โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดตัวเลขเงินชดเชย จอยักษ์หล่นทับ "แดนซ์เซอร์" กลางคอนเสิร์ตดัง ชีวิตพังตลอดกาล

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดตัวเลขค่าชดเชย จอยักษ์ 600 กก. ตกกลางคอนเสิร์ตทับร่าง

ครบรอบ 4 ปี เหตุการณ์จอ LED ตกกลางคอนเสิร์ตทับนักเต้นหนุ่ม เปิดเงินค่าชดเชย

ค่ำคืนหนึ่งบนเวทีคอนเสิร์ตที่ควรเต็มไปด้วยเสียงเพลงและความสนุก กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของ ลี ไคหยิน (Lee Kai-yin) หรือที่แฟนเพลงรู้จักในชื่อ “อาโม” นักเต้นหนุ่มชาวฮ่องกง หลังจอแสดงผล LED ขนาดใหญ่ตกลงมากลางการแสดงของวง MIRROR

อุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2022 ภายในฮ่องกงโคลีเซียม จอ LED น้ำหนักมากกว่า 600 กิโลกรัมหล่นลงมาถูกนักเต้นอย่างน้อย 2 คน โดยลี ไคหยิน ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 27 ปี เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สุด เหตุการณ์ทำให้การแสดงต้องยุติลงทันทีและสร้างความตกใจให้ผู้ชมทั่วเอเชีย

อุบัติเหตุที่เปลี่ยนชีวิตนักเต้นวัย 27 ปี

ก่อนเกิดเหตุ ลี ไคหยินเป็นนักเต้นอาชีพที่มีผลงานทั้งการแสดงและการสอนเต้น เส้นทางในวงการกำลังเติบโตและมีโอกาสทำงานร่วมกับศิลปินชื่อดังหลายคน แต่หลังถูกจอ LED กระแทก เขาได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณกระดูกสันหลังและกลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตแขนขาทั้งสี่

แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่เขาสูญเสียความสามารถในการทำงานอย่างถาวรและต้องได้รับการดูแลระยะยาว ศาลฮ่องกงระบุในคำพิพากษาภายหลังว่า อาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนผู้ใหญ่ทั่วไป และจำเป็นต้องพึ่งพาการดูแลจากผู้อื่นตลอดชีวิต

ผลสอบพบสายสลิงขาดจากความล้าของโลหะ

รายงานสอบสวนของรัฐบาลฮ่องกงพบว่า สายสลิงที่ใช้แขวนจอ LED ขาดจากภาวะความล้าของโลหะ ประกอบกับสายสลิงมีความแข็งแรงต่ำกว่ามาตรฐาน น้ำหนักจริงของจอสูงกว่าตัวเลขที่แจ้ง และระบบติดตั้งกว้านมีปัญหาจนเพิ่มแรงกดลงบนสายสลิง

คณะสอบสวนยังพบปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบจุดยึดและคุณภาพการประกอบระบบแขวนจอ ส่งผลให้เมื่อสายสลิงเส้นหนึ่งขาด จุดยึดอีกด้านไม่สามารถรับน้ำหนักและหยุดจอไม่ให้ตกลงมาได้ นอกจากนี้ ค่าความปลอดภัยของระบบแขวนยังต่ำกว่ามาตรฐานสากลอย่างมาก

เส้นทางฟื้นฟูที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

ตลอดหลายปีหลังเกิดเหตุ ลี ไคหยินต้องเข้ารับการรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง โดยทีมแพทย์นำเทคโนโลยีหลายรูปแบบมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นชุดโครงกระดูกภายนอกหรือ Exoskeleton เครื่องกระตุ้นระบบประสาท และอุปกรณ์ฝึกกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

ช่วงแรกการเคลื่อนไหวด้วยชุด Exoskeleton ต้องอาศัยระบบอัตโนมัติเป็นหลัก ก่อนที่เขาจะเริ่มเรียนรู้การควบคุมอุปกรณ์ผ่านการขยับร่างกายส่วนบน แม้ความคืบหน้าจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ครอบครัวและทีมรักษายังคงเดินหน้าฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการทรงตัวอย่างต่อเนื่อง

ต้นปี 2026 เขาเริ่มฝึกใช้รถเข็นไฟฟ้า จากช่วงแรกที่ควบคุมได้เพียงการเคลื่อนไปข้างหน้าและยังชนกำแพงหรือกรอบประตูอยู่บ่อยครั้ง หลังฝึกประมาณ 11 สัปดาห์ เขาสามารถควบคุมรถเข็นให้เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยว และจอดในพื้นที่แคบได้คล่องตัวขึ้น ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน

สูญเสียพ่อ ผู้คอยเคียงข้างตลอดการรักษา

ท่ามกลางการฟื้นฟูที่ยาวนาน ลี ไคหยินต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อศิษยาภิบาลลี ชิงหลัม ผู้เป็นพ่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา หลังจากคอยดูแลลูกชายและรายงานความคืบหน้าในการรักษาให้สังคมรับทราบมาโดยตลอด

ในพิธีศพซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ลี ไคหยิน ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีได้ ครอบครัวจึงเปิดวิดีโอที่เขาบันทึกไว้ล่วงหน้า เพื่อบอกเล่าความทรงจำและกล่าวอำลาพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

ศาลสั่งอดีตนายจ้างจ่ายชดเชย 6.291 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

วันที่ 15 มิถุนายน 2026 ศาลแขวงฮ่องกงมีคำพิพากษาให้อดีตนายจ้างของลี ไคหยิน คือบริษัท Dancer Company Limited จ่ายเงินชดเชยรวม 6.291 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 28 ล้านบาท) พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หลังบริษัทไม่ได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการพิจารณาคดี

ศาลพิจารณาจากการสูญเสียความสามารถในการทำงานอย่างถาวร ค่าชดเชยระหว่างที่ไม่สามารถทำงานได้ ค่ารักษาพยาบาล ตลอดจนค่าดูแลและความช่วยเหลือที่จำเป็น โดยคณะกรรมการประเมินเงินชดเชยลูกจ้างรับรองว่า เขาสูญเสียความสามารถในการหารายได้อย่างถาวรในระดับ 100%

เงินชดเชยก้อนนี้เป็นเงินตามกระบวนการเรียกร้องสิทธิจากนายจ้าง ไม่ใช่คำตัดสินครอบคลุมความรับผิดชอบของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดคอนเสิร์ต ก่อนหน้านี้ ลี ไคหยินยังได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนบุคคลต่อหน่วยงานรัฐและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับงานเวทีหลายรายแยกเป็นอีกคดีหนึ่ง

จำเลย 3 คนในคดีอาญาถูกยกฟ้อง

ส่วนคดีอาญาเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลน้ำหนักอุปกรณ์ จำเลย 3 คนซึ่งทำงานด้านการวางแผนเวทีถูกศาลตัดสินให้พ้นผิดในเดือนพฤษภาคม 2025 เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า ทั้งสามเป็นผู้จัดทำเอกสารที่มีข้อมูลผิดพลาดหรือรู้ล่วงหน้าว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม การยกฟ้องในคดีอาญาไม่ได้ทำให้กระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายในคดีแพ่งและคดีชดเชยแรงงานสิ้นสุดลง เนื่องจากแต่ละคดีมีคู่ความ ประเด็นการพิจารณา และมาตรฐานการพิสูจน์แตกต่างกัน

ความสัมพันธ์กับคนรักยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ

ชีวิตส่วนตัวของลี ไคหยินยังถูกจับตามอง หลังสื่อฮ่องกงรายงานว่า โซ ชิง (So Ching) อดีตสมาชิกวง COLLAR ลบลิงก์บัญชีและคลิปบางส่วนออกจากโซเชียลมีเดีย จนเกิดกระแสคาดเดาว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจเปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าเลิกรา ถอนหมั้น หรือยุติความสัมพันธ์แล้ว ขณะเดียวกัน สื่อยังพบว่าโซ ชิงเคยแสดงการสนับสนุนโพสต์เกี่ยวกับการฝึกใช้รถเข็นไฟฟ้าของเขา ดังนั้นข้อมูลในส่วนนี้จึงยังควรถูกมองว่าเป็นเพียงกระแสคาดเดาเท่านั้น

เงินชดเชยอาจลดภาระ แต่ไม่อาจคืนชีวิตเดิม

เงินชดเชยจำนวน 6.291 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงอาจช่วยแบ่งเบาค่ารักษา ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาว แต่ไม่สามารถแลกคืนสุขภาพ ความสามารถในการเต้น หรือชีวิตที่เป็นอิสระเหมือนก่อนเกิดอุบัติเหตุได้

จากนักเต้นหนุ่มที่เคยเคลื่อนไหวอย่างอิสระบนเวที วันนี้ลี ไคหยินต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตผ่านรถเข็นและอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ใหม่ทีละขั้น แม้เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยข้อจำกัด แต่ความก้าวหน้าในการควบคุมรถเข็นไฟฟ้าและการฟื้นฟูร่างกายสะท้อนว่า เขายังคงพยายามสร้างพื้นที่ในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด

อุบัติเหตุในคอนเสิร์ต MIRROR จึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของนักเต้นคนหนึ่ง แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญต่อวงการจัดการแสดงเกี่ยวกับการตรวจสอบน้ำหนักอุปกรณ์ มาตรฐานระบบแขวน และความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจสร้างผลกระทบที่ติดตามผู้ประสบเหตุตลอดทั้งชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...