โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 10 ทำเลทอง ของคนค้นหาซื้อบ้าน “พระราม9-บางนา”มาแรง ใกล้แหล่งงาน-ห้างดัง

Manager Online

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • MGR Online

ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ เผชิญกับกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง จากราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น มากกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของครัวเรือน ผนวกกับ ภาระหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังคงทรงตัวอยู่ในอัตราสูง จากรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 มีภาระหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP คิดเป็นสัดส่วน 86.7% เพิ่มขึ้น 0.05% จากไตรมาสสี่ปี 2568 (ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนระดับ 16 - 16.4 ล้านล้านบาท) หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไทยประมาณ 520,000 - 600,000 บาท ในขณะที่การผิดนัดชำระสินเชื่อส่วนบุคคลเกิน 90 วัน (NPLs) จากข้อมูลเครดิตบูโร คิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม เพิ่มจาก 9.45% ณ สิ้นไตรมาสสี่ปี 2568 โดยหนี้ผิดนัดชำระมาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย และ สินเชื่อส่วนบุคคล

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในครึ่งแรกของปี 2569 ตามรายงานของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า อยู่ที่ 44.9% เพิ่มขึ้นจาก 39.8% (แต่ที่อยู่อาศัยบางประเภท ตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 60-70%) ในระยะเดียวกันของปี 2568 จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้การเปิดตัวโครงการใหม่มีสัดส่วนที่ลดลง

จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่า จำนวนการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในไตรมาสแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลง 45.7% และ จำนวนหน่วยใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศลดลง 50.2% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2568 สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลง

จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการอสังหาฯต้องปรับตัว โดยเฉพาะการเลือกทำเลที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อ “เรียลวอทช์ แล๊ป”(RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology ได้ทำสำรวจ Social Listening และ Social Monitoring ถึงความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลต่างๆ ของชาวเน็ต ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2569 พบว่า ถึงแม้สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์จะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ยังคงมีการโพสต์เพื่อหาซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และ จากการคัดกรองข้อมูล พบว่า มี 10 ทำเลทองที่ชาวเน็ตให้ความสนใจ โดยแบ่งออกเป็น 5 ทำเลสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดพักอาศัย (คอนโดมิเนียม) และ 5 ทำเล สำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์

โดยทั้ง 10 ทำเล มีความเหมือนกันคือ เป็นทำเลที่มีระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมต่อเส้นทางทั้งถนน และ รถไฟฟ้า รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย และ ใกล้แหล่งงาน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ชาวเน็ตให้ความสำคัญในแต่ละทำเล

“พระราม 9” มาแรงสำหรับตลาด “คอนโดฯ”

จากผลการสำรวจการพูดถึงในโลกโซเชียล ถึงทำเลที่สนใจในการซื้อหรือเช่าคอนโดมิเนียม พบว่า อันดับ 1 ทำเล พระราม 9 คิดเป็นสัดส่วน 42% ของการพูดถึงมากที่สุด โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งงาน ราคาไม่แรงเท่าย่านใจกลางเมือง ค่าเช่ากำลังดี โดยโครงการที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอน มีพื้นที่ส่วนกลางโดยเฉพาะสวน จะได้รับการพูดถึงมาก

อันดับ 2 ทำเล สุขุมวิท คิดเป็นสัดส่วน 24% ของการพูดถึง โดยส่วนใหญ่จะให้ความเห็นว่า เป็นทำเลที่เดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องชุดที่ได้รับความสนใจเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน มีพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องประชุม ห้องพักผ่อน รวมทั้งพื้นที่สีเขียว จะได้รับความสนใจมาก อันดับ 3 ทำเล ดอนเมือง คิดเป็นสัดส่วน 14%

ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นทำเลที่ราคายังไม่แพง เดินทางสะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย ห้องชุดที่ได้รับความสนใจเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน ราคาที่สนใจซื้อราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้รับความสนใจมากและถูกพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับทำเลนี้

อันดับ 4 ทำเล เอกมัย คิดเป็นสัดส่วน 11% ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ ระบุว่า เป็นทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ย่านธุรกิจ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องที่ได้รับความสนใจเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน โดยมีความสนใจทั้งการซื้อและการเช่า และให้ความสำคัญกับโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอย่างครบครันทั้งพื้นที่สีเขียว และ มุมพักผ่อนภายในโครงการ

อันดับ 5 ทำเล วิภาวดีรังสิต คิดเป็นสัดส่วน 9% เป็นทำเลที่ติดรถไฟฟ้าสายสีแดง เดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยห้องที่สนใจเป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ในขณะที่ทำเลอื่นๆ ที่มีการพูดถึงในโลกโซเชียล ได้แก่ทำเล ตลาดพลู สาทร และ ลาดพร้าว เป็นต้น

“บางนา” มาแรงตลาดบ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮ้าส์

ในขณะที่ 5 ทำเลที่ได้รับความสนใจสำหรับตลาดบ้านเดี่ยว และ ทาวน์เฮ้าส์ ได้แก่ อันดับ 1 ทำเล บางนา คิดเป็นสัดส่วน 75% ที่มีการพูดถึงมากที่สุด โดยข้อความส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นทำเลที่เดินทางสะดวก และ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ครบครัน โดยข้อความส่วนใหญ่หาซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และ ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมภายในโครงการโดยเฉพาะพื้นที่สีเขียว ที่ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ

อันดับที่ 2 ทำเล พระราม 2 คิดเป็นสัดส่วน 9% โดยผู้โพสต์ระบุว่า เป็นทำเลที่ใกล้แหล่งงาน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ที่ได้รับความสนใจ และ สนใจการออกแบบพื้นที่ภายในโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวในโครงการ

อันดับที่ 3 และ 4 คือ ทำเล พระราม 9 และ ทำเลทอง หล่อ แต่ละทำเลคิดเป็นสัดส่วน 6% เท่ากัน ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจมีทั้งบ้านเดี่ยว และ ทาวเฮ้าส์

อันดับที่ 5 ทำเล พัฒนาการ คิดเป็นสัดส่วน 4% ผู้โพสต์ส่วนใหญ่ระบุว่า การเดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ โดยที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจเป็นบ้านเดี่ยว นอกจากทั้ง 5 ทำเล แล้ว ยังมีการพูดถึงทำเลอื่น อาทิ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา พระราม 3 เป็นต้น

แห่ขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นกว่า 34.2%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดบ้านมือสอง เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาเฉลี่ยจะถูกกว่าบ้านใหม่ราว 20-30% ขณะเดียวกัน ก็ยังมีประกาศขายบ้านมือสองออกสู่ตลาด ซึ่งเจ้าของบางราย อาจมองหาบ้านใหม่ รองรับครอบครัวขยาย หรือ ประสบปัญหาเรื่องฐานะการเงิน

จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดข้อมูลไตรมาสที่ 1 ปี 69 มีที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายในตลาดทั่วประเทศทั้งหมด 242,729 ยูนิต เพิ่มขึ้น 7.3% เทียบช่วงเดียวกันปี 68 และมีมูลค่ารวม 1,196,913 ล้านบาท ลดลง 0.3% แต่ที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนที่อยู่อาศัยมือสองมากกว่า 34.2% แสดงว่ามีที่อยู่อาศัยเข้าสู่ตลาดผ่านทางช่องทางต่างๆ มากขึ้น

ไตรมาสที่ 1 ปี 69 มีที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั่วประเทศถึง 242,729 ยูนิต มูลค่ารวม 1,196,913 ล้านบาท และถ้าแยกออกตามประเภทของผู้ประกาศขาย ผู้ประกาศขายที่เป็นบุคคลธรรมดา และตัวแทนอสังหาฯ มีจำนวนกว่า 94,575 ยูนิต เป็นสัดส่วนมากถึง 39% จำนวนรวมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 68 ถึง 91.2% หรือเกือบเท่าตัวเลย แต่ถ้าพิจารณาในเรื่องมูลค่ารวมแล้ว ประกาศโดยบุคคลธรรมดา และตัวแทนอสังหาฯมีสัดส่วนมากถึง 75.5% หรือคิดเป็นราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิตที่ประมาณ 9.6 ล้านบาทเลย

รองลงมา ประกาศขายโดยกรมบังคับคดี สัดส่วน 35.3% หรือจำนวนรวม 85,689 ยูนิต แต่มูลค่ารวมเพียง 139,566 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 11.7% เท่านั้น หรือมีราคาเฉลี่ยต่อยูนิตที่ประมาณ 1.6 ล้านบาท

โดยบ้านเดี่ยวขายมากที่สุด 99,279 ยูนิต หรือคิดเป็นสัดส่วน 40.9% คอนโดฯ 70,993 ยูนิตคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29.2% ทาวน์เฮ้าส์ 63,552 ยูนิต สัดส่วน 26.2% ของจำนวนทั้งหมดของที่อยู่อาศัยที่ประกาศขาย

ระดับราคาในช่วงระดับราคา 1 – 2 ล้านบาทต่อยูนิตมากที่สุด มีจำนวน 67,925 ยูนิต ตามมาด้วยระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 61,549 ยูนิต หรือที่อยู่อาศัยในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิตมีจำนวนที่ประกาศขายรวม 164,781 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 67.9% ของที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด (242,729 ยูนิต)

ที่อยู่อาศัยมือสองในพอร์ตของธนาคารพาณิชย์ มีการเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างมาก เพราะเพิ่มขึ้นถึง 88.5% โดยมีจำนวนรวม 11,658 ยูนิตอาจจะไม่มาก และต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกาศขายประเภทอื่นๆ แต่ถ้าเพิ่มในอัตรานี้ไปเรื่อยๆ ก็อาจจะมีผลต่อผู้ประกาศขายประเภทอื่นๆ ที่ต้องรับต่อจากธนาคารพาณิชย์ทั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ และกรมบังคับคดี

ช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 69 กรุงเทพฯรมีประกาศขายรวมทั้งหมด 70,495 ยูนิตหรือประมาณ 29.0% ของจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่ประกาศขายทั่วประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 117.9% โดยคิดเป็นมูลค่ารวม 209,914 ล้านบาทหรือมีสัดส่วนประมาณ 58.6% ของจำนวนที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั้งหมด 1,196,913 ล้านบาท

จังหวัดนนทบุรีอันดับ 2 จำนวน16,337 ยูนิต เพิ่มขึ้น 40.8% จากไตรมาสที่ 1 พ.ศ.2569 ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 6.7% จากจำนวนรวมทั้งหมด โดยเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 68,695 ล้านบาท

สำหรับในส่วนของการซื้อขายหรือโอนฯที่อยู่อาศัยนั้น ไตรมาสที่ 1 ทั่วประเทศประมาณ 72,583 ยูนิตโดยเป็นที่อยู่อาศัยมือสองจำนวน 48,446 ยูนิตเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 68 ประมาณ 13.8% และเป็นที่อยู่อาศัยมือหนึ่งจำนวน 24,137 ยูนิต นั่นหมายความว่าในไตรมาสที่ 1 ปี 69 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีที่อยู่อาศัยมือสองที่โอนฯมากกว่าที่อยู่อาศัยมือหนึ่ง มากขึ้นในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการที่ที่อยู่อาศัยมือสองได้รับความสนใจ และเป็นที่ยอมรับจากผู้ซื้อแบบนี้ ผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขาย อาจจะต้องพิจารณาที่อยู่อาศัยมือสองเป็นคู่แข่งในตลาดด้วย.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...