โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ยกเครื่องกฎหมาย ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ เพิ่มโทษ-ยอมความไม่ได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 2.11 น. • เผยแพร่ 52 นาทีที่แล้ว

ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายคุ้มครองเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวฉบับใหม่ ขยายถึงขู่เข็ญ-บั่นทอนทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนเป็นความผิดยอมความไม่ได้ เปิดทางเจ้าหน้าที่สั่งห้ามผู้ก่อเหตุเข้าใกล้เหยื่อได้ทันที ก่อนส่งศาลพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง

25 สิงหาคม 2569 - ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ โดยจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายเดิม พ.ศ.2550 ให้สอดคล้องกับรูปแบบความรุนแรงในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้รวดเร็วขึ้น และกำหนดแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน รวมถึงบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานมากขึ้น

สาระสำคัญประการหนึ่งคือ การขยายความหมายของ “ความรุนแรง” ให้มากกว่าการทำร้ายร่างกาย โดยครอบคลุมถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความกลัว การขู่เข็ญ และการบั่นทอนทางเศรษฐกิจ พร้อมขยายความหมายของ “บุคคลในครอบครัว” ให้รวมถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบความสัมพันธ์ในสังคมปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายกำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็น ความผิดที่ยอมความไม่ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำความผิดซ้ำภายใน 3 ปี จะต้องรับโทษหนักขึ้น

อีกมาตรการสำคัญคือ การเร่งหยุดความรุนแรงก่อนเหตุบานปลาย โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำได้ทันที เช่น ห้ามผู้กระทำเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนยื่นคำสั่งดังกล่าวต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง

ร่างกฎหมายยังกำหนดให้ผู้ที่แจ้งเหตุโดยสุจริตได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดทางกฎหมายจากการแจ้งเหตุดังกล่าว

สำหรับกระบวนการภายหลังเกิดเหตุ จะปรับจากแนวทาง “ไกล่เกลี่ย-ยอมความ” มาเป็นการจัดทำ “แผนแก้ไขและป้องกันการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” ร่วมกัน โดยกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน หากปฏิบัติตามแผนสำเร็จ ศาลอาจมีคำสั่งยุติคดีได้ แต่หากฝ่าฝืน ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาทันที

การปรับปรุงกฎหมายเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่ยังเป็นปัญหาสำคัญ โดยข้อมูลปี 2568 พบเหตุที่ได้รับรายงานมากกว่า 2,000 กรณี ในจำนวนนี้ประมาณ 20% มีสาเหตุจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนเกิดการทำร้ายกัน ขณะที่มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในบ้าน แต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมหลายด้าน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความรุนแรงไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำร้ายร่างกาย แต่ยังรวมถึงคำพูดหรือพฤติกรรมที่กระทบกระเทือนจิตใจ ทำให้เกิดความหวาดกลัว รู้สึกถูกคุกคามหรือไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้หญิง จึงจำเป็นที่สมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัยต้องมีวุฒิภาวะ เข้าใจ และเคารพซึ่งกันและกัน

ทั้งนี้ พม.มีภารกิจดูแลเด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว และผู้สูงอายุ ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง ผ่านความร่วมมือของสมาชิกในครอบครัว ทั้งเด็กและเยาวชน พ่อแม่ และผู้สูงอายุ ให้อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังวางระบบป้องกันปัญหาในระยะยาว โดยกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งฐานข้อมูลกลางและเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการป้องกันและติดตามปัญหาความรุนแรงในครอบครัว พร้อมกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุก 5 ปี เพื่อให้กฎหมายสามารถปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ และทำให้ “บ้าน” เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...