โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศุภณัฐ” แฉรัฐบาลช้า! เปิดหนังสือเตือน “อนุทิน” ตั้งแต่ 2 ปีก่อน ปม Data Center

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ศุภณัฐ” แฉรัฐบาลช้า! เปิดหนังสือเตือน “อนุทิน” ตั้งแต่ 2 ปีก่อน ปม Data Center จี้แก้กฎหมายคุมอาคาร-ผังเมือง-EIA ก่อนปัญหาบานปลาย ซัด “วัวหายแล้วล้อมคอก”

วันที่ 5 ก.ย. 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม.พรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยหนังสือราชการ ลงวันที่ 3 ต.ค. 2567 ที่ตนเอง เคยส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นรมว.มหาดไทย ในขณะนั้น เพื่อเตือนถึงผลกระทบจากการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) พร้อมยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้เร่งวางกติกาและจัดระเบียบกฎหมายรองรับไว้ล่วงหน้า แต่ผ่านมากว่า 2 ปี กลับไม่มีความคืบหน้าหรือการดำเนินการใดๆ จากภาครัฐ จนกระทั่งเกิดปัญหาและกระแสสังคม รัฐบาลจึงเริ่มหันมาขยับตัวในลักษณะวัวหายแล้วล้อมคอก

นายศุภณัฐ ระบุว่า ข้อเสนอที่เคยยื่นต่อกระทรวงมหาดไทยเมื่อ 2 ปีก่อน ครอบคลุมการแก้ไขกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ เพื่อให้การเติบโตของ Data Center ไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

1. กฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดนิยามของอาคาร Data Center ให้ชัดเจน วางมาตรฐานความปลอดภัยโดยเฉพาะระบบจัดเก็บเชื้อเพลิงหรือน้ำมันสำรอง และปรับปรุงข้อกำหนดเรื่องที่จอดรถให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานจริง

2. กฎหมายผังเมือง ระบุประเภทอาคาร Data Center ลงในกฎหมายผังเมืองให้ชัดเจน พร้อมกำหนดพื้นที่จัดวาง (Zoning) ที่เหมาะสม ไม่ให้รบกวนพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน
3. กฎหมายสิ่งแวดล้อม (EIA) ออกหลักเกณฑ์บังคับให้การก่อสร้าง Data Center ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามขนาดและระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นายศุภณัฐ ย้ำว่า แม้จะยินดีที่ในที่สุดข้อเสนอเหล่านี้เริ่มได้รับความสนใจจากภาครัฐ แต่น่าเสียดายหากนายอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทยขณะนั้น ดำเนินการตามข้อเสนอตั้งแต่แรก ปัญหาและความสับสนในปัจจุบันก็คงไม่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการลงทุน Data Center แต่อยากเห็นประเทศไทย เปิดรับการลงทุนอย่างมีกติกา ซึ่งการมีกฎหมายที่ชัดเจนจะส่งผลดีแบบ Win-Win ต่อทุกฝ่าย การมีกติกาที่ชัดเจน ประชาชนจะมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน ขณะที่นักลงทุนเองก็จะรู้กรอบเกณฑ์ตั้งแต่ต้นว่าสามารถสร้างที่ไหนได้บ้าง ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานอะไร โดยไม่ต้องอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาร้องเรียนหรือตบทรัพย์ในภายหลัง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...