รัฐบาล เผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ปชช.รับสิทธิกว่า 26 ล้านคน ดันเงินสะพัด 7.8 หมื่นล้าน
รัฐบาล เผยผลสำเร็จ “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจทะลุ 78,000 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชน 39 ล้านคนทั่วประเทศ
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินกว่า 175,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยผลการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการย่อย สามารถช่วยเหลือประชาชนรวมกว่า 39 ล้านคน และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการย่อยที่ 1 และ 2 เป็นการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินสวัสดิการ 700 บาท ทำให้ได้รับความช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่ ค่าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้ม และเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ โดยในช่วงวันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 มีการจัดสรรวงเงินรวม 13,581.13 ล้านบาท และมีการใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าในชุมชนเป็นหลัก มียอดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 12,925.72 ล้านบาท
สำหรับโครงการย่อยที่ 3 “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น.
- ประชาชนได้รับสิทธิแล้ว 26.04 ล้านคน เกิดยอดใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 78,142 ล้านบาท
- เงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 33,176 ล้านบาท หรือร้อยละ 42
- เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 44,966 ล้านบาท หรือร้อยละ 58
- ร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการแล้ว 1,092,158 ร้านค้า ซึ่งกว่าร้อยละ 99 เป็นร้านค้ารายย่อยของบุคคลธรรมดา โดยร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป และร้านธงฟ้า เป็นกลุ่มที่เข้าร่วมมากที่สุด
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า เม็ดเงินจากโครงการกระจายสู่ทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเมืองหลัก 22 จังหวัดมีสัดส่วนการใช้จ่ายร้อยละ 63 นำโดยกรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี ขณะที่เมืองรอง 55 จังหวัดมีสัดส่วนร้อยละ 37 นำโดยนครศรีธรรมราช อุบลราชธานี อุดรธานี ราชบุรี และเชียงราย สะท้อนว่าเม็ดเงินจากโครงการไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ แต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง
ด้านพฤติกรรมการใช้จ่าย พบว่าประชาชนใช้สิทธิสูงสุดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน โดยมีผู้ใช้สิทธิมากกว่า 12 ล้านคนต่อวัน คิดเป็นประมาณ 20 ล้านรายการต่อวัน และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 2,200–2,800 ล้านบาทต่อวัน ก่อนปรับลดลงเหลือประมาณ 500–2,000 ล้านบาทต่อวันหลังผ่าน 7 วันแรก ทั้งนี้ การใช้จ่ายจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ และในเดือนแรกของโครงการ มีผู้ใช้สิทธิร้อยละ 94 ใช้วงเงินรัฐร่วมจ่ายเกิน 800 บาท และร้อยละ 48 ใช้สิทธิครบ 1,000 บาท
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับศักยภาพร้านค้ารายย่อย ผ่าน “นกกระซิบ คู่คิดร้านค้า” ผู้ช่วย AI ในแอปพลิเคชันถุงเงิน ที่สามารถสรุปและวิเคราะห์ยอดขาย แสดงช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด ตรวจสอบราคากลางวัตถุดิบ และจัดทำรายงานการขายเพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ในอนาคต โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีร้านค้าใช้งานแชตบอตแล้วกว่า 640,000 ราย และใช้ฟีเจอร์วิเคราะห์ยอดขาย (Sales Insight) แล้วกว่า 440,000 ราย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง