ดราม่าเทรลสลด! นักวิ่งดับกลางทาง นอนรอความช่วยเหลือนาน 42 นาที
ดราม่าเทรลสลด! นักวิ่งดับกลางทาง เพจดังจี้ถามผู้จัดปล่อยให้นอนรอความช่วยเหลือนาน 42 นาที ทั้งที่ห่างจุดสตาร์ทแค่ 2.4 กม.
วันที่ 20 ก.ค. 69 เฟซบุ๊กเพจ “วิ่งน้อย ร้อยรูป” โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้แอดขออนุญาติพูดถึงเคสสีดำ งานวิ่งเทรลดอยสะกาดนะครับ
RIP.น้องโก้ นักวิ่งเพื่อนร่วมเส้นทางดอยสะกาด ที่จากกันไปแบบไม่มีวันกลับมา และขอสแดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องโก้ มาณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เรื่องของเรื่อง น้องโก้ คงจะมีโรคประจำตัวอยู่ 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งออกมาได้ 2.4 กม. จากนาฬิกาแอดนะครับ ขณะที่วิ่งๆ อยู่น้องเขาก็ล้มลง เป็นลมหมดสติ
ช่วงนั้นทีมเราวิ่งเกาะกลุ่มกันไปข้างหลังน้องเขาพอดี กลุ่มที่เกาะกันไปคือกลุ่มสุดท้ายประมาณ 14 คน น้องเขาอยู่ข้างหน้ากับเพื่อน 2 คน
ฝนก็ตกปรอยๆตั้งแต่ปล่อยตัว ถึงจุดตรงนั้นน้องเขาล้มลงคิดว่าเกิดจากการหน้ามืดเป็นลม ล้มฟุบหน้าลง
พวกเราก็ช่วยกันกันจับน้องนอนหงาย น้องตัวใหญ่น้ำหนักเยอะเลยช่วยกันหลายคน และหายาดมมาให้ดม พัดให้อากาศเคลื่อนที่ เพื่อจะได้หายใจสะดวก พี่คนที่มากับน้องโก้พยายามปลุกน้อง ส่วนพวกเราก็หายาดมให้ดม และเอายาหม่องน้ำทาตามมือ และนวดมือนวดเท้าให้น้อง เพื่อให้เลือดลมไหลเวียน ระหว่างนี้ก็ให้น้องผู้ชาย 2 คนที่มาด้วยพยายามติดต่อผู้จัดงาน และติดต่อหน่วยฉุกเฉิน ส่วนผู้หญิงก็ให้เปลี่ยนกันนวดเท้านวดมือ
พักนึงพวกเราเห็นว่าน้องอาการไม่ดี ชีพจรเริ่มอ่อนลง พี่ที่มากับน้องโก้ปั้มหัวใจรอบที่1 จนน้องร้องโฮกขึ้นมา เราก็ว่าน้องกลับมาแล้วก็หยุดปั้ม และพยายามปลุกไม่ให้น้องหลับ แต่น้องก็น่าจะไม่ไหว พี่ที่มาด้วยก็เริ่มปั้มหัวใจอีก จนน้องเฮือกขึ้นมาอีก2ครั้ง ระหว่างรอหน่วยงานมาช่วยก็พยายามปั้มหัวใจรอ เปลี่ยนกันปั้มหัวใจและเป่าปากน้อง ก็น้องก็ไม่ได้สติ จนเวลาผ่านไปตัวน้องจากซีดเริ่มคล้ำ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าหน่วยงานไหนจะมาช่วย ถามน้องคนที่ติดต่อน้องบอกว่า กำลังมา เวลาผ่านไป 38นาทีระหว่างปั้มหัวใจรอกู้ชีพมาช่วย
ชีพจรน้องไม่มีแล้วน้องหมดลมหายใจแล้ว แต่เพื่อนๆ นักวิ่งก็ยังคงพยายามยื้อน้องต่อ จนนาทีที่ 42 มีกู้ภัยมา 2 นายมาช่วยปั้มหัวใจต่อ แต่น้องก็ไม่กลับมาแล้ว จึงได้เอาน้องขึ้นเปล และหามขึ้นรถส่ง รพ.
ในใจแอดมินอยากถามว่าระยะทาง 2.4 กม. เส้นทางรถสามารถเข้ามาได้ทั้งมอไซค์และรถยนต์ ทำไมถึงต้องให้น้องนอนรอความช่วยเหลือตั้ง 42 นาที
ผู้จัดงานทำไมไม่มีการ์ด ไม่มีสวิปเปอร์ กู้ภัยมามือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์ช่วยใดๆ มาเลย รู้สึกผิดหวังกับผู้จัดนี้มากเลย ที่ปล่อยให้นักวิ่งต้องผจญภัยด้วยตัวเอง SAKAD Scenic Trail
จากนั้นเฟซบุ๊กเพจ “SAKAD Scenic Trail” โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ทีมงานขอแสดงความเสียใจ กับการสูญเสียของนักวิ่ง
ขอร่วมไว้อาลัยและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักวิ่ง ขอให้ดวงวิญญาณของนักวิ่งไปสู่สุคติ ขอให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของท่าน เต็มไปด้วยความสงบ ด้วยความอาลัย ทีมงาน SAKAD Scenic Trail 2026