“สุชาติ” สั่งภาคตะวันออกรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง “เจเศรษฐ์” กำชับ ปภ. ตั้ง War Room 24 ชม. แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast
“สุชาติ” สั่งภาคตะวันออกรับมือน้ำท่วมน้ำแล้ง เร่งวางแผนรับมือ - เจเศรษฐ์ มท.3 กำชับ ปภ. ตั้ง War Room 24 ชม. พร้อม Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน
วันที่ 24 ส.ค.69 เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคตะวันออก ผู้อำนวยการสำนัก/กองส่วนกลาง ปภ. ร่วมประชุมฯ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือก่อนเกิดภัย ในส่วนของภาคตะวันออกขอให้คณะกรรมการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำเหตุอุทกภัยภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน มาเป็นบทเรียนในการเตรียมแผนรับมือ แม้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกส่วนใหญ่จะติดทะเลและปริมาณฝนไม่ตกหนักรุนแรงเท่าภาคเหนือ ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบจึงเป็นน้ำท่วมฉับพลันในช่วงน้ำทะเลหนุน ซึ่งสามารถระบายลงทะเลได้เมื่อน้ำลง อย่างไรก็ตาม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวัง และสร้างการรับรู้แจ้งเตือนภัยให้ประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก
ส่วน "ปัญหาภัยแล้ง" ก็ยังเป็นวิกฤตระยะยาวของภาคตะวันออก เนื่องจากมีความหนาแน่นของประชากรสูง เป็นที่ตั้งของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ทำให้มีความต้องการใช้น้ำจำนวนมาก จึงขอให้จังหวัดประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการจัดทำแผนงานโครงการที่แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ตรงจุด เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันในระยะสั้นแบบเร่งด่วน และการวางแผนรับมือวิกฤตภัยแล้งในระยะยาว
นอกจากนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น ยังสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำสำรวจและจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนผิวดิน พร้อมรวบรวมข้อมูลโครงการทั่วประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ปภ. บริหารจัดการภัยพิบัติช่วยเหลือประชาชน พร้อมย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่เสี่ยงสำรวจความเดือดร้อน หากพบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากให้รีบปฏิบัติตามแผนรับมือ นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า เพื่อให้การรับมือวิกฤตภัยพิบัติเป็นไปอย่างรัดกุม ขอให้หน่วยงานส่วนกลางและจังหวัดติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเตรียมเครื่องจักรกลและบุคลากรให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงชุมชนและเขตเศรษฐกิจล่วงหน้าเพื่อป้องกันผลกระทบ พร้อมย้ำมาตรการความปลอดภัยในการเดินเรือบริเวณพื้นที่ชายฝั่งอย่างเข้มงวด และจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับประชาชน หากประเมินและคาดว่าจะเกิดภัยให้พิจารณาใช้เงินทดรองราชการฯ เพื่อป้องกันและยับยั้งความเสียหาย รวมทั้งการวางแผนกักเก็บน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางควบคู่กันไป
ขณะที่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปภ. ได้จัดตั้ง War Room ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนำระบบการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast มาแจ้งเตือนอย่างแม่นยำ ตลอดจนระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และเครื่องสูบน้ำระยะไกล ประจำศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้พร้อมเข้าช่วยเหลือและปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันที
ขอบคุณ: ภาพจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
#ปภ #ข่าว #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #อุทกภัย #ภัยแล้ง #ภาคตะวันออก #สาธารณภัย #ป้องกันภัย