"อนุทิน" ลงพื้นที่นนทบุรี ชี้ผู้ก่อเหตุเครียดเรื่องเรียน-เตรียมการล่วงหน้า
วันนี้ (7 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อตรวจจุดเกิดเหตุและรับฟังรายงานสรุปกรณีเหตุกราดยิงภายในสถานศึกษา พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักมาจากความเครียดเรื่องการศึกษาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี เนื่องจากคุณย่าซึ่งเคยมีอาชีพเป็นครูมีความคาดหวังและเข้มงวดกวดขันเรื่องการเรียนอย่างมาก จนทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดภาวะกดดันและนำมาซึ่งการวางแผนก่อเหตุในครั้งนี้
นายกฯ เปิดเผยตัวเลขความสูญเสียล่าสุดว่า มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 คน ซึ่งรวมถึงปู่-ย่าของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงเช้าภายในบ้านพัก และตัวผู้ก่อเหตุเองที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวนมากกว่า 30 คน โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจำนวน 9 คน ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.พระมงกุฎเกล้า
ในส่วนของอาวุธปืนที่ใช้นั้น นายอนุทิน ระบุว่าเป็นปืนที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของคุณปู่ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการอย่างเป็นลำดับขั้นตอน มีการตั้งเป้าหมายชัดเจน และเคยโพสต์ภาพอาวุธปืนลงในอินสตาแกรมช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนปืนเหลือติดตัวอยู่อีกกว่า 30 นัด ซึ่งหากผู้ก่อเหตุไม่จบชีวิตตนเอง ก็อาจสร้างความสูญเสียและทำร้ายผู้อื่นเพิ่มเติมได้อีก
สำหรับประเด็นสื่อมวลชนสอบถามถึงพฤติกรรมการเลียนแบบจากโซเชียลมีเดีย หรือการฝึกซ้อมยิงปืน นายกฯ ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการเข้าซ้อมยิงปืนในสนาม เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอายุเพียง 14 ปี แต่อาจใช้วิธีการศึกษาและติดตามข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงประเด็นการเปิดรับชมคลิปเหตุกราดยิงต่างประเทศนั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างละเอียดก่อนชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี
ส่วนสภาพครอบครัวของผู้ก่อเหตุ นายกฯ ได้รับรายงานว่า บิดา-มารดาได้แยกทางกัน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่ได้อยู่อาศัยกับพ่อแม่ แต่อยู่ในความดูแลของปู่-ย่าที่เสียชีวิต โดยในทางคดีถือว่าผู้ต้องหาได้จบชีวิตลงแล้ว เจ้าหน้าที่จึงมุ่งเน้นไปที่การถอดบทเรียนเพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต
นายกฯ เน้นย้ำถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนว่า ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายไม่สามารถพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านหรือเข้าไปในพื้นที่สาธารณะได้ทุกกรณี โดยก่อนเดินทางกลับ นายกฯ ได้สั่งการโดยตรงไปยัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ยกระดับมาตรการเข้มงวดด้วยการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนทั่วประเทศ หากพบผู้ฝ่าฝืนพกพาอาวุธให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รัฐบาลเตรียมนำเงินจากกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี กองทุนกรมสวัสดิการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และกองทุนของกระทรวงศึกษาธิการ โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เข้ามาบริหารจัดการเยียวยาให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจและดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง
อ่านข่าว :
MCATT เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี
ยูนิเซฟ ประเทศไทย ไว้อาลัยเหตุความรุนแรง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี
รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ประกาศหยุดเรียนเป็นกรณีพิเศษ 10-14 ส.ค.69