่ (Mint) "แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มความดันโลหิตและไตรกลีเซอไรด์ พร้อมส่งผลเสียต่อการนอนหลับ ดังนั้นการสลับมาดื่มม็อกเทลสูตรนี้จึงช่วยซัพพอร์ตทั้งสุขภาพหัวใจและสุขภาวะโดยรวมของคุณ" เธออธิบาย

4. ทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้น

เวลามื้อเย็นที่เร็วขึ้นแบบที่คนรุ่นก่อนนิยมทำนั้นมีเหตุผลรองรับ งานวิจัยชี้ว่าการทานมื้อเย็นดึกเกินไปอาจส่งผลเสียต่อการควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อ ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) หรือกลุ่มอาการผิดปกติทางเมแทบอลิซึม ซึ่งรวมถึงภาวะคอเลสเตอรอลสูงด้วย

รูเธนสไตน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า "การทานอาหารดึกในยามที่ร่างกายมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญลดลงตามธรรมชาติ จะขัดขวางการเผาผลาญไขมัน และมีส่วนทำให้ LDL และไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น การทานมื้อสุดท้ายให้เสร็จก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง จะช่วยส่งเสริมความไวต่ออินซูลิน การควบคุมน้ำหนัก คุณภาพการนอนหลับ และสุขภาพระบบเมแทบอลิซึมโดยรวม ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลดีขึ้น"

การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้า เตรียมวัตถุดิบเมื่อมีเวลา และพึ่งพาวัตถุดิบเพื่อสุขภาพที่สะดวก เช่น ผักแช่แข็ง หรือธัญพืชหุงสุกพร้อมทาน จะช่วยให้ทำมื้อเย็นได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงในครัว

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อระดับคอเลสเตอรอลที่ดีขึ้น

นอกจากพฤติกรรมหลัง 5 โมงเย็นแล้ว เคล็ดลับเหล่านี้สามารถทำควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น:

  • เน้นการ "สลับเปลี่ยน" ไม่ใช่ "ตัดทิ้ง": รูเธนสไตน์ แนะนำว่า "ลองมองหาคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (แป้งขัดสี) ในอาหาร แล้วสลับมาเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีไฟเบอร์สูงอย่างธัญพืชไม่ขัดสีแทน และลองมองหาไขมันอิ่มตัว แล้วสลับเปลี่ยนบางส่วนมาเป็นไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันพืช นัท (ถั่วเปลือกแข็ง) เมล็ดพืช และปลาที่มีไขมันดี"

  • เพิ่มการทานไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้: ไฟเบอร์ชนิดนี้ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้โดยการขับออกจากร่างกาย การเพิ่ม ข้าวโอ๊ต, พืชตระกูลถั่ว, ถั่วเลนทิล, อะโวคาโด, แอปเปิล, มันเทศ และลูกแพร์ เข้าไปในมื้ออาหารสามารถช่วยได้

  • ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวร่างกาย: การมีกิจกรรมทางกายช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL ซึ่งจะไปช่วยปรับปรุงคอเลสเตอรอลรวมให้ดีขึ้นตามเวลา มองหาการออกกำลังกายที่คุณชอบและทำมันให้เป็นกิจวัตร

  • รู้ค่าไขมันของตัวเองและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ: ดร. เบนิน ทิ้งท้ายว่า "ตรวจเช็กคอเลสเตอรอลตามคำแนะนำ ทานยาที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอหากจำเป็น และร่วมมือกับแพทย์เพื่อติดตามความคืบหน้า การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการใช้ยาจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อทำควบคู่กันไป"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...