โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวแย่ ชวนปรับความเข้าใจ และเติบโตไปพร้อมกัน

The Momentum

อัพเดต 8 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

ใครโตมาพร้อมกับพี่น้อง อาจเคยติดอยู่กับความคิดที่ว่า พ่อแม่รักพี่มากกว่า หรือรักน้องมากกว่า เพราะตั้งแต่เด็กมีหลายสถานการณ์ชวนให้คิดอย่างนั้น ทั้งความคิดที่ว่า แม่ไม่เคยซื้อของเล่นให้เรา แต่ซื้อของราคาแพงให้น้องเสมอ พ่อส่งพี่เรียนพิเศษดนตรี ศิลปะ กีฬา แต่กับเราให้เรียนแค่ตามหลักสูตรพื้นฐานในโรงเรียน

แม้ไม่มีตราชั่งตวงวัดความรัก แต่สัมผัสได้ว่าน้ำหนักมันไม่เท่ากัน ทว่าดันเป็นประเด็นที่ตอนเด็กไม่อยากยอมรับความจริง กลัวความเจ็บปวด และไม่ต้องการตำหนิกล่าวโทษพ่อแม่ตัวเองแต่อย่างใด แต่เมื่อถึงวันที่เติบโตเข้าสู่วัยรุ่น เราแบ่งปันความสนใจให้กับหลายสิ่งที่ชอบ อยู่กับกลุ่มเพื่อน มีคนรัก พี่น้องแยกย้ายกันไปเติบโต จนในที่สุด สัดส่วนความรักความสนใจจากพ่อแม่ ไม่ว่าจะได้มากหรือน้อยกว่าพี่น้องก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้ว

เมื่อเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ลูกหลายคนเข้าใจว่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติ และไม่ได้แปลว่าครอบครัวเราไม่ดี อีกทั้ง วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์แล้วว่ามันคือความจริงอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

แต่การยอมรับความจริงได้ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวจะคลี่คลาย เพราะมันไม่ใช่แค่คำว่า ‘รักไม่เท่ากัน’ หากแต่เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนจากพ่อแม่ซึ่ง ‘ปฏิบัติกับลูกแต่ละคนไม่เท่าเทียม’ นี่ต่างหากคือสิ่งที่สร้างปมให้กับลูกตั้งแต่เด็ก และติดอยู่ในใจแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่

โดย ลอรี เครเมอร์ (Laurie Kramer) นักจิตวิทยาคลินิกจากรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐฯ เล่าว่าเขาถกเถียงกับน้องชายเรื่องแม่รักใครมากกว่า แม้จะเป็นผู้ใหญ่กันแล้วทั้งคู่ และหากพ่อแม่ลำเอียงมันไม่ได้กระทบแค่ลูกที่ถูกรักน้อยกว่า เพราะลูกคนโปรดเองก็ต้องเผชิญความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับน้อง ความรู้สึกที่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่มากกว่าพี่น้องที่เหลือ

เครเมอร์ ในฐานะนักจิตวิทยา จึงได้แนะนำวิธีปฏิบัติตัว ทั้งสำหรับลูกคนโปรด และลูกที่ถูกเมิน เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข รู้สึกสนิทใจกับสมาชิกในครอบครัว

ฝึกทบทวนความคิด และทำความเข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง

ถ้าเราเป็นลูกคนโปรด นักจิตวิทยากล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกผิดกับสถานะตัวเอง เพราะเรามักได้ความสนใจจากพ่อแม่เป็นพิเศษ และได้เห็นพ่อแม่ตามใจเรามากกว่าพี่น้องที่โตมาด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตบนความรู้สึกผิดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ดังนั้น โปรดจงคิดว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเรา เราไม่ได้ตั้งใจให้สถานการณ์ในบ้านเป็นเช่นนี้

สำหรับคนที่ไม่ใช่ลูกรัก พ่อแม่อาจหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำตัวเอง อย่างเช่น น้องอ่อนแอต้องได้รับการประคบประหงมมากกว่า หรือเพราะพี่ฉลาดกว่าพ่อแม่จึงให้โอกาสหลายด้านกว่า แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความผิดของเราเช่นกัน และให้ยึดแนวคิดที่ว่าความสำเร็จในชีวิตของเรามันมีคุณค่า ประเด็นการเป็นลูกรักลูกชังไม่ได้ลดทอนคุณค่าในตัวเราเลยแม้แต่น้อย

ลองพูดคุยกับพ่อแม่ และพี่น้อง

หากสงสัยว่าพ่อแม่รู้ตัวไหมว่ารักลูกไม่เท่ากัน ความจริงพ่อแม่หลายคนรู้ แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ และไม่อยากยอมรับ และถ้ารู้สึกว่ามีเรื่องราวในอดีตที่กระทบกระเทือนจิตใจ และอยากให้พ่อแม่รู้ เครเมอร์แนะนำให้เริ่มด้วยประโยคที่ว่า

“หนูอยากจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อแม่ทำให้หนูรู้สึกแย่ และอยากให้พ่อแม่ฟังหนูให้จบก่อน ค่อยตอบอะไร”

สำหรับลูกรักให้เริ่มด้วย “หนูรู้สึกว่าหนูได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าพี่น้องคนอื่น และรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง”

อย่างไรก็ตาม เครเมอร์แนะนำว่า หลังเล่าปัญหาจบ ต้องตรวจสอบพ่อแม่อีกครั้ง หรือลองเช็คเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเราพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอะไร

ทั้งนี้ หากเปิดใจคุยกับพี่น้อง ให้ระมัดระวังอย่ากล่าวโทษซึ่งกันและกัน และคิดไว้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องแบกรับความหนักใจไม่แพ้อีกคนหนึ่ง

เราเป็นลูกชังของพ่อแม่จริงไหม?

หากได้ลองพูดคุยอย่างเปิดใจกับพ่อแม่และพี่น้องแล้ว เราอาจค้นพบความจริงว่าเราไม่ใช่ลูกที่ถูกลืมเสมอไป วันนี้เรารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมองพี่น้องตัวเองว่าเป็นลูกคนโปรด แต่ในขณะเดียวกัน พี่น้องก็อาจตอบกลับมาว่า “แกต่างหากที่เป็นลูกคนโปรด” เพราะหลายสถานการณ์พ่อแม่ก็อาจเอียงไปเอียงมา

แล้วย้อนกลับไปในเหตุการณ์เดียวกัน ลูก 2 คน อาจจดจำ เก็บหรือรับประสบการณ์กลับไปตีความต่างกัน จนผิดเพี้ยนกลายเป็นปม ซึ่งจำเป็นต้องพูดคุยเคลียร์กันให้เข้าใจว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สุดท้ายนี้ นักจิตวิทยาแนะนำว่า สำหรับลูกที่คิดว่าพ่อแม่รักเราน้อยกว่า แม้จะรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติไม่เท่าเทียม แต่นั่นไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่รักเรา และสิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าความสัมพันธ์กับพ่อแม่เป็นอะไรที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้เสมอ จงอย่าปล่อยเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความสุขและชีวิตในอนาคต

ที่มา:

- https://www.theskimm.com/parenting/favorite-child

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...